รักช้างไทย แล้วไงต่อ
posted on 28 Jun 2009 19:37 by chubby in Review-Social

.
หลังจากหลินฮุ่ยตกลูกหนึ่งตัวที่สวนสัตว์เชียงใหม่ ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2552 ที่ผ่านมา
สื่อก็ไปเล่นข่าวแพนด้า ราวกับเป็นรายการ Academy Fantasia ที่นิยมกันในช่วงหลายปีก่อน
มีการตั้งกล้องแอบถ่าย เอ้ย ตั้งกล้องสังเกตพฤติกรรมในสถานที่ที่จัดเตรียมไว้เป็นการเฉพาะ
มีการส่งไปรษณียบัตรตั้งชื่อแพนด้า อย่างกับแฟนคลับกระหน่ำส่ง SMS เพื่อเชียร์ดาราโปรด
มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องเพิ่มมูลค่าทางการตลาด อย่างกับดาราเดินสายโชว์ตัวให้แฟนคลับดู
ดังนั้นปัญหาจากมนุษย์ที่เคยเกิดกับ Academy Fantasia ก็ตามไปเกิดกับแพนด้าด้วยเช่นกัน
.
ช่วงนั้น Fact แพะกับ Fact แกะ วิ่งชนกันวุ่นวายขนกระจายปลิวว่อนทั่วเว็บบอร์ดต่างๆ ดังคาด
โดมหิมะซึ่งลงเสาก่อสร้างมาก่อนแพนด้าน้อยจะเกิดร่วม 2 ปี ก็โดนสุมไฟเผาไปตามระเบียบ
กำไรที่แพนด้าทำให้องค์การสวนสัตว์ฯ ซึ่งปรกติไม่ขาดทุนก็เสมอตัวมาโดยตลอด ก็ถูกแขวะ
(ก่อนมีแพนด้า, องค์การสวนสัตว์ฯ ไม่เคยได้กำไรร่วมๆ ร้อยล้านบาท ติดต่อกัน 4 ปีมาก่อน)
แถมโยงให้เอาผลกำไรที่ได้จากการแสดงโชว์แพนด้า ไปช่วยช้าง สัตว์ประจำชาติอีกต่างหาก
ตกลง คนไทยรักช้างมากกกกกกกกกกกกเสียจนต้องไถเงินแพนด้าไปช่วยเหลือแล้วหรือนี่ ?
.
.
.
วิถีชีวิตช้างที่เปลี่ยนไป
.
ในอดีต สมัยเรายังคงใช้ช้างศึกทำสงครามกู้ชาติ พื้นที่ป่าไม้มากมายยังคงอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก
ทั้งช้างเลี้ยงและช้างป่าต่างอิ่มหมีพีมันกันถ้วนหน้า สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยลำแข้งตนเอง
ในยุคถัดมา เทคโนโลยีอาวุธพัฒนาขึ้นมาก จนเราไม่ใช้ช้างในการทำสงครามกู้ชาติอีกต่อไป
แต่ด้วยทรัพยากรป่าไม้ ยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่ จึงเหลืออาชีพชักลากไม้หาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง
จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ซุงถล่มในภาคใต้เมื่อปี พ.ศ. 2531 และมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 ราย
เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ รัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ประกาศปิดป่าทั้งหมดในปี พ.ศ. 2532
.
การประกาศปิดป่า (ยกเลิกสัมปทานป่าบนบกทั้งหมด) ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อช้างเลี้ยงเท่านั้น
เพราะนายทุนยังสามารถหาช่องทางซิกแซกเอาไม้ออกจากป่า จนส่งผลต่อบรรดาช้างป่าด้วย
เหตุการณ์ทั้งหลายทำให้ช้างหมดหนทางหาเลี้ยงชีพ จะเข้ามาเร่ร่อนในเมืองกรุงก็ผิดกฎหมาย
จะไปอยู่ปางช้างก็โดนว่าทรมานสัตว์จากการฝึกแสดงต่างๆ (อยู่ไกล เดินทางไม่สะดวก ฯลฯ)
จะไปอยู่สวนสัตว์ก็มีคนให้ความสนใจจริงแค่หยิบมือเดียว (ไม่มีเวลา ติดงาน สิ้นเปลือง ฯลฯ)
องค์กรเอกชนกับบางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็กินเกาเหลา เกิดเหตุการณ์ขัดแข้งขัดขาหลายหน
.
รู้สึกว่า จะเป็นประเทศที่บอกรักช้างสุดหัวจิตหัวใจ แต่ช้างอยู่อย่างยากลำบากแปลกๆ นะครับ
.
.
.
ทำอะไรให้ช้างได้บ้าง ?
.
ถ้าคุณให้ปลา คุณก็ต้องให้ตลอดไป แต่ถ้าคุณสอนตกปลา เขาก็จะหาปลากินเองได้ตลอดไป
เป็นเรื่องเล่าที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ มิเช่นนั้น จะเกิดเหตุการณ์แบบที่เกิดขึ้นในบ้านเรา
ประเภท ไม่มีเงิน และหาเงินไม่เป็น นอกจากไถเงินเอาจากฝรั่งที่เขาหาเงินเองได้เสียอย่างงั้น
โดยให้เหตุผลว่า ยูมาจากต่างประเทศ ยูเข้ามาหาเงินในบ้านเรา ดังนั้น ยูจ่ายภาษีมาให้เสียดีๆ
.
เอ่อ...อีกไม่กี่ปีข้างหน้าเมื่อวีซ่าเขาหมดอายุ เราจะไปไถเงินจากใครมาให้ช้างสุดที่รักดีละน้อ
ลองคิดหาวิธีให้ช้างไทยอยู่ได้สมกับที่เชิดชูกันดีกว่า เพราะ "รัก" ทำให้อิ่มใจ...แต่ไม่อิ่มท้อง
ด้วยสารพัดเงื่อนไขลักลั่นย้อนแย้งอิรุงตุงนัง ดังที่กล่าวมาข้างต้น คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก
ที่จะทำให้ช้างไทยรวมถึงควาญช้างหาเลี้ยงตัวเองและเอาชีวิตรอดได้ในสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้
.
.
.
ถ้าใช้หลักการตลาดล่ะ ?
.
1. Product
ผลิตภัณฑ์ใดที่อยู่คู่กับเรามาจนนมยานโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ผู้บริโภคย่อมรู้สึกเบื่อๆ
อย่างเช่น รถยนต์ แม้คุณภาพหรือประสิทธิยังภาพดี แต่เมื่อผ่านไปสักระยะ ก็มีไมเนอร์เชนจ์
แล้วทำไมช้างไทยจะมีไมเนอร์เชนจ์กับเขาบ้างไม่ได้ครับ ดีกว่ารอไถเงินบริจาคชาวบ้านเฉยๆ
ผู้ประกอบการ ไม่ว่าปางช้าง หรือสวนสัตว์ ก็ต้องพยายามคิดหาวิธีเพิ่มมูลค่าให้แก่ช้างได้ด้วย
.
2. Price
แม้บ้านเรากำหนดราคาเข้าชมแพนด้าสูง แต่อย่างน้อยก็ถูกกว่าบินไปดูที่เมืองจีนแน่ๆ ล่ะครับ
อีกกลุ่มหนึ่งที่อย่างไรก็จำเป็นต้องจ่ายคือ บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองที่ลูกหลานรบเร้าอยากไปดู
แต่ช้างไทยคงต้องมีบริการที่ดึงดูดผู้บริโภคด้วย จึงจะสามารถกำหนดราคาค่าตัวได้สูงเช่นกัน
(ถ้าหากกระโดดถีบตีลังกาไซด์คิกได้แบบก้านกล้วย รับรองว่าช่วงช่วงหลินฮุ่ยถูกลืมแน่นอน)
.
3. Place
เราจะไม่พูดถึงประเด็นการนำสัตว์ต่างถิ่นมาทรมานในกรงแคบๆ นะครับ เพราะถ้าพูดถึงเรื่องนี้
สู้ให้ยกม็อบไปล้อมสวนสัตว์ทุกแห่งให้ปิดกิจการไปเลยดีกว่า ไม่ต้องมีองค์การสวนสัตว์ฯ ละ
สำหรับกรณีสัตว์ต่างถิ่นอย่างแพนด้า ก็ต้องคำนึงปัจจัยที่จะ support ชีวิตของหมีแพนด้าด้วย
เช่น แหล่งอาหาร (ที่ไม่ต้องขนส่งไปครึ่งประเทศ) อุณหภูมิ (มีเดือนที่อากาศเย็นๆ บ้าง) ฯลฯ
แล้วจึงกำหนดแผนการตลาดในภายหลัง (โดยผลกำไรในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาเป็นเครื่องยืนยัน)
สำหรับช้างไทย เรื่องการปรับตัวให้เข้ากับอากาศไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะอยู่ได้แทบทุกภูมิภาค
ปัญหาคือกฎหมายห้ามช้างเดินทางสัญจรในเขตเมืองครับ แหล่งกระจายสินค้าหายไปอีกหนึ่ง
ดังนั้น Place ของช้างไทย หากไม่ใช่ปางช้างก็ต้องชนกับแพนด้าในสวนสัตว์อย่างเลี่ยงไม่ได้
.
4. Promotion
แพนด้ามีความน่าสนใจในตัวเอง ประกอบกับการมีอยู่เป็นจำนวนน้อย จึงเหมือนสินค้าผูกขาด
แทบไม่ต้องมีการทำโปรโมชั่นวุ่นวายมากมาย ก็สามารถดึงดูดให้ผู้บริโภคจ่ายเงินได้แล้วครับ
แต่น้องช้างไม่สามารถอยู่ได้เพียงมีความรัก ต้องทำโปรโมชั่นเพื่อหาหญ้าหาอ้อยเข้าปากช้าง
ถ้ายังไม่สามารถดึงดูดความสนใจได้อีก ก็จำต้องส่งเสริมการขายแบบเหล้าพ่วงเบียร์แล้วครับ
.
.
.
ของแถมท้ายเอนทรี
.
อีกวิธี คือ บริจาคเงินช่วยเหลือผ่านธนาคารเข้าบัญชีของมูลนิธิต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เช่น
.
มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย
มูลนิธิคืนช้างสู่ธรรมชาติ
มูลนิธิเพื่อนช้าง
.
ปล. ใบเสร็จรับเงิน สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ตามประกาศกระทรวงการคลังนะครับ :D
.
.
.

#1 By Variety-Phet on 2009-06-28 19:57