.
หลายเดือนก่อนหน้านี้ มีกระแสกล่าวถึงหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย ของกระทรวงศึกษาธิการ
รุ่นปี พ.ศ. 2521 - 2537 ซึ่งมีตัวละครอย่าง มานะ มานี ปิติ ชูใจ และเหล่าผองเพื่อนแสดงนำ
เรื่องราวเนื้อหาที่ปรากฏในตำราเรียนจะทวีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ตามชั้นปีตั้งแต่ ป.1 - 6
กระทั่งปี พ.ศ. 2538 ก็มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยใหม่ถอดด้าม
(แต่สัมฤทธิผลด้านการใช้ภาษาไทยของเด็กๆ ก็ไม่ได้ดีขึ้นสมกับการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไร)
เมื่อมองย้อนกลับไป ก็พบหลายสิ่งหลายอย่างที่ฝังใจหรือมีอิทธิพลต่อหลายๆ คนเลยทีเดียว
(พอๆ กับเรื่องน่าแปลกใจที่ว่า หนังสือเรียนภาษาไทยรุ่นดังกล่าวนับล้านชุดหายไปไหนหมด)
เดี๋ยวผมจะลองระลึกอดีตกับหนังสือเรียนวิชาภาษาไทยยุคนั้นว่ามีอิทธิพลต่อผมอย่างไรบ้าง
.
.
.

.
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1
.
บทที่ 1 มานี มี ตา, กา มี ตา, อา มี ตา
บทที่ 2 มานีมาที่ทุ่งนาของอา
บทที่ 3 มานีมากับเจ้าโต (หมาของมานี)
บทที่ 4 ชูใจอยู่กับสีเทา (แมวของชูใจ)
บทที่ 5 เจ้าโตถูกปูนาหนีบหู
บทที่ 6 มานีช่วยเอาปูนาออกจากหูเจ้าโต
บทที่ 7 ชูใจกำของลึกลับไว้ในมือให้มานี
บทที่ 8 มานีดุเจ้าโตที่จะคาบของในมือชูใจ
บทที่ 9 ชูใจกับสีเทาดูกบบนใบบัว
บทที่ 10 ชูใจเกาคอสีเทา มานีเกาหัวเจ้าโต
บทที่ 11 ปิติขี่เจ้าแก่ (ม้าของปิติ) มาหามานีและชูใจ
บทที่ 12 มานีและชูใจห้ามไม่ให้เจ้าโตและสีเทาขู่เจ้าแก่
บทที่ 13 ปิติเล่าว่าเขาพาเจ้าแก่ไปที่ภูเขา
[เริ่มฝึกอ่านออกเสียงวรรณยุกต์หลายระดับในประโยคเดียว เช่น ตาคำ ถือไม้ค้ำ มาเวลาค่ำ]
บทที่ 14 ปิติเล่าว่าพ่อเจอเสือที่ภูเขา
บทที่ 15 ปิติลามานีและชูใจกลับบ้าน
บทที่ 16 มานีกลับบ้าน ไปหาพ่อที่นอนอยู่ใต้ต้นจำปี
บทที่ 17 แม่ของมานีถือเสื่อและจานมะม่วงมาที่ใต้ต้นจำปี
บทที่ 18 มานีคุยกับแม่เรื่องย่า ป้า ลุง
บทที่ 19 มานะ (พี่ชายของมานี) กับเจ้าโต
บทที่ 20 มานีคุยกับมานะเรื่องโรงเรียน ปีหน้ามานีจะได้ไปโรงเรียน
[เริ่มฝึกอ่านคำว่า คะ - ค่ะ, นะ - น่ะ..........อ๊ะ...สองคำนี้มีสอนตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 แล้วนี่]
บทที่ 21 พ่อสอนให้มานีกินให้เป็นระเบียบและทิ้งขยะลงในถังผง
บทที่ 22 พ่อไม่อนุญาตให้มานีขี่เจ้าแก่และเล่านิทานให้มานีฟังว่า
.
วันหนึ่ง ม้าแก่ นอนแผ่ ชูคอ
เด็กสิบ คนรอ ขอขี่ ทุกวัน
บ้างว่า แก่ไป จะไม่ ขี่มัน
เก้าคน พากัน อยู่บ้าน พอใจ
มีเด็ก หนึ่งคน ซนจะ ขี่ม้า
เอาไม้ ตีขา ให้พา วิ่งไว
ม้าลุก เด็กแย่ ล้มแผ่ ลงไป
ม้าวิ่ง ไม่ได้ ล้มทับ เด็กซน
.
[เมื่อดูจากระยะเวลาแล้วนี่คงเป็นกลอนบทแรกๆ ในความทรงจำของใครหลายๆ คนเลยครับ]
.
.
.

.
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 2
.
บทที่ 23 มานะกับปิติและเจ้าแก่เดินทางไปบ้านวีระ
[เริ่มฝึกผันวรรณยุกต์ครบ 5 เสียง]
บทที่ 24 วีระอยู่กับเจ้าจ๋อ (ลิงของวีระ) เจ้าจ๋อขึ้นไปอยู่บนหลังเจ้าแก่
บทที่ 25 วีระชวนมานะกับปิติไปเที่ยวสวนหลังบ้านของลุง วีระไม่ได้อยู่กับพ่อแม่
บทที่ 26 พบลูกนกแก้วบาดเจ็บในสวน มานะเอาลูกนกแก้วกลับไปให้มานีเลี้ยง
บทที่ 27 แม่ของมานีซื้อเสื้อ กระโปรง ถุงเท้า รองเท้า กระเป๋าหนังสือให้มานี
บทที่ 28 พ่อแม่ผู้ปกครองพามานี ชูใจ ปิติ ไปรายงานตัวที่โรงเรียนครั้งแรก
บทที่ 29 เปิดตัวครูไพลิน (ครูประจำชั้น)
.
....ผู้ใหญ่ หาผ้าใหม่.........ให้สะใภ้ ใช้คล้องคอ
...ใฝ่ใจ เอาใส่ห่อ...........มิหลงใหล ใครขอดู
.จะใคร่ ลงเรือใบ..........ดูน้ำใส และปลาปู
..สิ่งใด อยู่ในตู้.............มิใช่อยู่ ใต้ตั่งเตียง
....บ้าใบ้ ถือใยบัว............หูตามัว มาใกล้เคียง
เล่าท่อง อย่าละเลี่ยง....ยี่สิบม้วน จำจงดี

.
[บทกลอนลำดับที่ 2 ต่อจาก "ม้าแก่" ในภาคเรียนที่หนึ่ง, สอนเรื่องคำที่ใช้ไม้ม้วนทั้ง 20 คำ]
.
บทที่ 30 สอนให้เด็กออกกำลังกาย แปรงฟัน และยิ้มสวย
บทที่ 31 เปิดเรียนวันแรก เจ้าโตตามมานีไปโรงเรียนด้วย
บทที่ 32 เข้าแถวหน้าเสาธง เจ้าโตเข้าไปในห้องเรียนด้วย
บทที่ 33 ครูไพลินให้เด็กๆ ทำความรู้จักกันด้วยการเล่าถึงสัตว์เลี้ยงของตน
บทที่ 34 เทคนิคการสอนของครูไพลิน กิจกรรมชนิดต่างๆ
บทที่ 35 สอนให้รู้จักชื่อวันในสัปดาห์
บทที่ 36 การจัดเวรทำความสะอาด การนำเอาดอกไม้จากที่บ้านมาประดับแจกันในห้องเรียน
ความชอบของเด็กแต่ละคน เช่น ปิติชอบออกกำลังกาย มานีชอบงานศิลปะ ชูใจชอบฟ้อนรำ
[ปิ๊งขึ้นมาอีกแล้วว่า สมัยประถม ที่บ้านผมปลูกดอกเยอบีร่าเยอะมาก สำหรับตัดไปโรงเรียน]
บทที่ 37 สอนการพูดขอบคุณและขอโทษ
บทที่ 38 ครูไพลินพาเด็กๆ ไปสนามเด็กเล่น
บทที่ 39 ครูไพลินพาเด็กๆ ไปเก็บขยะที่ตลาด
บทที่ 40 สอนเรื่องหน้าที่ของนักเรียน 10 อย่าง ตามด้วยเนื้อเพลงชาติไทยก่อนปิดภาคเรียน
.
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย
เป็นประชารัฐไผทของไทยทุกส่วน
อยู่ดำรงคงไว้ได้ทั้งมวล
ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี
ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่
สละเลือดทุกหยาดเป็นชาติพลี
เถลิงประเทศชาติไทยทวีมีชัย ชโย
.
[แล้วเด็ก ป.1 ก็ได้เรียนรู้วิธีการ "ดำน้ำ" อย่างเป็นทางการครับ ภาพในอดีตผุดขึ้นมาอีกแล้ว]
.
.
.
.
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1
.
บทที่ 1 เช้าวันเสาร์ แม่ชวนมานีไปซื้อกับข้าวที่ตลาด เลือกซื้อแต่ของดีที่ราคาไม่แพงเกินไป
[ภาพประกอบและเนื้อหาในปีนี้เริ่มมีอิทธิพลอย่างสูงต่อแนวการวาดรูปของผมในเวลาต่อมา]
บทที่ 2 กลับจากตลาดก็เข้าครัว มานีช่วยแม่ล้างผัก หม้อ กะทะ พัดไฟในเตา
มานะกับพ่อทำงานในสวนหลังบ้าน พ่อสอนให้มานะรู้จักใช้จอบและเสียมทำสวน
บทที่ 3 เปิดภาคเรียนใหม่ มีนักเรียนใหม่เข้ามา 2 คน คือ สมคิด กับ ดวงแก้ว
บทที่ 4 วีระชวนมานะและปิติไปเที่ยวป่าใกล้ไร่แตงโมของลุง
บทที่ 5 ดวงแก้วมานั่งเล่นที่บ้านของชูใจ ดูสีเทาเล่นกับลูกโป่ง
บ้านป้าที่ดวงแก้วอาศัยอยู่มีแมว 2 ตัว ชื่อ ทองคำ กับ ทองแดง
บทที่ 6 รุ้งกินน้ำ
บทที่ 7 พ่อ แม่ มานะ มานี ขึ้นรถไฟไปกรุงเทพ วิ่งผ่านทุ่งนาป่าเขาแม่น้ำลำคลองหลายแห่ง
.
แผ่นดิน ผืนนี้ มีค่า..............ทำนา ทำไร่ ได้ผล
.ทำสวน ก็ได้ ไม่จน.............อดทน ทำไว้ ใช้กิน
ในน้ำ มีกุ้ง ปูปลา...............จับหา มาได้ ทั้งสิ้น
...เมืองไทย มีทรัพย์ ในดิน.....ได้ยิน เรื่องนี้ มานาน
.......นึกถึง บุญคุณ ปู่ย่า.............ช่วยกัน รักษา กล้าหาญ
....พวกเรา จึงได้ เบิกบาน........อยู่บ้าน เราได้ อย่างดี
...ต้องฝึก ต้องเตรียม ตัวไว้.....คนไทย ย่อมรู้ หน้าที่
...ช่วยให้ ไทยอยู่ นานปี.........ได้มี ความสุข ทุกคน

.
บทที่ 8 รถไฟวิ่งผ่านสนามบินดอนเมือง ลุงกับป้ามารับที่สถานีรถไฟกรุงเทพฯ
มานะ มานี มองดูความสับสนวุ่นวายของการจราจรกับคนเดินถนนในกรุงเทพฯ
บทที่ 9 แม้อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง แต่บ้านลุงกับป้าก็มีไฟฟ้าใช้ และยังมีโทรทัศน์ให้ดูด้วย
ทั้งคู่ตื่นเต้นมาก เพราะที่บ้านของมานะ มานี มีแต่วิทยุ, รุ่งเช้า ลุงก็พาไปไหว้พระแก้วมรกต
ตกบ่าย ลุงก็พาไปเที่ยวสวนสัตว์ (ในยุคนั้นก็ต้อง เขาดิน หรือ สวนสัตว์ดุสิต นั่นแหละครับ)
บทที่ 10 ครูไพลินนำกระดาษที่เขียนข้อความบางอย่าง มาติดไว้ที่กระดานหน้าห้องเรียนว่า
"รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นคุณสมบัติของคนไทย"
นอกจากนี้ ครูไพลินยังอธิบายถึงวิธีการรักชาติที่ถูกต้องเหมาะสม ซึ่งเด็กๆ ก็สามารถทำได้
บทที่ 11 มานีช่วยคุณแม่ทำขนมบัวลอย
[ป๊าด...นึกออกอีกแล้วครับ...ตอนเด็กๆ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่บ้านผมเห่อทำขนมบัวลอยเป็นหม้อๆ
นั่งปั้นอย่างเมามันส์ รอจนมันลอยเหมือนในหนังสือเป๊ะ ถึงไม่อร่อย แต่รู้สึกตื่นเต้นมากครับ
คาดว่า หลังจากเรียนมาถึงบทนี้ ผมตอนสมัยเด็กๆ คงไปรบเร้าให้ที่บ้านทำบัวลอยแหงแซะ
]
บทที่ 12 เช้าวันอาทิตย์ มานะ มานี จะไปดูเรือ จึงเดินผ่านสถานที่ต่างๆ ไปจนถึงตลาดริมน้ำ
ได้เห็นเรือโยงจูงเรือบรรทุกสินค้าแล่นผ่านไปมาจำนวนมาก และ ได้เห็นคนทิ้งขยะลงแม่น้ำ
บทที่ 13 เช้าวันเข้าพรรษา ทางอำเภอเชิญชวนให้ประชาชนปลูกต้นไม้
เด็กๆ ก็มาปลูกต้นไม้ ยกเว้น ปิติ ไม่ได้มาเพราะดูแลเจ้าแก่ที่ไม่สบาย
.
อากาศเป็นพิษ......ชีวิตจะสั้น
.....ต้นไม้เท่านั้น.........ทั้งกันและแก้

.
บทที่ 14 ปิติ มาโรงเรียนสายเนื่องจากช่วยพ่อฝังเจ้าแก่ (แก่ตายเอง) ที่โคนต้นไม้หลังบ้าน
บทที่ 15 แม่ของมานีไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ พวกเด็กๆ ก็ไปกับแม่ด้วย
.
.
.

.
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 2
.
บทที่ 16 มีคนชกต่อยกันหน้าโรงเรียนตอนเลิกเรียน ตำรวจกำลังห้าม ส่วนเด็กๆ ก็กำลังมุงดู
ครูไพลินเข้าไปบอกให้นักเรียนรีบกลับบ้าน (ช่างเป็นการเปิดภาคเรียนที่ 2 ที่ดุเดือดพอควร)
บทที่ 17 หลังรับประทานอาหารเย็น พ่อ แม่ มานะ มานี ออกมานั่งคุยกันที่ม้านั่งหน้าบ้าน
พูดคุยถึงผู้ประกอบอาชีพราชการ ดูเหมือนพ่อของมานะ มานี จะทำงานที่ที่ว่าการอำเภอ
บทที่ 18 ครูไพลินให้นักเรียนพูดถึงงานวัดที่ไปเที่ยวกันมาเมื่อคืน
บทที่ 19 มานะทำรถของเล่น วีระทำรถไฟจากล่องไม้ขีดไฟ มานีทำตุ๊กตาจากเปลือกไข่
บทที่ 20 บ้านสมคิดมีไฟฟ้าเข้าถึงแล้ว วันนี้ครูไพลินจึงสอนเรื่องเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า
บทที่ 21 วีระ นัดมานะ มานี ปิติ สมคิด ดวงแก้วและชูใจ ไปเที่ยวที่บึงใกล้ๆ บ้านของเขา
ปีนี้ฝนทิ้งช่วง น้ำในบึงมีเหลือเพียงเล็กน้อย พวกเด็กชายจึงลงไปจับปลาอย่างสนุกสนาน
บทที่ 22 ดวงจันทร์
บทที่ 23 ครูไพลินนัดเด็กนักเรียนปลูกต้นไม้ที่โรงเรียนในคาบสุดท้ายหลังวิชาคัดคำยาก
บทที่ 24 ออกพรรษาแล้ว ครูและนักเรียนช่วยกันทำกระทงของโรงเรียน และของตนเอง
[7 ขวบแล้ว เริ่มโตพอที่ทางบ้านจะพาไปเที่ยวงานลอยกระทงได้อย่างสบายใจมากขึ้นอีกนิด
สมัยผมยังทันทำกระทงใบตองพับจีบด้วยไม้กลัดอยู่ครับ...ก็แทงนิ้วมือตัวเองอยู่บ่อยๆ ^^"
]
บทที่ 25 เดือนธันวาคม สมคิดไปหาปิติแต่เช้า ได้พบยาย พ่อ แม่กับน้องของปิติที่ยังแบเบาะ
บทที่ 26 ปิติพาสมคิดไปเที่ยวนาของพ่อ ซึ่งมีไร่และสวนด้วย ทำให้มีรายได้เข้ามาหลายทาง
พ่อของปิติอธิบายเรื่องการทำนาให้สมคิดฟัง (ไม่ว่ายุคไหน ชาวนารากหญ้าก็ลำบากเช่นเดิม)
บทที่ 27 เดือนมกราคม ลุง หรือพี่ชายของแม่มานะ มานี เชิญญาติพี่น้องไปร่วมทำบุญที่บ้าน
พ่อและญาติผู้ชายจัดเตรียมงานพิธีทางศาสนา  แม่และญาติผู้หญิงจัดเตรียมกับข้าวเลี้ยงพระ
บทที่ 28 ครูไพลินถามว่า โตขึ้นนักเรียนอยากเป็นอะไร เด็กๆ แต่ละคนก็ตอบตามประสาเด็ก
บทที่ 29 ครูไพลินเล่าเรื่องเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์
.
.
[ตารางเทียบเสียงวรรณยุกต์ ระหว่างอักษรสูง กลาง ต่ำ ขั้นพื้นฐาน มีมาตั้งแต่ชั้น ป.2 แล้ว!]
.
บทที่ 30 ภาษาไทย มีพยัญชนะ 44 ตัว สระ 32 ตัว
.
.
.

โปรดติดตามต่อ : ตอนที่ 2
.
.
.

ของแถมท้ายเอนทรี
.
หนังสือเรียนวิชาภาษาไทย : 30 Years Later Parody Part 1
.
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 1
.
บทที่ 20 มานีคุยกับมานะเรื่อง ผู้ชายในเกมออนไลน์ ใช้ คะ - ค่ะ ถูกต้องกว่าผู้หญิงอีก
.
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เล่ม 2
.
บทที่ 31 เปิดเรียนวันแรก มานีหยิบเอา NDS ไปประชันกับ PSP ของชูใจที่โรงเรียนด้วย
.
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 1
.
บทที่ 1 เช้าวันเสาร์ แม่ชวนมานีไปซื้อกับข้าวสำเร็จรูปที่เทสโก้โลตัส
บทที่ 2 กลับจากตลาดก็เข้าครัว มานีช่วยแม่เอาอาหารเข้าไมโครเวฟ
มานะกับพ่อกำลังเล่นเกมออนไลน์ และพ่อสอนให้มานะรู้จักเปิดบอท
บทที่ 7 พ่อ แม่ มานะ มานี ขึ้นรถไฟไปกรุงเทพ วิ่งผ่านทุ่งนาป่าเขาแม่น้ำลำคลองหลายแห่ง
........................30 ปีผ่านไป รถไฟไทยแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย...................
บทที่ 8 รถไฟวิ่งผ่านสโตนเฮนจ์เมืองไทยที่เรียงรายตั้งแต่สถานีรังสิตไปจนถึงสถานีสามเสน
บทที่ 9 แม้อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง แต่รถไฟฟ้าก็ยังมาไม่ถึงบ้านลุงกับป้าซ้ากกกกกกกกกที
รุ่งเช้า ลุงก็พาขึ้นรถตู้ไปวัดพระแก้วมรกตแทนการขับรถไปเอง เพราะว่ารถติดและน้ำมันแพง
บทที่ 11 มานีนั่งเล่น NDS, ขนมบัวลอยคืออะไรไม่รู้จัก
บทที่ 12 เช้าวันอาทิตย์ มานะ มานี ไปเรียนพิเศษกับครูไพลิน เตรียมสอบ GAT ระดับประถม
บทที่ 13 เช้าวันเข้าพรรษา โรงเรียนหยุด นอนตื่นสายสิ
บทที่ 15 แม่ของมานีไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ พวกเด็กๆ ก็ไปกับแม่ด้วย
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเด็กๆ ก็พากันป่วยเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 จนต้องหยุดเรียน
.
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เล่ม 2
.
บทที่ 16 มีคนชกต่อยกันหน้าโรงเรียนตอนเลิกเรียน
พวกเด็กๆ ก็รีบยกมือถือของตนขึ้นมาถ่ายคลิปเก็บไว้ จากนั้นก็เอาไปเผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต
บทที่ 18 ครูไพลินให้นักเรียนพูดถึงการปฏิวัติที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน
บทที่ 19 มานะเริ่มเล่นรถบังคับวิทยุ ส่วนมานีเริ่มเล่นตุ๊กตาบลายธ์
บทที่ 20 บ้านสมคิดมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึงแล้ว หลังจากทนใช้ 56k มาเป็นเวลานาน
บทที่ 21 วีระ นัดมานะ มานี ปิติ สมคิด ดวงแก้วและชูใจ หนีไปเที่ยวเขาดิน จนโดนตำรวจจับ
บทที่ 22 จันทร์ยิ้ม
บทที่ 23 ครูไพลินสั่งให้เด็กนักเรียนลองส่งการบ้านผ่านทางบล็อก
บทที่ 24 ออกพรรษาแล้ว จะใช้กระทงโฟม หรือกระทงใบตองดีล่ะ
.
To be continued : Part 2
.

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

รู้สึกเหมือนโดด ดัก (แก่)เลยฮ่าๆๆๆ แต่ชอบตอนเล่ม ของ ป.1-ป.3 นะ น่ารักดี

#1 By Ku la la Ch An on 2009-07-10 21:39

Hot!

ถูกใจ ให้ดาวสามล้านดวง !

#2 By ♫ due gatti on 2009-07-10 21:41

แก่....
( อยากให้พิมพ์ชุดนี้ใหม่ชะมัด TwT ยอมซื้อ )

จริงๆน่าจะเอาหนังสือเรียนในรุ่นปัจจุบันมาดูเทียบกันน้อว่าต่างกันยังไง

#3 By Jelphyr on 2009-07-10 21:41

Hot!

#4 By เอกน้อย on 2009-07-10 21:42

Hot!

#5 By Eddy on 2009-07-10 21:46

จำได้ว่ามีให้ออกเสียงสระอู ปูอยู่ในรู..อะไรก็ไม่รุ้

30ปีผ่านไป ฮาได้ใจsad smile

#6 By Silver_Moony on 2009-07-10 21:47

ผมอ่านแล้วระลึกความหลังด้วยดีมาตลอด...

แต่ของแถมนี่มัน..!!!

#7 By -----ROGER----- on 2009-07-10 21:47

อร้าย แก่แล้ว

คนแก่จงเจริญ ว้า ฮ่าฮ่าฮ่า confused smile

#8 By เม็ดบ๊วย on 2009-07-10 21:48

ข้างล่างนี่มันอะไรกันค๊าาาาาาาาาาาาาาาาา

มาย้อนอ่านตอนนี้รู้สึกว่าพี่วีระ (ยังเรียกเค้าพี่ได้อีก??) หล่อที่สุดเลยค่ะ (ฮา)

เพชรก็ตอนแรกโผล่มาเป็นเด็กมีปัญหาเนอะ แต่กลับใจได้ เพราะมีพี่วีระ ว้ายยย (จะจิ้นได้อีกแน่ะ!!!)

#9 By KeeChan on 2009-07-10 22:12

Hot!

ไม่ทันเรียนชุดนี้ค่ะ ชุดที่เราเรียน (เข้าป.หนึ่งปี 40) ก็คล้ายกับอันนี้นะคะ แต่ถ้าจำไม่ผิด น่าจะไม่ได้เน้นเรื่องเสียงวรรณยุกต์อะไรมากมาย ตารางเทียบเสียงวรรณยุกต์ก็ไม่มีค่ะ

ที่จริงเราคิดว่า หนังสือกระทรวง อย่างน้อยก็ดีว่าดรุณศึกษาอ่ะค่ะ เราเรียนดรุณศึกษาคู่กับหนังสือกระทรวงมาตั้งแต่อนุบาลจนถึงราวๆป.สองได้

เรื่องการสะกดคำในดรุณศึกษามีจุดแปลกๆอยู่บ้าง ที่จำได้แม่นคือคำว่า "จ๋ะ" เราไม่รู้ว่าการใส่ไม้จัตวาในคำตายมันถูกต้องตามหลักภาษาไทยรึเปล่า แต่ประเด็นคือครูที่สอนวิชาภาษาไทยอ่านออกเสียงคำนี้ให้เด็กฟังว่า "จ๊ะ"

หรือบางคำอย่าง "ไข่สองใบ" แทนที่จะเป็น "ไข่สองฟอง" ตามหนังสือกระทรวง

บ่นมาซะเยอะเชียวค่ะ sad smile ไม่ทราบเหมือนกันว่าตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงดรุณศึกษาบ้างรึเปล่า

#10 By ★奈良★ on 2009-07-10 22:12

ของแถมนี่มัน 5555555
ไม่รู้เดี๋ยวนี้ หนังสือเรียนเด็ก ๆ เป็นยังไงกัน sad smile

#12 By rokjitjung on 2009-07-11 00:00

Hot! ความหลังยังหวานอยู่ confused smile

#13 By talalan on 2009-07-11 00:12

ข้างบนอย่างดัก
ข้างล่างอย่างทราม

#14 By ob the air on 2009-07-11 00:16

ไอ้ 30 year later นิมันอาราย sad smile
แต่อนาคตก็ไม่แน่แหะ อาจจะมีจริงก็ได้ confused smile

#15 By Ellebazi on 2009-07-11 00:18

30 ปีถัดมา
นึกภาพถ้าเอามาทำแบบเรียนจริง
วาดภาพแบบของเดิม
คงเท่ห์ดีไม่หยอกนะฮะ

confused smile confused smile confused smile Hot!

คิดถึงจัง!

#16 By h|b|b on 2009-07-11 01:06

Hot! Hot! Hot!

#17 By clock on 2009-07-11 01:12

ตอนนี้ปิติก็ยังมีม้า แต่ม้าชื่อเซ๊กเทาว์

#18 By Whip on 2009-07-11 06:24

ชอบตรง
"30 ปีผ่านไป รถไฟไทยแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย"

เป็นอย่างเดียวในหนังสือ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงจริงๆ
กั๊กๆ
Hot!

#19 By ilumin on 2009-07-11 08:43

เหอๆ เด็ดHot!

#20 By MooToo's Brother on 2009-07-11 09:16

เกิดไม่ทัน แหะๆHot!

#21 By น้ามชา on 2009-07-11 09:33

ด่วนๆๆๆๆ หนังรักต้องห้ามดูกันหรือยัง

http://www.oknation.net/blog/ployja/2009/07/11/entry-1

open-mounthed smile

#22 By rungka on 2009-07-11 09:47

จำได้คะ แต่สมัยนี้คงไม่มีเเล้วเนอะ รู้งี้เก็บไว้ให้ลูกหลานดูบ้างก็ดีเนอะ

อยากอ่านเรื่องการเดินทางของผ้าขี้ริ้วมากๆ ค่ะ

จำได้ว่าเป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกๆ ที่อ่านแล้วรู้สึกสนุกที่สุดเลย ตอนนี้หาซื้อไม่ได้แล้ว เสียดายจัง T^T

Hot!

#24 By Popsical_Kwan on 2009-07-11 10:46

ยังเกิดทันมานีในยุคแรกอยู่ ^^

พอมาอ่าน 30 ปีต่อมา แล้วแบบ...
โลกมันเปลี่ยนไปเยอะเนอะ
ความสุขก็ดูลดลงด้วย

**เห็นภาพเลยว่าอะไรมันเปลี่ยนไปบ้าง TT

#25 By Innocent on 2009-07-11 10:52

โอ้โห

เกิดทันเป็นบางเล่ม

หลายๆเล่มเลย ที่เกิดไม่ทัน sad smile

ระลึกชาติดีจัง

อ่าาาาาา

นึกถึงตอนเด็กๆ confused smile Hot!

#26 By mini-teddy on 2009-07-11 10:58

ทุกวันนี้เราเรียนอะไรกัน!!

#27 By mammoz on 2009-07-11 10:58

หนังสือเหมือนวันวาน

คิดถึงตอนเด็กๆจังเลย

อยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง

10 ขวบ อีกครั้ง

#28 By j-di on 2009-07-11 11:25


สุดยอด ได้ความรู้มากมายมหาศาล

ฝากเว็บด้วยนะ

ลงประกาศ ซื้อขาย ฟรี
http://www.siamshopmarket.com/

#29 By kokkok on 2009-07-11 11:43

ตอนท้ายเท่ห์จริงๆ

ผมมาตอนกล้ากับแก้ว VS มานะมานีพอดี ปนกันได้เรื่องใหม่ ^^''

#30 By on 2009-07-11 11:48

Hot! นึกถึงตอนเด็กๆ เนอะคะ
สามสิบปีผ่านไป รถไฟไทย . . .

#31 By gsawa on 2009-07-11 12:02

ขอให้ดาวครับ Hot! Hot! Hot! เนื่องจากทำให้คิดถึง

#32 By Seam - C on 2009-07-11 12:13

แม้ไม่ทันได้เรียนเล่ม ปิติ มานี ชูใจ
แต่ผมก็ได้อ่านนะครับ (ของอา เก็บไว้)
สนุกดี สีสวย

#33 By hackerlife on 2009-07-11 13:34

Hot!

ผมเป็นนักเรียนรุ่นแรกที่เปลี่ยนแบบเรียนภาษาไทยจากเล่มเดิม (ตามเนื้อหาของบล็อกนี้) มาเป็นแบบปรับปรุงใหม่ คือ ปี 2533 เคยเห็นหนังสือเรียนแบบเดิมนี้ในห้องสมุดสมัยเรียนชั้นประถม แต่เพราะความเป็นเด็กที่เข็ดขยาดหนังสืออยู่เดิม เลยไม่ค่อยได้ใส่ใจเท่าไรนัก

จนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เห็นมีหนังสือออกมาใหม่ ชื่อ "มานะ มานี ปิติ ชูใจ" ซึ่งเข้าใจว่าเขียนใหม่ แต่เดินเรื่องในบรรยากาศเก่าๆ ช่วยให้ผู้ใหญ่ในยุคนี้ (ที่อย่างช้าที่สุดก็คงจะเรียนจบปริญญาตรีกันหมดแล้ว) ได้หวนระลึกถึงความรู้สึกเมื่อสมัยเด็กอีกครั้ง

ถ้ามองอย่างเปรียบเทียบ หนังสือเรียนชุด "มานะ มานี ปิติ ชูใจ" เป็นแบบเรียนที่มีเนื้อหาร้อยเรียงกันตั้งแต่เริ่มต้น แต่ละบทต่อเนื่องกันมาตามลำดับซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเรียนจบ นักเรียนที่ใช้แบบเรียนนี้จึงมีความรู้สึกผูกพันกับตัวละครได้มากกว่าแบบเรียนยุคใหม่ซึ่งมีความหลากหลายในเนื้อหา แต่ไม่ได้สร้างความผูกพันกับผู้เรียนเลยแม้แต่น้อย

จึงไม่น่าแปลกใจที่ผู้เรียน "มานะ มานี ปิติ ชูใจ" ไม่ว่าจะผ่านไปนานกี่ปี แต่ยังจดจำเนื้อหาได้ดี แต่กับแบบเรียนรุ่นใหม่ๆ แล้ว เพียงแค่สอบเสร็จยังไม่ทันข้ามปีก็หลงลืมเนื้อหาได้ทั้งหมด เหมือนกับว่าไม่เคยเรียนอะไรมาเลย

#34 By รัตนาดิศร on 2009-07-11 14:01

ของแถมมัน.................


จำแทบไม่ได้แล้วค่ะว่าสมัยนั้นเป็นไงบ้าง จำได้อย่างเดียวคือเวลาได้หนังสือตอนเทอมใหม่ จะดึงหนังสือเรียนภาษาไทยมาอ่านจบเล่มก่อนทุกที open-mounthed smile

#35 By LUMiN on 2009-07-11 14:06

ไม่ได้เรียนเล่มนี้ค่ะ
ของแพรเป็นแบบเปลี่ยนตัวละครทุกปี
พอหลังๆเริ่มเปลี่ยนทุกบท
เลยไม่ค่อยผูกพันเท่ารุ่นก่อนๆมั้งคะ?

แต่ตอนนี้ก็เปลี่ยนอีกแล้ว
น้องแพรก็เรียนคนละเล่มกับแพรอีก sad smile
Hot! Hot!

#36 By Prae on 2009-07-11 14:14

จำได้ว่าตอนเรียนภาษาไทย ชอบม๊ากกกก
อยากอ่านบทต่อไปไวๆ ทั้งที่เดี๋ยวนี้อ่านแล้วก็ เออ..ทำไมตอนนั้นอยากอ่านจังเนี่ย 55+

ชอบของแถมค่ะ

#37 By Nina* on 2009-07-11 14:37

`ไม่คุ้นรูปเลย สงสัยข้าพเจ้าคงได้เรียนแบบเรียนที่ออกมาหลังจากนี้

คิดถึงมานีมานะจัง แล้วก็เจ้าหมาตัวสีดำ ชื่อเจ้าโตเหรอ?

เมื่อตอนเรียนนี่ยังกะเป็นเพื่อนกันเลย
ตอนป.1เหมือนนั่งเรียนไปด้วยกัน
ตอนป.2ก็ยังขึ้นชั้นมาเรียนด้วยกันอีก

สนุกมากเลยล่ะ

#38 By CHE.E.ZE on 2009-07-11 15:34

ไม่ทันอะค่า
แต่เรียนที่เป็นกล้ากับแก้วแต้มกับดำ
และเคยอ่านภาคจบตอนที่ทุกคนโตเป็นผู้ใหญ่ค่ะ
ชื่อหนังสือว่าทางช้างเผือกของสำนักพิมพ์อะบุ๊คค่ะ

#39 By FosSiL nanna on 2009-07-11 15:46

เกิดไม่ทันบทเรียนของจริง

แต่ขำกลิ้งบทเรียนของแถม 555555

#40 By toma on 2009-07-11 18:07

วันวานยังหวานอยู่confused smile Hot!

#41 By pbmath on 2009-07-11 18:17

ไม่ทันมานีชูใจอ่ะค่ะ...

ได้เรียนฉบับ แก้ว กับ กล้า

"ตา ตา มา รถไฟ รถไฟ มา ตา ตา มา รถไฟ"

แต่ชอบ 30 Years Later Parody Part 1 อย่างจริงจัง ฮ่าๆๆๆ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#42 By Fonn || AR51 on 2009-07-11 18:47

PinG~ ไม่ทันครับ แต่ผมทันรุ่นกล้ากับแก้ว confused smile

หนังสือภาษาไทยนี่ปลูกฝังอะไรดีๆให้เด็กเยอะกว่าวิชาภาษาไทยนะครับ big smile

#43 By Pl@y-M@Te on 2009-07-11 19:52

Hot! จำได้ตอนเด็กเราอ่านคำว่า ฎีกา ด้วยแหละ
มีอะไรไปดูไข่ไก่ หรือไปดูไ้ก่

จำได้แต่มานี มานะ กะปิ ฤาษี จำได้แต่ที่อ่านเป็นคำๆนิตอนอนุบาลมั้ง
sad smile

#44 By shimeatsky on 2009-07-11 20:07

คิดถึงงง

จำได้ว่า ที่โรงเรียน เป็นรุ่นสุดท้ายที่ทันเรียนซีรีย์นี้

จำได้ว่า สมัยอยู่มัธยม เล่มตอนอยู่ป.4-6 ยังมีครบ แต่รุ้ตัวอีกที หายไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้

เสียดายที่หายไป

มีความรู้สึกผูกพันธ์กับตัวละครเหมือนกับโตด้วยกันมา


พิมพ์ใหม่จะยอมซื้อเก็บยกเซ็ทเลย

ว่าแต่ ด้านล่างนี่ sad smile

#45 By Nekoichann ~ Sweet Alice on 2009-07-11 20:37

กร๊ากกกกกกก ฮาขอแถมสุดๆครับพี่ป๋อ *0*!!!

#46 By E@12``|``H on 2009-07-11 20:37

จำไม่ค่อยได้แล้วค่ะ แต่บางบทก็ยังจำได้อยู่

ของแถมนั่นมัน...แอบขำแต่หดหู่ยังไงไม่รู้

#47 By ★☆KyuubixUsagi on 2009-07-11 20:53

เห็นแล้วยิ่งคิดถึง big smile Hot!
Hot!

ตุ้ยจำได้ว่าต้องไปยืนอ่านให้แม่ฟัง

เห็นแล้วคิดถึง ^__^

#49 By [ : : TaLuY : : ] on 2009-07-11 21:35

โอ้ ฮีโร่ในตอนเด็ก -- คิดถึงเจ้าดำจังHot!