รถไฟฟ้า..มาหานะเธอ : เสียงรถไฟฟ้าขบวนสุดท้าย
posted on 20 Oct 2009 23:22 by chubby in Review-Movie.
"เหมยลี่" พนักงานบริษัทโซลาร์เซลล์อายุ 30 ปี มางานแต่งของ "เป็ด" ในฐานะเพื่อนเจ้าสาว
ทั้งสองเติบโต เรียนหนังสือ สอบเข้ามหาวิทยาลัย และได้ทำงานบริษัทเดียวกันมาโดยตลอด
เธอเป็นสิงห์แอลกอฮอล์พอตัว และทำให้เพื่อนเธอต้องจำงานแต่งงานครั้งนี้ไปจนวันตายแน่ๆ
>>> โดยการยึดเตียงวิวาห์ซะเองแล้วปล่อยให้เป็ดกับพี่ต่อไปสะเดิ๊บกันบนโซฟาแทน <<<
เหมยลี่ขับรถกลับบ้านตอนตี 4 แต่ความเศร้าที่เพื่อนสละโสดบวกกับยังไม่หายสร่างเมาเต็มที่
ทำให้เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับแนวกั้นขอบทาง ข้างรถกระจุย กระจกมองข้างปลิวกระจายหาย
แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เหมยลี่ได้พบกับเทพบุตรสุดหล่อในฝันเข้ามาสอบถามให้ความช่วยเหลือ
.
เมื่อเอาชีวิตรอดกลับถึงบ้านได้ตอนเช้ามืด เหมยลี่ก็โดนป๊ายึดกุญแจรถไม่ให้ขับโดยเด็ดขาด
เธอต้องกระเสือกกระสนไปให้ถึงที่ทำงานที่อยู่ไกลลิบให้ทันเวลาด้วยการต่อรถ เรือ รถไฟฟ้า
กว่าจะซมซานกลับถึงบ้านได้ก็มืดค่ำ เหมยลี่หมดสิ้นเรี่ยวแรง หัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับปั๊บไปเลย
>>> แต่กลางดึก เธอฟื้นคืนชีพขึ้นมาซัดเบียร์กระป๋องเย็นๆ บนดาดฟ้าต่อเสียอย่างนั้น <<<
และคืนนั้นเองเกิดเหตุการณ์เด็กหนุ่มนอกบ้านคนหนึ่งเข้ามาโจ๊ะพรึมพรึมกับสาวใช้ประจำบ้าน
ป๊าของเหมยลี่ไม่พอใจมาก เจื่อนทำหน้าเจื่อน และบอกว่าโทรตามหาลุงให้มาช่วยเคลียร์แล้ว
เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้น เหมยลี่เดินไปเปิดประตู พบว่าเทพบุตรสุดหล่อของเธอยืนอยู่ตรงนั้น
.
"ลุง" ในที่นี้มิใช่สรรพนามเรียกพี่ชายของพ่อ แต่เป็นชื่อวิศวกร BTS หัวหน้างานกะดึกคนหนึ่ง
เหมยลี่อดรำพันกับตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมคนชื่อแก่ๆ อย่าง "ลุง" ถึงได้หนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวปานนี้
จนเธอตกราง เอ้ย ตกหลุมรัก "ลุง" อย่างจัง เหมือนโดนรถไฟไทยไม่มีเบรกพุ่งชนกลางหัวใจ
แต่เธอไม่กล้าเป็นฝ่ายรุกไปจีบก่อน เพราะความหลังฝังใจกับเหตุการณ์เมื่อครั้งเธออายุ 13 ปี
ตอนที่กำลังกระโดดโลดเต้นกรี๊ดกร๊าดใส่นักร้องหนุ่มยอดนิยมอยู่หน้าจอโทรทัศน์ในห้องเธอ
แล้วแม่ก็เปิดประตูห้องเข้ามาว่า "เหมยลี่ ! ถ้าป๊ามารู้ว่าแกบ้าผู้ชายแบบนี้ รับรอง บ้านแตก !"
.
เหมยลี่....."นี่แม่กับป๊ามาแต่งงานกันได้ยังไงน่ะ"
แม่.........."ก็ดูตัว"
เหมยลี่....."แล้วนี่ไม่มีใครเคยมาจีบแม่บ้างเหรอ"
แม่.........."ไม่มี...มีแต่ไปจีบเขา แต่เขาก็ไม่เอา"
เหมยลี่.....[ทำหน้างุนงงเหมือนโดนค้อนปอนด์ทุบหัวมา]
.............."ไหนแม่บอกว่าจีบผู้ชายก่อนมันน่าเกลียดไง"
แม่..........[ตักน้ำเต้าหู้ในแก้วขึ้นมาซดอย่างเอร็ดอร่อย]
.............."เหรอ...นี่ชั้นเคยพูดอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ ?"
เหมยลี่.....[ทำหน้างุนงงพร้อมกับนึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อ 17 ปีก่อน]
.............."แฮ่ๆ...แม่เคยบอกว่าจีบผู้ชายก่อนมันไม่ดีไม่ใช่เหรอ"
แม่..........[ยังคงเคี้ยวปาท่องโก๋หงุบหงับอย่างมีความสุขตามอัตภาพ]
.............."เหรอ...นี่แกเข้าใจแบบนั้นมานานเท่าไรละ ?"
.
.ส่วนที่ชอบ
- อาการมือไม้สั่นของนางเอกที่ครองชีวิตโสดมายาวนาน นำพาความบรรลัยสู่พระเอกรูปหล่อ
อย่างไม่รู้จักหยุดจักหย่อน จนเรื่องซวยๆ ที่พวกเราเห็นในหนังตัวอย่างเป็นอะไรที่จิ๊บจ๊อยมาก
- บทของเพลิน เด็กสาวรุ่นน้องบ้านใกล้เรือนเคียงซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคนิค 108 เล่มเกวียน
Parody ละครน้ำเน่าช่วงหัวค่ำนำมาใช้รวมกับเรื่องราวของเหมยลี่ เพลิน และลุงได้เป็นอย่างดี
- บทของลุง ปั้นขึ้นมาเพื่อสนองกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะจนแทบจะละลายคาเก้าอี้ในโรงหนัง
ด้วยภาพลักษณ์กับบทบาทที่สาวโสดสนิทจำนวนไม่น้อยไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่ๆ (ถ้าหาเจอ)
- การจีบกลับแบบเงียบๆ ของลุงด้วยวัตถุที่เราคิดว่าเป็นเพียงองค์ประกอบไม่มีค่าใดๆ ในหนัง
ทว่าเมื่อเติมรายละเอียดปลีกย่อยเข้าไป ขยะในไคลแมกซ์ก็กลายเป็นของมีค่าที่สุดไปจนได้
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- รู้สึกแปลกๆ กับฉากมหาชนปรบมือในตอนสุดท้าย, การเดินทางกลับไปกลับมาที่น่าเวียนหัว
บางฉากเล่นมุขมากเกินไปจนเกิดอาการสะดุดนิดๆ ไม่ว่าเสียงหรือความลื่นไหลของการแสดง
.
ประเด็นเก็บตก
- ไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบหนัง Feel Good ของค่าย GTH เพราะว่ามีทุกสิ่งที่คนกลุ่มนี้เกลียด
ส่วนกลุ่มเป้าหมายจำเพาะเจาะจงของหนังเรื่องนี้รับรองถูกใจสุดขีด บวกเพิ่มไปอีก 10% ครับ
- เป็นตัวอย่างหนังตลกซึ่งไม่จำเป็นต้องเอาตลกมาเล่น ไม่จำเป็นต้องมีมุขคำหยาบพร่ำเพรื่อๆ
ไม่จำเป็นต้องเอาเพศที่สามมาเป็นเหยื่อ เพียงมีบทหนังดีๆ ก็สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้แล้ว
.

.
.
.
ของแถมท้ายรีวิว
.
Start Spoil >>> ยุทธการทวงเวลา 17 ปีที่สูญเปล่าของเหมยลี่ เริ่มต้นที่การปรึกษา "เพลิน"
เด็กสาวรุ่นน้องบ้านใกล้เรือนเคียงอายุห่างกัน 1 รอบ ซึ่งรับจ๊อบพนักงานพาร์ทไทม์หลายแห่ง
เพลินมีกิ๊กหนุ่มในสังกัดหลายคนเลยทีเดียวก็เพราะเธอไม่อายที่จะแจกเบอร์ให้หนุ่มๆ ที่ถูกใจ
เพลินตอบกลับมาสบายๆ ว่า "แค่ให้เบอร์โทรศัพท์นะพี่ ไม่ยากเท่ากับสอบเอนทรานซ์หรอก"
อนึ่ง ก่อนหน้านั้นเธอพึ่งทำแว่นกันแดดสุดเท่ของลุงปลิวไปตกกลางถนน ถูกรถทับซะเละเทะ
วันต่อมา เธอออกไปหาซื้อแว่นตาแล้วก็สะดุ้งเฮือกเมื่อพลิกดูป้าย "นี่ราคาหรือรหัสสินค้าคะ"
แล้วเหมยลี่ก็ตัดสินใจ เขียนเบอร์โทรศัพท์ไว้ด้านในกล่องแว่นตากันแดดที่เธอซื้อมาใช้ให้ลุง
.
เย็นวันนั้น เธอดักรออยู่ที่สถานีรถไฟฟ้าที่เขาขึ้นโดยสารเป็นประจำเพื่อเอาแว่นกันแดดไปให้
ลุงเกรงใจที่เหมยลี่ไปซื้อแว่นมา แรกๆ ก็เหมือนไม่อยากรับแต่ "เมื่อคุณซื้อมาใช้ ผมก็จะใช้"
เมื่อรถไฟฟ้าเคลื่อนขบวน เหมยลี่ก็โบกมือลาลุงด้วยมือที่ยังกำปากกาที่เขียนเบอร์เอาไว้แน่น
จากนั้นไม่นานโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นมา "เยี่ยมไปเลยเพลิน รู้แบบนี้ทำตั้งแต่อายุ 18 แล้ว"
โอ้อนิจจา สายเรียกเข้ากลายเป็นคุณแม่ของเหมยลี่ซะอย่างนั้น ทำเอาเธอหน้าบอกบุญไม่รับ
เมื่อแผนแรกไม่เวิร์ค เหมยลี่ก็กลับไปปรึกษาเพลินอีกครั้ง คราวนี้รุ่นน้องอาสาสืบหาข้อมูลให้
แต่เมื่อเพลินเห็นหน้าหล่อๆ ของลุงแล้วกลับเปลี่ยนใจ ทำท่าเหมือนจะสะด๊วบเองเสียอย่างนั้น
.
เพลินลงทุนย้ายมาทำงานพิเศษที่ร้านเช่าวีดีโอที่ลุงมาใช้บริการประจำจนเหมยลี่รู้สึกไม่พอใจ
เธอสวมบทนางเอกละครน้ำเน่ายอดนิยม "น้ำตากามเทพ" ที่พึ่งดูมาหมาดๆ ในคืนก่อนหน้านั้น
เหมยลี่ส่งข้อความไปถึงบรรดากิ๊กๆ ของเพลินว่า มีเรื่องอยากจะบอก ให้มาพบที่ร้านเช่าวีดีโอ
จนเกิดการชกต่อยวุ่นวายเกินกว่าที่เหมยลี่คาดไว้ ลุงที่พึ่งมาถึงร้าน พลอยโดนลูกหลงไปด้วย
เมื่อหมัดของกิ๊กคนหนึ่งซัดใส่กระเป๋าลุงเต็มๆ ลอยละลิ่ว จนโน้ตบุ๊คข้างในเสียหาย เปิดไม่ขึ้น
เหมยลี่รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่ตนต้องรับผิดชอบจึงขันอาสาจะเอาโน้ตบุ๊คไปให้พี่ต่อแฟนเป็ดซ่อม
แต่เธอกลับทำให้โน้ตบุ๊คของลุงพังพินาศสาหัสยิ่งกว่าเดิม "เยี่ยมไปเลยค่ะ บรรลัยมันเข้าไป"
.
เหมยลี่แบกโน้ตบุ๊คของลุง ซึ่งพังพินาศยับเยิน ไปให้พี่ต่อแฟนเป็ดซึ่งเป็นเซียนคอมช่วยซ่อม
แต่ต่อให้เป็นเซียนคอมแค่ไหน ก็ไม่อาจกู้ชีพโน้ตบุ๊คที่หลุดเป็นชิ้นๆ เครื่องนี้ให้กลับคืนมาได้
เหมยลี่ยืนคอตกอยู่ตรงป้อมยาม หน้าตึกที่ทำการ BTS ตอนตี 2 เพื่อฝากข้อความขอโทษลุง
แต่สุดท้ายเธอก็รอจนหลับคาป้อมยาม จนกระทั่งลุงเลิกงานจึงสะดุ้งตื่นและเดินกลับพร้อมกัน
เหมยลี่ซึ่งไม่เคยเดินข้างลุงหล่อๆ แบบนี้มาก่อน ก็อดพูดหรือแสดงอาการเปิ่นๆ ออกมาไม่ได้
แต่ก็ทำให้เธอทราบละเอียดการใช้ชีวิตของลุงเพิ่มขึ้น ก่อนจากกันกระเป๋าสะพายลุงขาดพอดี
เหมยลี่แอบคุ้ยกระเป๋าลุงจากถังขยะราวกับสตอล์คเกอร์และทำให้เธอหน้าบานไม่หุบไปทั้งวัน
.
หลังจากกอดกระเป๋าลุงแนบแน่นมาทั้งวัน คืนนั้นเธอลองค้นกระเป๋าลุงจนพบกับฟิล์มเนกาทีฟ
เหมยลี่เอาฟิล์มไปล้างก่อนจะพบว่าเป็นรูปลุงถ่ายรูปคู่กับ "กบ" นางเอกเรื่อง "น้ำตากามเทพ"
คนล้างฟิล์มเอารูปไปลง Hi5 ก่อนรูปดังกล่าวไปปรากฏอยู่บนแผงหนังสือซุบซิบดาราทั่วเมือง
เหมยลี่รู้สึกว่าตนเองผิดสุดๆ และพยายายามหลบหน้าลุงทุกครั้งที่สถานีรถไฟฟ้าที่ลุงโดยสาร
วันหนึ่ง เหมยลี่พบลุงหลับใน BTS ตอนกลางวันโดยบังเอิญ ในที่สุด เธอตัดสินใจสารภาพผิด
แต่ ลุงเองก็เป็นสุภาพบุรุษพอที่จะให้อภัย เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมานานหลายปีแล้ว
และเมื่อรถไฟฟ้ามาถึงสถานีพระโขนง เหมยลี่จึงชวนลุงเที่ยวท้องฟ้าจำลอง โดยเธอเลี้ยงเอง
.
วันแรกของวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ลุงเอ่ยชวนเหมยลี่ไปเที่ยวงานสงกรานต์ถึงบ้านของเธอ
แน่นอนครับว่านี่คือโอกาสที่สาวโสดอายุ 30 รอมานานแสนนาน เธอมือสั่นปากสั่นตอบตกลง
แต่ปัญหาคือเธอพึ่งตอบตกลงกับทางบ้านว่าจะไปทัวร์เมืองจีนช่วงหยุดเทศกาลสงกรานต์แล้ว
เหมยลี่แกล้งทำพาสปอร์ตหายที่สนามบิน แล้วกลับบ้านเตรียมโปรแกรมเที่ยวอย่างมีความสุข
ทว่า เพลินก็เข้ามาร่วมเล่นสงกรานต์ กลายเป็นก้างขวางคอจนเหมยลี่รู้สึกหมดสนุกไปถนัดใจ
ลุงก็คงสังเกตเห็น จึงขอตัวกลับบ้านแล้วแอบกระซิบข้างหูเธอว่า "เดี๋ยวผมไปรับคุณที่บ้านนะ"
เมื่อพระเอกจากไป เหลือกันอยู่เพียงสองสาว เหมยลี่บอกเพลินเสียงดังฟังชัดว่า "คนนี้พี่ขอ!"
.
แล้วเพลินก็หัวเราะออกมาเหมือนกับว่ารอคอยให้เหมยลี่พูดคำๆ นี้ออกมาจากปากตั้งนานแล้ว
เพลินยิ้มๆ และอวยพรว่า "โชคดีนะพี่" ก่อนลงรถเพื่อไปเล่นสงกรานต์กับเพื่อนที่ถนนข้าวสาร
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เหมยลี่อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ารออยู่นานแต่ลุงก็ไม่โทรมาหาหรือมารับเสียที
เธอตัดสินใจไปหาลุงที่บ้านเช่าซึ่งไม่ได้ล็อคประตู ก่อนพบลุงผล็อยหลับไปที่ระเบียงริมแม่น้ำ
ตอนเล่นน้ำก็ "หล่อทะลุแป้ง" มาทีแล้ว ตอนหลับก็ยังดูหล่อจนเธอต้องสะกดตัวเองไม่ให้กรี๊ด
แต่ดูท่าเหมยลี่จะดูเพลินไปหน่อย เธอผล็อยหลับไปตรงนั้นแหละ ตื่นมาอีกทีก็มืดไปเสียแล้ว
โปรแกรมสงกรานต์หรรษาของเธอจึงเหลือทำได้แต่เพียงนั่งแท็กซี่เที่ยวกรุงเทพฯ ร้างยามค่ำ
.
วันต่อมา 14 เมษายน ลุงชวนเหมยลี่ไปเที่ยวชมโรงเก็บรถไฟฟ้าในวัน Family Day ของ BTS
ทุกอย่างก็ดูสนุกสนานไปตามประสา ถึงแม้เหมยลี่จะทำข้าวของของลุงพังย่อยยับเหมือนเดิม
แต่แล้วเธอก็ได้รับรู้โดยไม่ทันตั้งตัวมาก่อนว่าลุงได้รับทุนไปศึกษาต่อที่เยอรมันเป็นเวลา 2 ปี
และจะออกเดินทางวันมะรืนนี้แล้ว ทำเอาเธอซึมกะทือหมดอารมณ์เที่ยวและเบี้ยวนัดวันต่อมา
คืนสุดท้าย เหมยลี่ไปพบลุงเพื่อบอกว่า ด้วยข้อจำกัดต่างๆ เราสองคนเป็นคนรู้จักกันก็พอแล้ว
เช้าวันที่ 16 ฟ้า คนใช้บ้านเหมยลี่กลับจากต่างหวัดพร้อมๆ กับเจื่อนที่นำของที่ลุงฝากไว้มาให้
เธอแบกขึ้นไปแกะดูในห้องนอน ก็พบกับเศษขยะที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำล้ำค่าอย่างยิ่ง
.
กระจกมองข้าง: ถ้าเจ้านี่ตกใส่หัวผม เราคงไม่ได้เจอกันเพราะผมคงต้องเข้าโรงพยาบาลก่อน
แว่นตา: ถ้าเจ้านี่ไม่พัง ผมก็คงไม่เห็นไอ้นี่ (เบอร์โทรศัพท์ลี่) "ขอโทษด้วย ไม่กล้าโทรจริงๆ"
โน้ตบุ๊ค: อยากฟังคุณร้องเพลงนี้ (ข้อความขอโทษที่เหมยลี่วานให้พนักงาน รปภ. ช่วยเขียน)
ตั๋วเข้าท้องฟ้าจำลอง: เดทแรก คนอื่นเขาดูหนัง แต่ของเราดูดาวตอนกลางวัน โรแมนติกดีมั้ย
กล้องถ่ายรูป: ถึงกล้องจะพัง แต่เมมโมรียังอยู่...จากนั้น เหมยลี่ลองเอาไปเปิดในโน้ตบุ๊คเธอ
ก็พบกับภาพถ่ายที่เผลอตอนเธอกำลังเพลินที่ BTS กับอิริยาบถเป็นธรรมชาติที่เธอก็นึกไม่ถึง
เหมยลี่ต่อมน้ำตาแตก รีบออกจากบ้าน โบกแท็กซี่ไปสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อตามหาลุงทันที
.
แล้วผู้กำกับก็ล้อเลียนหนังรัก ที่คู่พระคู่นางมักไปถึงทันเวลา ได้พบกันวินาทีสุดท้ายหน้าประตู
โดยให้เหมยลี่ไปถึงสนามบินตอนสิบโมงกว่า ซึ่งเครื่องของลุงก็บินไปถึงอินเดียเรียบร้อยแล้ว
2 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เหมยลี่เปลี่ยนงานใหม่ เป็นพนักงานตลาดหุ้นกะดึก เลิกงานเช้าตรู่
และได้พบกับลุงโดยบังเอิญบน BTS อีกครั้ง โดยลุงพึ่งเลิกประชุมและกำลังเดินทางกลับบ้าน
ทั้งสองพูดจาทักทายกันนิดหน่อยพอเป็นพิธี แล้วบอกลากันเพื่อเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีสยาม
หลังจากนั้นขบวนรถ BTS ที่เหมยลี่โดยสาร ก็เกิดปัญหาขัดข้อง จอดสนิทมืดมิดอยู่กลางทาง
ผู้โดยสารคนอื่นต่างยกมือถือโทรหาคนอื่นกันหวานแหวว เธอได้แต่ยืนหง่าวไม่รู้จะโทรหาใคร
.
แต่แล้วก็มีเบอร์ที่เธอไม่คุ้นโทรเข้ามา ที่แท้ก็เป็นลุงซึ่งโทรมาถามว่า สงกรานต์นี้ยังว่างอยู่มั้ย
ป๊าด สาวโสดอายุ 32 เจอเทพบุตรสุดหล่อทะลุแป้งถามแบบนี้ มีหรือที่จะปล่อยให้หลุดมืออีก
เหมยลี่น้ำตาแทบร่วงด้วยความปิติละล่ำละลักตอบกลับลุงว่า "ว่างค่ะ ว่าง" สักพักก็วางสายไป
จู่ๆ ลุงก็โผล่มายืนอยู่ข้างเธอ แล้วบอกว่า "นี่เบอร์ผม อย่าลืมเมมไว้นะครับ" <<< End Spoil
.
ระลึกอดีตหนังสือเรียนวิชาภาษาไทย : ตอนที่ 3
#1 By ISHIMARU L. on 2009-10-20 23:39