.
ในแต่ละปี องค์กรต่างๆ ในแวดวงการศึกษา จะทำการสำรวจและประกาศอันดับมหาวิทยาลัย
ซึ่งแต่ละองค์กรก็มีเกณฑ์การให้คะแนน และกำหนดชนิดสถานศึกษาที่สำรวจแตกต่างกันไป
แม้กระทั่งภายในองค์กรเดียวกัน ก็มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การให้คะแนนในแต่ละปี
อันดับมหาวิทยาลัยในการสำรวจของเจ้าต่างๆ จึงเป็นอันดับภายใต้บริบทหนึ่งๆ เท่านั้นนะครับ
.
Quacquarelli Symonds (QS) เป็นบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลการศึกษาต่อในต่างประเทศ
ร่วมมือกับ Times Higher Education (THE) นิตยสารทางด้านการศึกษาของประเทศอังกฤษ
ซึ่งมีความน่าเชื่อถือค่อนข้างสูง และหลายแห่งนำข้อมูลจาก QS-THE ไปใช้อ้างอิงเป็นประจำ
ได้ทำการสำรวจ และจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั่วโลกแต่ละปีกว่า 3 พันแห่ง โดยคิดคำนวณจาก
.
1) คะแนนความคิดเห็นของนักการศึกษา (40%) จาก 5 กลุ่มวิชา
2) คะแนนความคิดเห็นของผู้ประกอบการ (10%)
3) คะแนนอัตราส่วนอาจารย์ต่อนักศึกษา (20%)
4) คะแนนอัตราส่วนผลงานทางวิชาการที่ได้รับการอ้างอิง (20%)
5) คะแนนอัตราส่วนอาจารย์ต่างประเทศ (5%)
6) คะแนนอัตราส่วนนักศึกษาต่างประเทศ (5%)
.
จะเห็นว่าแบบสำรวจของ QS-THE นี้ไม่ได้คิดเฉพาะคะแนนสอบหรือชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว
หากรวมถึงผลงานทางวิชาการที่ได้รับการอ้างอิง ไปจนถึงความเห็นของผู้ประกอบการอีกด้วย
.
20 อันดับมหาวิทยาลัยระดับโลกประจำปี 2008
.
2009 World University
.
เห็นได้ชัดเจนว่า มหาวิทยาลัยระดับต้นๆ ของโลกมักวนเวียนอยู่กับคู่แข่งขันหน้าเดิมๆ ล่ะครับ
แต่ในปีนี้ทาง QS ได้แยกอันดับมหาวิทยาลัยแถบภูมิภาคเอเชียไว้ต่างหาก ลองไปดูกันดีกว่า
.
20 อันดับมหาวิทยาลัยระดับเอเชียประจำปี 2009
.
2009 Asia University
.
* S&T = Science and Technology
.
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ประเทศแถบเอเชียตะวันออก มีระดับของมหาวิทยาลัยที่แข็งแกร่งมาก
โดยใน 200 อันดับแรกของระดับเอเชียนั้น มหาวิทยาลัยของไทยติดอันดับอยู่ 8 แห่งด้วยกัน
มองในแง่ดีแล้ว ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เราเป็นรองเพียงสิงคโปร์ประเทศเดียวเท่านั้น
แต่ก็ไม่ควรประมาทมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียซึ่งอยู่ในอันดับไล่เลี่ยกันรองๆ ลงไป
.
อ้างอิง
- QS Top Universities
.
คราวนี้มาดูการจัดอันดับโดยหน่วยงานในประเทศไทยกันบ้างครับ เป็นความร่วมมือกันระหว่าง
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.) กับ สำนักงานรับรองมาตรฐานและ-
ประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) ภายใต้งบประมาณปี 2551 ของ สำนักงานคณะกรรมการ-
การอุดมศึกษา (สกอ.)...เอ่อ...อ่านถึงตรงนี้แล้ว ก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาแปลกๆ อย่างไรชอบกล
.
โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน 4 ข้อหลัก คือ
.
1) ประสิทธิผล พิจารณาจากการบริหารมหาวิทยาลัย ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนที่กำหนด
2) คุณภาพ พิจารณาจากการให้บริการของมหาวิทยาลัย จนถึงการประกันคุณภาพการศึกษา
3) การพัฒนาสถาบันการศึกษา (ข้อนี้หมายถึงระบบสาธารณูปโภคและสิ่งก่อสร้างหรือเปล่า)
4) ประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ พิจารณาจากการบริหารงบประมาณ การประหยัดพลังงาน
การรักษาระยะเวลาการให้บริการ และการจัดทำต้นทุนต่อหน่วย (ทำให้งบดุลไม่ติดลบนี่เอง)
ผู้ได้คะแนนประเมินสูงสุด 10 อันดับแรก จาก 73 มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ประกอบด้วย
.
2009 Thai University
.
เมื่อดูเกณฑ์การให้คะแนนแล้ว ก็น่าจะเป็นการจัดอันดับในแง่ของการบริหารงานมากกว่าครับ
ในกรณีนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏ จะได้เปรียบเรื่องการบรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานมากกว่า
ส่วนการจัดอันดับมหาวิทยาลัยของ สกอ. โดยตรงนั้นน่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปีการศึกษาถัดไป
ซึ่งจะใช้คะแนนจาก ตัวบ่งชี้ด้านการเรียนสอน (TRI) รวมกับ ตัวบ่งชี้ด้านการวิจัย (RRI) ครับ

.
.
.

ของแถมท้ายรีวิว
.
29 มิถุนายน 2552 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ประกาศผลการคัดเลือกนักศึกษาปี 1 รอบที่ 4
ว่า หากยึดตามกฎเกณฑ์เดิม ที่ผู้สอบผ่านต้องได้คะแนนในวิชาหลัก (คณิตและวิทยาศาสตร์)
ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 จากผู้สมัคร 154 คน จะไม่มีผู้สอบผ่านการคัดเลือกเลยแม้แต่คนเดียว
คณะกรรมการสอบฯ จึงมีมติเห็นชอบให้ลดหย่อยเกณฑ์การสอบผ่านลงเหลือเพียงร้อยละ 30
และ ต้องได้ใบรับรองความประพฤติจากสถาบันเดิม ช่วยให้มีผู้ผ่านการคัดเลือกครั้งนี้ 10 ราย
รุ่นพี่ที่เคยกดดันให้สถาบันเปิดสอบรอบที่ 4 ก็จำต้องรับสภาพการมีรุ่นน้อง 44 รายไปในที่สุด
.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ดีใจจังที่อันดับที่ 30 เป็นมหิดล ไม่ใช่ม.ไฮโซ
ไทย ยังใช้ได้
โอ้ ติดตั้ง8ที่เลยเหรอเนี่ยconfused smile
โอ้ว ตอนทำโปรเจคออกแบบ แคมปัส อาจารย์ก็พูดให้ฟังเหมือนกัน

เอาน่า สู้ต่อไป ระบบการศึกษาไทย sad smile

#4 By คาโตเน่ on 2009-06-30 19:15

มหาวิทยาลัยไทยนี่ยังพอหวังได้สินะ
เห็นมธ.ตกๆลงมาแล้วรู้สึกบาดใจเล็กๆเหมือนกันนะเนี่ยsad smile
ในระดับโลกแล้ว มหิดลเหนือกว่าสินะ sad smile
เลขกับวิทย์ สอบอีท่าไหนได้คะแนนไม่ถึงครึ่งฟ่ะ... angry smile

#7 By Ellebazi on 2009-06-30 20:57

โพล กับความเป็นจริง (ในไทย) คงไม่ใช่แบบนี้sad smile

#8 By Variety-Phet on 2009-06-30 21:34

เห รามไม่ติดเหรอเนี่ยไม่จริ๊งงง

#9 By XEGXEF on 2009-06-30 22:15

งงว่า U of Hong Kong ที่เป็นที่ 1 ของเอเชีย ทำไมถึงไม่ติดอันดับโลก แต่โตไดที่อยู่อันดับ 3 ของเอเชียถึงได้ที่ 19 โลก?????????????

(ของแถม)
โอว....
เลขและวิทย์ ได้ไม่ถึง 30 -___-"
ถ้าข้อสอบเป็น multiple choice มันก็ควรจะได้อย่างต่ำ 25% ไม่ใช่เหรอ......



#10 By Sonar Ataru on 2009-06-30 22:47

#10
คิดว่ามีการปรับเกณฑ์/เปลี่ยนแปลงจากปี 2008 ครับ เพราะในตารางเต็มของปี 2008 นั้น จุฬายังมี ranking สูงกว่ามหิดลอยู่เลยครับ

#11 By chubby on 2009-06-30 22:58

ติด30กว่าๆนี้ก็ดี

แต่ไม่คิดว่าจะเป็นมหิดลwink

#12 By ~@!BukKen-Ito!@~ on 2009-06-30 22:59

มหิดล เจ๋งวุ้ย

#13 By ฟิวส์ on 2009-07-01 01:42

มช.อยู่ตั้ง81แน่ะ อิอิ

#14 By enjoy life on 2009-07-01 01:51

#9
รามนี่ผมว่าเค้าคงให้แยกเป็นอีกประเภท
โดยจัดให้ไปอยู่กับกลุ่มมหาวิทยาลัยเปิด (มั้ง) ครับ sad smile

#15 By wesker on 2009-07-01 03:03

นึกว่าจะปิดถนนขอรับรอบ 5

#16 By loft on 2009-07-01 07:17

เฮ้ยยยยย มช.หาย !!! ไม่ติด top ten เนี่ยนะ

กรี๊ดดด

#17 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2009-07-01 08:11

ธรรมศาสตร์ปีนี้ตกไกลจริง =A=

มข.ยิ่งตกไกล

อยากไปเรียน cornell

#18 By Evan Yzac -- The Crow on 2009-07-01 10:43

หลายปีมานี้ "มหิดล" เน้นงานวิัจัยขึ้น
หายใจเป็น "งานวิจัย" กับ "เปเปอร์" กันเลยทีเดียว
อันดับก็ขึ้นมาเรื่อยๆ แต่จุฬาก็เริ่มตามมาแล้วdouble wink

#19 By Eddalion on 2009-07-01 15:16

อ้อ สาเหตุมันเป็นแบบนี้นี่เอง ที่ ป.โท ต้องมี publish paper คนละ 1 ชิ้นเพื่อการเรียนจบ
ส่วน ป.เอก เพิ่ม publish paper กับ factor impact เข้ามาอีก..ชีวิตสุขสันต์มากค่ะ = =; sad smile

#20 By RayOn on 2009-07-12 10:35

อยากไปมหาลัยโตเกียวอ๊ะopen-mounthed smile

#21 By フォン[コスプレ] on 2009-11-28 16:38