Cosplay, Comiket, Doujin, Event

posted on 31 Aug 2009 00:54 by chubby directory Cartoon, Asian, Knowledge

.
cosplay.................(n) คอสเพลย์ (full) costume play, costume roleplay
cosplayer.............(n) นักคอสเพลย์, ผู้แต่งชุดคอสเพลย์
cross-dressing....(adj) การแต่งกายด้วยชุดของเพศตรงข้าม
private cosplay....(n) คอสเพลย์ส่วนตัว, คอสเพลย์เฉพาะกลุ่ม
comiket................(n) คอมิเก็ต (full) comic market, งานขายโดจิน
doujin...................(n) (romaji) โดจิน, ผลงานที่ทำเอง
circle....................(n) กลุ่มโดจิน, กลุ่มศิลปินผู้ร่วมจัดทำผลงานประเภทเดียวกัน
event...................(n) เหตุการณ์, การแข่งขัน, กิจกรรมเกี่ยวเนื่อง, โอกาสพิเศษ
.
โดยทั่วไป คอสเพลย์หมายถึงศิลปะการแสดงรูปแบบหนึ่ง ผ่านทางชุดแต่งกาย เครื่องประดับ
ของตัวละครที่มีความโดดเด่นหรือมีชื่อเสียง ในหนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์ นวนิยาย วีดีโอเกม
ไปจนถึงการแสดงของวงดนตรี (ที่พบเห็นส่วนใหญ่มักจะเป็นวงดนตรีประเภท J-pop, J-rock)
ชุดแต่งกายและเครื่องประดับส่วนใหญ่มักมีความสลับซับซ้อนหรือความโดดเด่นสะดุดตามาก
อ่านถึงบรรทัดนี้ ท่านผู้ปกครองอาจเริ่มคิดว่าชุดคอสเพลย์ต้องเป็นอะไรที่หรูหราราคาแพงแน่
และไม่อยากให้บุตรหลานเข้ามาเกี่ยวข้องกับคอสเพลย์ แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไปครับ
.
.
Gundam Box เป็นตัวอย่างชุด costume ราคาถูก แต่ทำให้เกิด roleplay โดดเด่นกระแทกใจ
(ไม่ว่าชุดดังกล่าวจะเกิดขึ้นด้วยความตั้งใจหรือเกิดขึ้นเพราะบังเอิญกระเป๋าเงินแฟบอยู่ก็ตาม)
จนกลายเป็นชาวตะวันตกเพียงไม่กี่ราย ที่มีภาพตัวเองอยู่กลางย่าน Akihabara ประเทศญี่ปุ่น
.
.
cosplay model หรือ cosplay idol หมายถึง นักคอสเพลย์ที่ทำหน้าที่ถ่ายแบบประชาสัมพันธ์
หรือแต่งคอสเป็นตัวละครจากหนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์ วีดีโอเกมเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
จนผู้คนทั่วไปจดจำได้ หรือเป็น brand ambassador แก่บริษัทผู้ถือครองลิขสิทธิ์ตัวละครนั้น
.
.
.

คอสเพลย์ในประเทศญี่ปุ่น เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าอยู่พอสมควร ตั้งแต่นิตยสารยันร้านขายเสื้อผ้า
เช่น Cosmode (COStume MODE Magazine) นิตยสารเกี่ยวกับคอสเพลย์รายปักษ์ 2 เดือน
Cospa (Contents Communication Service Partner) เจ้าตลาดชุดคอสเพลย์รายใหญ่ที่สุด
ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2538 ซึ่งประเทศไทยในเวลาดังกล่าวยังมีคนรู้จักคำว่าคอสเพลย์ไม่มากนัก
แต่ใช่ว่าบ้านเราจะไม่เคยมีคอสเพลย์มาก่อน อย่างเช่นพนักงานที่แต่งชุดตัวละครในสวนสนุก
มาสคอตหน้าร้านค้า กระทั่งแฟนคลับ เอลวิส เพรสลีย์ ก็เข้าข่ายคอสเพลย์มาแต่โบร่ำโบราณ
.
แต่คอสเพลย์รูปแบบดังกล่าวส่วนใหญ่จำกัดอยู่ในสถานที่เฉพาะทางจึงไม่มีเสียงวิจารณ์อะไร
จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปี พ.ศ. 2540's คอสเพลย์บ้านเรา เริ่มเปิดเผยตัวออกสู่ที่สาธารณะมากขึ้น
ความที่เป็นของแปลกใหม่ในสังคม ไปชนกับกระแสเด็กเซ็นเตอร์พ้อยท์ยุคแรกที่ไม่สู้จะดีนัก
(ช่วงปี พ.ศ. 2541 - 2542) เด็กคอสเพลย์ก็ย่อมถูกหางเลขหลีกเลี่ยงการถูกวิจารณ์ไปไม่พ้น
โดยเฉพาะคอสเพลย์หญิงระดับชั้นมัธยมที่ต้องปิดบังสถานภาพของตัวเองราวกับสายลับ CIA
เพราะหลายโรงเรียนยุคนั้นไม่อนุญาตหรือไม่สนับสนุนให้เด็กของตนร่วมกิจกรรม "ทำนองนี้"
.
หลังกระแสเด็กเซ็นเตอร์พ้อยท์ซาไป หลายบริษัท ก็เริ่มจัด event รองรับกิจกรรมของตนเอง
เริ่มต้นจากสำนักพิมพ์ต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับตัวละครในสื่อสิ่งพิมพ์ที่แต่งคอสเพลย์กัน
ไปจนถึงบริษัทจับฉ่ายที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับคอสเพลย์ตรงไหน ก็ยังขอมีเอี่ยวกับเขาด้วยคน
จากปีหนึ่งๆ ที่เคยมีโอกาสแต่งคอสเพลย์ 1 - 2 ครั้ง กลับกลายเป็นมีงานรองรับแทบทุกเดือน
ปัญหาการขาดแคลน event สำหรับแสดงออกของผู้ชื่นชอบในกิจกรรมคอสเพลย์ จึงหมดไป
แต่ก็เกิดปัญหาใหม่เข้ามาแทนที่จากบุคคลภายในหรือบุคคลภายนอกที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง
.
จากยุคที่นักคอสเพลย์ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ ราวกับค้ายาบ้า สู่ยุคที่คอสเพลย์กลายเป็นธุรกิจ
ก็เกิดปัญหาภายใน เช่น นักคอสเพลย์หรือกองเชียร์ มีปัญหากระทบกระทั่ง งานมีข้อบกพร่อง
ขยะเกลื่อนกลาด ชุดคอสเพลย์ที่ไม่เหมาะสม การแสดงเรียกความนิยมที่ดูไม่เหมาะสม ฯลฯ
หรือปัญหาภายนอก เช่น ความลำบากในการใช้สถานที่ถ่ายรูปเนื่องจากมีผู้คนเป็นจำนวนมาก
สภาพแวดล้อมไม่อำนวย ตากล้องที่ถ่ายรูปไม่เหมาะสม นักแอบเนียนตีซี้ ไม่รู้กาลเทศะ ฯลฯ
ส่งผลให้นักคอสเพลย์จำนวนหนึ่งหันกลับไป private cosplay ในสถานที่ปิดมิดชิดกันมากขึ้น
.
.
.

.
Comiket (コミケット) คอมิเก็ต
.
งาน comic market เป็นงานเทศกาลขายตรงโดจิน ซึ่งจัดขึ้นปีละสองครั้งที่ Tokyo Big Sight
(Tokyo International Exhibition Center) สถานที่จัดประชุมที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่อ่าวโตเกียว
งานคอมิเก็ต จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2518 โดยในเวลานั้นมี circle เข้าร่วมเพียง 32 circle
และผู้เข้าร่วมงานประมาณ 600 ราย แต่ปัจจุบัน ยอดผู้เข้าร่วมงานทะลุเกิน 5 แสนรายไปแล้ว
มี circle เข้าร่วมงานนี้นับหมื่น circle เรียงรายอัดแน่นยิ่งกว่าปลากระป๋องเต็มพื้นที่เลยทีเดียว
เปรียบเสมือนเมกกะหรือนครศักดิ์สิทธิ์ของเหล่า otaku ที่ต้องเดินทางไปจาริกแสวงบุญให้ได้
เพื่อตามเก็บสินค้า doujin ทั้งหลายที่มีคุณค่าทางจิตใจ และส่วนใหญ่จะกลายเป็นของหายาก
เพราะสินค้า doujin ทั้งหลายแหล่แทบจะไม่มีการทำซ้ำเพิ่ม หากไม่มีเสียงเรียกร้องมากจริงๆ
.
doujin (同人) หมายถึงกลุ่มหรือพวกเดียวกัน ในที่นี้ใช้ในความหมายของผลงานเฉพาะกลุ่ม
เป็นผลงานที่ทำขึ้นเอง เพื่อตอบสนองต่อกลุ่มคนที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน มีอยู่หลายแบบ เช่น

.
1) doujinshi (同人誌) เป็นผลงานเกี่ยวกับการ์ตูน ภาพวาด เรื่องแต่ง (誌 คือนิตยสาร)
2) doujin soft (同人ソフト) หรือ doujin game (同人ゲーム) เป็นผลงานเกี่ยวกับเกม
3) doujin ongaku (同人音楽) เป็นผลงานเกี่ยวกับเพลงหรือดนตรีที่มักจะแต่งขึ้นมาเอง
4) ecchi doujin (エッチ同人) เป็นผลงานเกี่ยวกับเรื่องทางเพศอย่างชัดเจน (เรต น.18+)
.
โดจินในยุคแรกๆ มักเป็นผลงานที่จำกัดอยู่ในแวดวงวรรณกรรม หรือเป็นเรื่องแต่งที่คิดขึ้นเอง
โดจินในยุคหลังๆ มักเป็นผลงานการ์ตูนหรือภาพวาดจากเรื่องที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วงเวลานั้น

.
งานโดจินหรืองานการ์ตูนมักเป็น event ที่เหล่า cosplayer ไปรวมตัวกันอยู่อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง
ด้วยเนื้อหารายละเอียดของงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวละครที่ตนแต่งคอสเพลย์ไม่มากก็น้อย
หลายงานจัดหาพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจน ลดปัญหาการกระทบกระทั่งกับผู้คนในพื้นที่สาธารณะ
อย่างไรก็ดี วัฒนธรรมคอสเพลย์นั้น มีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ
ไม่ว่าปัจจัยภายใน เช่น ระดับความดุเดือดในการแต่งชุดคอสเพลย์และขอบเขตในการถ่ายรูป
อายุขัยที่เปลี่ยนไป การเรียนการศึกษา อาชีพการงาน รายรับรายจ่าย รสนิยมความชอบ ฯลฯ
หรือปัจจัยภายนอก เช่น ทัศนคติมุมมองของบุคคลภายนอกที่มีต่อวงการคอสเพลย์และโดจิน
สภาพสังคม เศรษฐกิจ ค่าครองชีพ มุมมองทางการตลาด นโยบายของผู้ประกอบกิจการ ฯลฯ
.
.

โดจินกับปัญหาลิขสิทธิ์ update 2009/10/26
.
หากตีความตามตัวบทกฎหมายโดยตรงแล้ว ผลงานโดจินจากการ์ตูนถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ครับ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่น และความเอาจริงเอาจังของเจ้าของผลงาน
เจ้าของงานบางรายประกาศอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการให้ใครนำเอาผลงานของตนไปทำโดจิน
เจ้าของงานบางรายก็มองว่าเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์การ์ตูนของตนเองจากบรรดาแฟนคลับ
ถ้าหากไม่ประเจิดประเจ้อเกินไปก็ไม่มีปัญหา เพราะคดีลิขสิทธิ์เป็นคดีที่สามารถยอมความได้
ยกเว้นในกรณีที่ 1) โดจินนั้นมีปริมาณการทำซ้ำสูงมาก 2) โดจินนั้นมีผลกระทบต่อสังคมมาก
.
ยกตัวอย่างเช่นโดจินโดราเอมอนตอนจบ (Doraemon - Last Episode) ของ Tajima Yasue
จำนวน 20 หน้า ราคา 500 เยน เริ่มจำหน่าย ปี พ.ศ. 2548 และทำซ้ำเรื่อยๆ ทะลุ 13,000 ชุด
แต่ ผลงานชิ้นนี้ทำออกมาได้ดีมากเกินไป จนผู้คนจำนวนไม่น้อยปักใจเชื่อว่า มันเป็นเรื่องจริง
Shogakukan ใช้อำนาจตามกฏหมายลิขสิทธิ์ สั่งหยุดขายเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ. 2550
ผู้วาดถูกปรับในข้อหาทำซ้ำ (ยอดปรับไม่เป็นที่เปิดเผย แต่ "ลือ" กันว่าเจอไปหลายล้านเยน)
ทาจิมะ ยาสุโอะ ได้ประกาศขอโทษ Shogakukan กับ Fujiko Production อย่างเป็นทางการ

.
ประธาน Fujiko Production กล่าวถึงกรณีนี้ว่า
.
"A manga that is created base on Fujiko's manga world should not be modified
and sold by anyone else. We can approve the making of doujinshi among doujin
circles. However, in this case the issue was in a whole other level.
"
.
ปัจจุบัน โดจิน Doraemon - Last Episode แบบรูปเล่มมือสอง มีราคาขายสูงกว่า 5,000 เยน
.

.
.
cross-dressing cosplay : มากกว่าคำว่ากล้า
.
special thank : Jelphyr