Earth Day 2009 : คนรุ่นใหม่ หัวใจสีเขียว
posted on 22 Apr 2009 22:58 by chubby in Review-Environment.
22 เมษายน วนกลับมายังวันคุ้มครองโลกอีกครั้ง สำหรับบ้านเรานับเป็นวันอาภัพมากวันหนึ่ง
ทั้งที่องค์การสหประชาชาติตั้งวันคุ้มครองโลกมานาน จนถึงวันนี้ก็ร่วม 4 ทศวรรษเข้าไปแล้ว
สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ เครื่องยังไม่ร้อน งานยังไม่เข้าที่
การประชาสัมพันธ์จึงดูด้อยกว่าวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day: 5 มิถุนายน)
กระทั่งกิจกรรมปิดไฟลดโลกร้อน (Earth Hour: 28 มีนาคม) ที่พึ่งเริ่มจัดมาได้เพียงไม่กี่หน
ดูเหมือนสาธารณชนจะรับรู้มากกว่าเสียอีก ด้วยกิจกรรมที่โดดเด่นเป็นรูปธรรม เข้าใจได้ง่าย
.
หัวข้อการรณรงค์วันคุ้มครองโลกประจำปี 2009 นี้คือ The Green Generation คนพันธุ์เขียว
เป็นโครงการต่อเนื่อง 2 ปี เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี วันสิ่งแวดล้อมโลกในปี 2010 ด้วย
.
หัวข้อการรณรงค์ประกอบด้วย
.
- การใช้พลังงานหมุนเวียนที่ปราศจากคาร์บอน
- การบริโภคอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ
- การลดจำนวนผู้ยากไร้ด้วยเศรษฐศาสตร์สีเขียว
..
- การใช้พลังงานหมุนเวียนที่ปราศจากคาร์บอน
- การบริโภคอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ
- การลดจำนวนผู้ยากไร้ด้วยเศรษฐศาสตร์สีเขียว
การใช้พลังงานหมุนเวียนที่ปราศจากคาร์บอน ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ จนถึง
พลังงานความร้อนใต้พิภพ ฯลฯ ทดแทนพลังงานที่ได้จากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบเดิมๆ
ในอดีตที่ผ่านมา พลังงานหมุนเวียนทางเลือกเหล่านี้ มีราคาต้นทุนต่อหน่วยที่แพงระยับจับใจ
ทำให้ผู้ตั้งใจใช้พลังงานทดแทน นอกจากใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังแล้ว ต้องเงินหนาด้วย
แต่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน ทำให้ราคาต้นทุนต่อหน่วยของพลังงานเหล่านี้ลดลงเรื่อยๆ
อุปสรรคขั้นต่อไปอยู่ที่รัฐบาล ว่าจะสนใจให้การสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนมากน้อยเพียงใด
.
การบริโภคอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ สามารถนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ได้
กับกิจกรรมหลายๆ อย่างของมนุษย์ ตั้งแต่การตากแอร์เย็นๆ ภายในบ้านหรือห้างสรรพสินค้า
ไปจนถึงการขึ้น BTS เพื่อกินบุฟเฟต์ล้วนเป็นกิจกรรมที่มีการใช้พลังงานฟอสซิลอยู่เบื้องหลัง
หลายท่านอาจเข้าใจผิด คิดว่าการบริโภคตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คืออยู่แบบอดๆ อยากๆ
แต่จริงๆ คือการกินให้คุ้มค่า เหมือนบทอาขยานที่ท่องกันก่อนกินข้าวตอนเด็กๆ นั่นแหละครับ
กินให้คุ้มค่ากับพลังงานที่ต้องสูญเสียไประหว่างกระบวนการผลิตและขนส่ง ไม่กินทิ้งกินขว้าง
.
การลดจำนวนผู้ยากไร้ด้วยเศรษฐศาสตร์สีเขียว ด้วยการประกอบอาชีพหรือธุรกิจอย่างยั่งยืน
เป็นอาชีพหรือธุรกิจซึ่งใส่ใจ หรือมีความรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดรอบตัวมากขึ้น
ในอเมริกาและยุโรป Green Jobs สามารถสร้างตำแหน่งงานและรายได้ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก
แต่สำหรับประเทศไทยอาจจะเร็วเกินไปสักหน่อยที่จะพูดถึง Green Jobs ตามบริบทตะวันตก
เอาเป็นว่า ตอนนี้ขอแค่บริษัทที่ประกอบอาชีพหรือธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติปริมาณมาก
ควบคุมไม่ให้สร้างของเสีย หรือก่อมลพิษส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านก็บุญโขละครับ
.
.
.
สถานการณ์บ้านเรา
.
นโยบายพลังงานของบ้านเรา เมื่อมองจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10
เหมือนจะเน้นการใช้ก๊าซธรรมชาติ ทดแทนถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นเชื้อเพลิง
ในอัตราส่วนที่สูงมาก หากมองในแง่ก๊าซธรรมธรรมชาติสะอาดกว่าถ่านหิน ก็พอจะยอมรับได้
แต่ก็แลกมาด้วยเสถียรภาพและปัญหาความมั่นคงทางพลังงานที่ต้องจ่ายไปในอนาคตเช่นกัน
รองลงมาคือนโยบายในการจัดการพืชพลังงาน ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร
ส่วนพลังงานหมุนเวียนที่ปราศจากคาร์บอนนั้น คงริบหรี่จนถึงแผนพัฒนาฯ ฉบับต่อไปเลยครับ
.
การบริโภคอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ มีแง่มุมบางอย่างที่น่าสงสัยอยู่เหมือนกันครับว่า
เราลดการบริโภคเพราะจิตสำนึกสั่งให้ทำ หรือลดการบริโภคเพราะรายได้ไม่มากเหมือนเก่า ?
หันมามองธุรกิจสีเขียวบ้านเรา ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ก็ยิ่งดูมืดมนหม่นหมองไปใหญ่
แผนการที่ไม่ทำกำไรให้บริษัทจะถูกยัดเข้ากรุเป็นแผนแรกๆ ไปพร้อมๆ กับการปลดพนักงาน
ปรับโครงสร้าง ฯลฯ ทว่า ธุรกิจสีเขียวที่เกิดขึ้นและสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์เช่นนี้ได้
มักเป็นกิจการที่คาดไม่ถึงในช่องว่างของธุรกิจแบบดั้งเดิม และมีนวัตกรรมแปลกใหม่น่าสนใจ
.
.
.
ของแถมท้ายเอนทรี
.
.


แต่ไม่รู้วันอะไร
#1 By Arcobaleno on 2009-04-22 23:21