หนีตามกาลิเลโอ : โค้งสุดท้ายชีวิตวัยรุ่น
posted on 24 Jul 2009 23:26 by chubby in Review-Movie.
เชอร์รี่ นักศึกษาสถาปัตยกรรมปีสุดท้ายถูกสั่งพักการเรียน ด้วยข้อหาปลอมลายเซ็นอาจารย์
และยังได้ F เป็นของแถมไปอีกตัว สั่นคลอนความเป็นสาวเก่งคั่วเกียรตินิยมของเธออย่างสูง
นุ่น นักศึกษาสาวที่พึ่งถูกแฟนบอกเลิกหมาดๆ เพราะแฟนเริ่มรู้สึกเบื่อที่จะตามง้องอนนุ่นแล้ว
นอกจากทั้งสองคนจะเปลี่ยนไปแล้ว ตั้ม แฟนเก่าของนุ่นยังรู้สึกว่าเธอชักล้ำเส้นมากขึ้นทุกที
ทั้งสองปรับทุกข์กัน แล้วเชอร์รี่ก็ชวนนุ่นให้หนีไปเที่ยวยุโรป และทำงานพิเศษเก็บเงินไปด้วย
ครอบครัวของเชอร์รี่เป็นชนชั้นกลางธรรมดาสามัญ อยู่ด้วยกัน 3 คนคือ พ่อ เธอ กับน้องชาย
พ่อของเธอเป็นคนเงียบๆ ไม่แสดงอารมณ์ออกมาเท่าไร (ดูเหมือนจะมีสาเหตุอะไรบางอย่าง)
เป็นคนรุ่นเก่าที่ไม่ถนัดอุปกรณ์เทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่ก็ปล่อยให้เชอร์รี่ไปเที่ยวตามต้องการ
ครอบครัวของนุ่นเป็นพ่อค้านักธุรกิจ พ่อของนุ่นคัดค้านหัวชนฝาไม่อยากให้เธอเที่ยวตะลอนๆ
แต่สุดท้าย อาการอกหักจนอยากจะหนีไปให้พ้นๆ จากเมืองไทยของนุ่นก็เป็นฝ่ายชนะคุณพ่อ
.
จากสนามบินสุวรรณภูมิ สู่สนามบินฮีทโธรว์ ปัญหาทั้งหลายแหล่ก็เริ่มทันทีที่ก้าวลงจากเครื่อง
ด้วยความตื่นเต้นต่อสิ่งแปลกใหม่รอบตัว ทั้งสองจึงยังทนฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปได้พอท้วมๆ
แต่เมื่อเวลาผ่านไปสามเดือน และข้ามฟากจากลอนดอนมาปารีส ความเหงาเริ่มถาโถมเข้ามา
นุ่นได้พบกับชายไทยที่อาศัยอยู่ในปารีสคนหนึ่งชื่อ ตั้ม ชื่อเดียวกับแฟนเก่าที่บอกเลิกกับเธอ
ด้วยทัศนคติการดำรงชีวิตที่ตรงข้ามกับเชอร์รี่สิ้นเชิง ดึงดูดความสนใจของเธออย่างประหลาด
เชอร์รี่กับนุ่นทะเลาะกัน ด้วยเรื่องไม่ค่อยเป็นเรื่องเท่าไร ตามประสาอาร์ทชนอาร์ทพอกันทั้งคู่
ทว่าปัญหาย่อมคลี่คลายไปได้ด้วยดีตามสเต็ป นุ่นเริ่มจะปลูกต้นรักต้นใหม่ กับนายตั้มคนใหม่
ส่วนเชอร์รี่ก็ทำท่าจะได้ทำงานใหม่อย่างไม่คาดฝันเช่นกัน แต่ ชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ความอาร์ท (หรือเกรียน) ทำให้พวกเธอพบเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ต่อมิตรภาพระหว่างเพื่อน
ถีบเชอร์รี่กระเด็นออกจากโค้งสุดท้ายชีวิตวัยรุ่นสู่โลกของผู้ใหญ่ที่จะทำตัวแบบเดิมไม่ได้แล้ว
.
ส่วนที่ชอบ
- การปะทะคารมครั้งแรกระหว่าง ตั้ม กับ เชอร์รี่ ที่ปารีส ระหว่าง 2 ขั้วความเห็นที่แตกต่างกัน
เมื่อตั้มว่าเชอร์รี่สนใจแต่ผลลัพธ์โดยไม่เลือกวิธีการ ขาดความเอาใจใส่ต่อสิ่งที่อยู่รอบตัวเอง
เชอร์รี่ก็ว่าตั้มสนใจแต่วิธีการโดยไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม เพื่อให้ตนเองดูเหนือชั้นกว่าคนอื่น
สิ่งที่น่าสนใจคือ ภาพยนตร์นำเสนอภาพทั้งสองคนดำเนินชีวิตตามสิ่งที่ตนเองพูดออกมาจริงๆ
- การท่องเที่ยวแบบแบ็คแพ็คไม่ได้มีแต่เรื่องงดงามเสมอไป ไม่ว่าจะวางแผนดีแค่ไหนก็ตาม
ถ่ายทอดภาพการเที่ยวไปทำงานไปในต่างแดนได้น่าสนใจทั้งสองด้านกับความจริงที่เจ็บปวด
- บทบาทการแสดงของบางตัวละคร ทำให้คนดูอินไปกับความอาร์ทแอนด์เกรียนจนถึงขีดสุด
ถ่ายทอดภาพทัศนคติของวัยรุ่นที่กำลังแพร่ระบาดอย่างน่ากลัวว่าจะก่อให้เกิดผลอย่างไรบ้าง
- ตัวประกอบจำนวนไม่น้อยคัดมาได้น่าสนใจ ทำให้คนดูรู้สึกใจหายเมื่อถึงเวลาต้องจากลากัน
โดยเฉพาะ พี่ทอม ที่ยางราคาตกจนตัดสินใจหนีมาตายดาบหน้าที่ร้านอาหารไทยในลอนดอน
- เพลงประกอบภาพยนตร์ตอนจบ ใช้ "แค่ได้คิดถึง" ของญารินดา บุนนาค ฟังแล้วถูกใจครับ
ผมว่าได้อารมณ์มากกว่าเพลงประกอบภาพยนตร์ "ตังเก" ในหนังตัวอย่างก่อนหน้านี้หลายขุม
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- เนื้อเรื่องที่ลอนดอนและปารีส ทำได้ดี ทั้งภาพที่คาดหวัง และมุข Feel Good ทั้งหลายแหล่
แต่เนื้อเรื่องที่อิตาลีซึ่งเป็นตอนท้าย ขมวดปมแปลกๆ ทำออกมาได้ไม่ค่อยถูกใจผมเท่าไรนัก
- กรอบของ GTH ที่จำเป็นต้องเอาใจกลุ่มเป้าหมายทำให้ตัวงานที่ออกมาต้องยั้งมือเอาไว้บ้าง
ทั้งๆ ที่เนื้อหาและวัตถุดิบภายในภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถทุบกลุ่มเป้าหมายให้เละได้ยิ่งกว่านี้
ผลที่ออกมาจึงเกิดความรู้สึกทะแม่งๆ ในบางฉาก เหมือนมีโชคช่วยหรือฟ้าบันดาลมากเกินไป
รวมถึงพฤติกรรมหรือประเด็นคาใจบางประการ ที่จนหนังจบแล้วก็เหมือนจะปล่อยให้ค้างคาไว้
.
ประเด็นเก็บตก
- ท่านที่ดูเรื่องนี้แล้วอาจสัมผัสได้ถึงกำแพงบางๆ ที่อยู่ตรงกลางระหว่าง "อาร์ท" กับ "เกรียน"
โดยเฉพาะบทของเชอร์รี่ ที่ทำให้คนดู "เกลียด" ทัศนคติของวัยรุ่นยุคปัจจุบันได้อย่างถึงแก่น
พวกเขาเชิดชูนักวิทยาศาสตร์ในอดีตซึ่งเพียรยืนยันพิสูจน์ว่าโลกไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล
แต่หลายกรณีพวกเขาก็ทำตัวเป็นศูนย์กลางของจักรวาลอย่างลักลั่นย้อนแย้งเองเสียอย่างนั้น
ถึงความอาร์ทอาจชวนให้หงุดหงิดแต่บริบทส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในกรอบของรสนิยมความชอบ
ขณะความเกรียนที่ชวนให้หงุดหงิดยิ่งกว่านั้นมักจะอยู่ในกรอบของเรื่องถูก-ผิดขั้นพื้นฐานสุดๆ
.
ตั้มกับผองเพื่อนศิลปินอาศัยอยู่ในอาคารของรัฐ ถือว่าพวกเขาบุกรุกเข้าไปอยู่โดยผิดฏหมาย
แต่พวกเขาไม่เคยอ้างว่าสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามใจชอบเพราะอาคารดังกล่าวถูกทิ้งให้ร้าง
แถมเปิดนิทรรศการหาเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าปรับเมื่อมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบประจำปีอีกต่างหาก
ตรงข้ามกับกรณีของเชอร์รี่ ที่ปลอมลายเซ็นอาจารย์เพื่อใช้ห้องสตูดิโอ จนถูกสั่งพักการเรียน
แต่เธอไม่ยอมรับว่าตนเองผิด เพราะ 1) อาจารย์ไม่อยู่ให้หนูเซ็น 2) ยังไงหนูก็ได้ใช้ห้องอยู่ดี
ถือเป็นเรื่องปรกติอย่างสาสม ของสังคมที่ชื่นชมการกระทำให้ถึงเป้าหมายโดยไม่เลือกวิธีการ
.
สุดท้าย เชอร์รี่ก็ได้ดิบได้ดี ปล่อยให้นุ่นต้องมารับเคราะห์แทนตัวเอง มีฉากบีบน้ำตาสักหน่อย
เพื่อบอกว่ากูเสียใจนะเว้ย รอเวลาผ่านไป แล้วภาวนาว่าคนรอบข้างจะให้อภัยง่ายๆ แบบนี้เลย
นับว่าต่าย (ชุติมา ทีปะนาถ) เสี่ยงพอตัวกับการรับบทนี้เพราะเธอดันทำได้สมบทบาทเสียด้วย
ทำให้หลายท่านรู้สึกเกลียดตัวละครเชอร์รี่เข้าไส้เลยครับ เพราะมันเหมือนโลกจริงมากเกินไป
.

.
.
.
ของแถมท้ายรีวิว
.

#1 By baibua on 2009-07-24 23:58