.
เครือข่ายสังคมออนไลน์ยุคเก่า
.
Usenet
Usenet
ระบบรับส่งข้อความไปยังกลุ่มข่าว (Newsgroup) ที่คิดค้นขึ้นโดย ทอม ทรัสคอตต์ กับ จิม เอลลิส สมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ Usenet จะไม่มีเซิร์ฟเวอร์กลางหรือผู้ดูแลระบบโดยเฉพาะแบบ BBS หรือกระดานข่าว โดยถือเป็นบรรพบุรุษของ RSS ที่ใช้ตามการอัพเดตข้อมูลล่าสุดของบล็อกหรือเว็บไซต์ต่างๆ ที่เราให้ความสนใจโดยเฉพาะ
.
Skynet
Skynet
ระบบเครือข่ายของกองทัพที่สร้างขึ้นโดย ไซเบอร์ไดน์ซิสเต็มส์ โดยเริ่มทำการติดตั้งลงบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของกองทัพในปี พ.ศ. 2540 ต่อมาภายหลังระบบปัญญาประดิษฐ์ของ Skynet พัฒนาตัวเองเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ทั่วโลกและทำลายล้างมนุษย์จนแทบสิ้น โดยความหวังของมนุษยชาติทั้งมวลนั้นรวมอยู่ที่ จอห์น คอนเนอร์...อ้าว ขออภัย มาผิดเรื่องครับ
.
BBS
BBS
ระบบกระดานข่าว (Bulletin Board System) เกิดขึ้นในช่วงปลายยุค 2510's และถึงแม้ในยุคแรกๆ จะสามารถเชื่อมต่อผ่านโมเด็มล็อกอินเข้ามาใช้งาน BBS ได้เพียงครั้งละคน ก็นับว่าเป็นระบบแรกที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โดยถือเป็นบรรพบุรุษของ Internet Forum หรือ Message Board ที่เราใช้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกลุ่มคนหลายๆ กลุ่ม
.
IRC
IRC
การคุยผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet Relay Chat) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อของโปรแกรมแชต ถูกพัฒนาขึ้นใน ปี พ.ศ. 2531 สำหรับการพูดคุยและแบ่งปันไฟล์ข้อมูลต่างๆ ระหว่างบุคคลต่อบุคคล โดยถือเป็นบรรพบุรุษของโปรแกรม Instant Messaging (IM) ยุคหลัง เช่น mIRC (2538) ICQ (2539) PIRCH (2541) MSN Messenger (2542) ที่เราใช้แชตกระหน่ำมาก่อน
.

.
เครือข่ายสังคมออนไลน์ยุคใหม่
.
หลังจาก BBS และ IRC ปักหลักฐานมั่นคงแล้ว สื่อผสม (Multimedia) ก็ถาโถมเข้ามาพร้อมความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น จนระบบแบบเดิมๆ มาถึงขีดจำกัด ยกตัวอย่างเช่น ถึงแม้ BBS จะมีจุดแข็งในด้านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกลุ่มต่างๆ อีกทั้งยังสามารถแก้ไขโค้ดให้รองรับ Multimedia ใหม่ๆ ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหา "มากคนก็มากความ" ได้ ไม่ว่าผู้ดูแลจะนำมาตรการไหนมาใช้ก็ตาม หรืออย่าง IRC แม้จะมีจุดแข็งด้านความเป็นส่วนตัวในการสนทนา แต่ก็มีจุดอ่อนในการรองรับ Multimedia รูปแบบใหม่ๆ และก็ยังหนีไม่พ้นปัญหา "อาการอยากโชว์" อะไรๆ หลายอย่างจากบุคคลภายในออกไปให้บุคคลภายนอกเห็น
.
ช่วงกลางยุค 2540's เกิดเว็บไซต์ผู้ให้บริการพื้นที่เก็บข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต (Web Hosting) รองรับกระแสการสร้างเว็บไซต์ส่วนตัวจำนวนมาก ทว่า เว็บโฮสติ้งจำนวนไม่น้อยมีข้อจำกัดเรื่องการรองรับข้อมูล Multimedia แถมพกด้วยปัญหา Direct Linking หรือ Hotlinking หรือการถูกขโมย url address ของไฟล์ต่างๆ ไปจนเจ้าของเว็บไซต์ประสบปัญหาแบนด์วิธหมด ผู้บริโภคจึงหันไปหาผู้ให้บริการพื้นที่เก็บข้อมูลรูปภาพหรือวีดีโอโดยตรง เช่น Photobucket (2546) Flickr (2547) YouTube (2548) แล้วค่อยนำมาแบ่งปันกันบนเว็บไซต์ยุคใหม่ เช่น Hi5 (2546) Multiply (2546) Myspace (2546) Facebook (2547) Exteen (2547) เป็นต้น
.
เว็บไซต์ยุคใหม่เหล่านี้มีจุดร่วมตรงที่ ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเขียนโค้ด ขอเพียงมีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ก็สามารถมีพื้นที่ส่วนตัวบนโลกไซเบอร์ได้แล้ว (แต่ทั้งนี้ก็มีบางเว็บเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานที่มีความรู้เรื่องการเขียนโค้ด สามารถเข้าไปปรับแต่งพื้นที่ส่วนตัวของตนเองได้อยู่เหมือนกัน) โดยเว็บที่อยู่ในกระแสมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้น Facebook ที่มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกจน Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook ได้รับรางวัลบุคคลแห่งปี (Person of the Year 2010) จากนิตยสาร Time โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Facebook มีสมาชิกลงทะเบียนใช้งานแล้วมากกว่า 500 ล้านคน
.

.
ดราม่าในเครือข่ายสังคมออนไลน์
.
นับแต่อินเทอร์เน็ตคาเฟ่บูมในประเทศไทยเมื่อ 10 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน ปัญหาพื้นฐานที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ล้วนวนเวียนอยู่ในรูปแบบเดิมๆ เพียงแต่ยุคนั้นจำนวนผู้เข้าถึงเทคโนโลยีมีจำกัด ปัญหาต่างๆ จึงเป็นที่รับรู้กันอยู่ในวงแคบๆ และเหยียบให้เรื่องเงียบหายไปโดยง่าย แตกต่างจากปัจจุบันที่ระบบกระดานข่าวมีเครื่องมือพื้นฐานมากมายให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถ "จับผิด" ผู้ก่อปัญหาได้โดยง่าย ซึ่งผมเคยคิดว่า 10 ปีผ่านไป น่าจะเหลือแต่ดราม่าชั้นสูงที่ต้องอาศัยการเก็บข้อมูลหลักฐานอันสลับซับซ้อน แต่กลายเป็นว่าผมคิดผิดถนัด เพราะยังมีผู้ก่อปัญหาที่ถูกจับได้ด้วยเครื่องมือพื้นฐานของระบบกระดานข่าวทั่วไปให้เห็นอยู่ตลอดเวลา
.
สำหรับประเทศไทย มีเว็บ Drama Addict (2552) เปรียนเสมือนสมุดจดบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ไว้เป็นหลักฐาน จึงสร้างความไม่พอใจแก่ผู้เกี่ยวในเหตุการณ์ที่อยากให้เรื่องราวดังกล่าวหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยมากพอสมควร แต่สำหรับบุคคลทั่วไป (รวมถึงสื่อมวลชนที่แอบด้อมๆ มองๆ หาข้อมูล) เว็บดังกล่าวเป็นแแหล่งอ้างอิงชั้นดีถึงหลายเหตุการณ์ซึ่งน่าตกใจว่าแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อทศวรรษก่อนเลย (แถมหลายกรณี ผู้ก่อดราม่าก็กล่าวหาว่าไทยมุงเป็นฝ่ายผิดเสียอย่างนั้น) ด้วยเหตุนี้ เราลองมาไล่เรียงดูว่า คุณสมบัติของผู้คนที่เคยก่อดราม่าจากหลากหลายวงการที่เคยผ่านมา มีอะไรเด่นๆ บ้าง
.
- Multi-Account
คือการที่บุคคลๆ หนึ่งสร้างบัญชีผู้ใช้งานขึ้นมาหลายบัญชี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนตนเองและดิสเครดิตผู้อื่น โดยเฉพาะกรณีที่หัวข้อการสนทนาของผู้ก่อดราม่ากำลังอยู่ในสภาพเสียเปรียบ ผู้ก่อดราม่าอาจพร่ำเพ้อถึงจำนวนผู้สนับสนุน ก่อนปล่อยร่างแยกออกมาเพื่อทำให้บุคคลทั่วไปรู้สึกคล้อยตามความคิดเห็นของตนได้ง่ายขึ้นตามทฤษฎีการก่อม็อบ
.
- Harassment
คือการที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลคุกคามฝ่ายที่มีความคิดไม่ตรงกันอย่างรุนแรง ก่อนความจริงจะถูกเปิดเผยในภายหลังชนิดสถานการณ์พลิกกลับ 180 องศา แต่เรื่องมันดราม่าเมื่อฝ่ายคุกคามเรียกร้องให้ฝ่ายที่ถูกคุกคามยึดหลักอโหสิกรรม ยกโทษให้ดื้อๆ และถ้าต่อความยาวสาวความยืดก็จะถูกด่าต่ออีกว่าเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น สรุปสั้นๆ คือ คนถูกด่า ผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง
.
- Steal
คือการที่บุคคลนำเอาสิ่งของหรือผลงานที่ไม่ใช่ของตนเอง เช่น รูปภาพ รูปวาด รูปถ่าย งานเขียน งานฝีมือ ฯลฯ มาใช้หาประโยชน์ให้แก่ตนเอง และเมื่อถูกจับได้ว่าเป็นสิ่งของหรือผลงานของผู้อื่น ก็จะหาข้ออ้างต่างๆ นานา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ้างถึงเรื่องลิขสิทธิ์แบบผิดๆ หรือการกล่าวอ้างว่าผู้อื่นก็ไม่ได้ใช้ของที่ถูกต้องทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อเบี่ยงเบนความผิดของตน
.
- Bluff
คือการหลอกลวงหรือการแอบอ้างว่าได้กระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไปเพื่อหวังประโยชน์หรือสถานภาพที่ดีกว่า โดยทั่วไปจะบลัฟกันในประเด็นที่ตรงกับความคิดของคนทั่วไป เพื่อจะได้ไม่ทำให้กลุ่มเป้าหมายเอะใจ ทั้งนี้ ดราม่าจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีใครสักคนตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ไม่ได้มีการกระทำการใดๆ ตามที่กล่าวอ้าง ทำให้สถานการณ์พลิกผันทันทีทันควัน
.
- Drift
คือการที่บุคคลๆ หนึ่งเปลี่ยนแปลงหัวข้อการสนทนาไปเรื่อยๆ (Drift) จนประเด็นการสนทนาห่างไกลจากต้นเรื่องจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม (ออกทะเล) ผลลัพธ์มี 2 อย่าง คือ สร้างความหงุดหงิดแก่ชาวดราม่า และสร้างความรื่นเริงแก่ชาวดราม่า ขึ้นอยู่กับระดับ (Level) ของผู้ก่อดราม่าว่าสั่งสมประสบการณ์ดริฟต์มามากน้อยเพียงใด และมีประวัติก่อดราม่ามามากแค่ไหน
.

Born to Create Drama
.

.
ของแถมท้ายรีวิว
.
The Social Network : เครือข่ายสังคมออนไลน์
.
ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อน มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาวาร์ดถูกเพื่อนหญิงหักอก คืนนั้นเอง เขาก็แฮคข้อมูลรูปนักศึกษาหญิงทั้งมหาวิทยาลัยมาลงในเว็บ FaceMash เพื่อให้เหล่านักศึกษาหนุ่มๆ เข้าไปโหวตว่าใครแจ๋วกว่ากันจนระบบเครือข่ายของฮาวาร์ดล่มเนื่องจากมีผู้เข้าไปใช้งานมากเกินไปภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง มาร์คถูกทำทัณฑ์บน แถมเป็นที่เกลียดชังจากนักศึกษาหญิงทั้งมหาวิทยาลัย แต่มาร์คคิดว่ามหาวิทยาลัยเป็นหนี้บุญคุณที่เขาช่วยทำให้เห็นช่องโหว่ของระบบรักษาความปลอดภัยเสียมากกว่า อย่างไรก็ดี FaceMash ไปเตะตาฝาแฝด วิงเคิลวอสส์ นักกีฬาพายเรือซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาชั้นสูงของมหาวิทยาลัยที่ต้องการให้มาร์คเข้ามาร่วมทีมช่วยทำเว็บ Harvard Connection ต่อจากโปรแกรมเมอร์คนก่อน สิ่งนี้ช่วยจุดประกายให้มาร์คคิดทำสิ่งที่แหล่มกว่า Havard Connection ขึ้นมาเป็นของตัวเอง สิ่งที่จะตอบสนองความต้องการที่แอบซ่อนอยู่ในใจของมนุษย์ นั่นคือ Thefacebook
.
<<< Start Spoil
.
เอดูอาร์โด เพื่อนของมาร์คทำหน้าที่ระดมทุนและหาสปอนเซอร์ให้ Thefacebook เนื่องจากมาร์คมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการเขียนโค้ดให้ดียิ่งๆ ขึ้นโดยไม่สนใจด้านการตลาดเลย (แทบจะไม่สนใจด้วยซ้ำไปว่า Thefacebook จะเปิดให้บริการได้หรือไม่และอย่างไร) และไม่ช้านาน Thefacebook ก็เป็นที่นิยมอย่างสูงในหมู่นักศึกษาฮาวาร์ด และต่อมาก็ขยายการให้บริการแก่มหาวิทยาลัยทั่วฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ก่อนลามข้ามไปถึงอังกฤษเลยทีเดียว วันหนึ่ง ฌอน ปาร์คเกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง แนปสเตอร์ (ที่เคยโด่งดังจากบริการแชร์เพลงบนอินเทอร์เน็ตแบบ P2P) ก็เห็นเว็บไซต์ Thefacebook เข้าและสนใจนัดพบพูดคุยกับมาร์คและเอดูอาร์โดเพื่อให้ตระหนักถึงศักยภาพที่แท้จริงของสิ่งที่ทั้งสองทำอยู่ หลังนั่งโม้อยู่นาน ฌอนก็ทิ้งท้ายก่อนกลับว่า "ตัด The ออกไปให้เหลือแต่คำว่า Facebook" ในที่สุด Facebook ก็ก้าวข้ามจากงานอดิเรกสู่ธุรกิจ และสิ่งใดที่หลุดพ้นจากงานอดิเรก ปัญหาก็จะไหลมาเทมาประดุจน้ำป่า
.
เริ่มจากพี่น้องวิงเคิลวอสส์ที่ฟ้องร้องมาร์คกรณีละทิ้งการทำเว็บ Havard Connection แถมขโมยแนวความคิดไปใช้ทำ Facebook เป็นของตัวเองอีกต่างหาก มาร์คแก้ต่างในทำนองว่า "ก็เว็บที่กรูคิดใหม่ทำใหม่เจ๋งกว่าอะ" แต่สุดท้ายก็ต้องจ่ายค่ายอมความให้พี่น้องวิงเคิลวอสส์เป็นเงินมากโขอยู่ ส่วนอีกกรณีเป็นของเอดูอาร์โดที่ตอนแรกมีหุ้นอยู่ใน Facebook ประมาณ 1 ใน 3 แต่กลับมีเพียงหุ้นในส่วนของเขาเท่านั้นที่ถูกลดสัดส่วนลงเมื่อเข้าสู่ตลาดจนเหลืออยู่เพียง 0.0X เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการวางยาของฌอนตอนก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ ขณะที่เอดูอาร์โดกำลังวุ่นๆ อยู่และไว้วางใจเพื่อนมากเกินไปจนไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น มาร์คเงียบกริบไม่พูดอะไรสำหรับกรณีนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องนำชื่อเอดูอาร์โดกลับเข้ามาอีกครั้งในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook หลังจบทุกคดี มาร์คก็เปิด Facebook เพื่อขอแอดเอริก้าเป็นเพื่อน หลังจากนั้นก็นั่งกด refresh หน้าเว็บไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
.
<<< End Spoil
.

.
ส่วนที่ชอบ
- นำเสนอภาพคนที่มีทักษะทางวิชาการสูง แต่มีทักษะการเข้าสังคมต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างชัดเจน
สารพัดมุขเนิร์ดที่คนที่เล่นเน็ตน่าจะเข้าใจความหมายมันเป็นอย่างดีและรื่นเริงโดนใจมิใช่น้อย
- ดัดแปลงเสริมแต่งประวัติความเป็นมาของ Facebook ให้เป็นภาพยนตร์ได้น่าติดตามมากขึ้น
นำเสนอภาพอิทธิพลของ Facebook ที่ทำให้ผู้คนภายในสังคมจำนวนมากเสพติดอย่างรุนแรง
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- พฤติกรรมเนิร์ดในหนังหลายครั้งทำให้นึกถึงสิ่งที่พบเจอในโลกแห่งความเป็นจริงจนหงุดหงิด
สารพัดมุขเนิร์ดที่คนที่ไม่ได้เล่นเน็ตน่าจะไม่เข้าใจและไม่รู้สึกว่ามันสนุกหรือน่าขำแต่อย่างใด
.
ประเด็นเก็บตก
- ภาพยนตร์มีการต่อเติมเสริมแต่งเพื่อความบันเทิง รายละเอียดหลายส่วนจึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง
- หา? ว่าไงนะครับ? ผมเขียนรีวิวกับของแถมสลับที่กันหรือครับ? เรื่องเล็กน้อยอย่าคิดมากน่า
.

.
20101229
IMDb : 8.2/10
Metacritic : 95/100
Rotten Tomatoes : 97%
.

.
ของแถมท้ายของแถม
.
"You Don't Get to 14 Million ฿ Without Making a Few Enemies"
.

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

Hot!
คะแนนเยอะขนาดนั้นเลย นี่ยังไม่ได้ดูเลยครับ (ปีนึงๆดูหนังแค่ 1-2 เรื่อง แถมเสียรู้ให้หนัง Skyline ไปล่ะ... เซ็ง)
sad smile

#1 By Detonator on 2010-12-29 14:30

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะแสดงความคิดเห็นใน Internet
ไม่มีทางที่ทุกคนจะคิดเหมือนคุณ

:)

Social Network

#2 By gomora on 2010-12-29 14:41

อธิบายได้ดีมากเลยค่ะ
คุณสมบัติของคนที่ก่อดราม่าเนี่ยสุดยอดจริงๆ เจอมาทุกแบบ surprised smile
Hot! Hot! Hot!

#3 By Neverthelezz on 2010-12-29 14:49

Hot! confused smile

#4 By ซูเนะโอะ on 2010-12-29 14:54

หนังดี ดนตรีประกอบเจ๋ง แถมดูสนุก สุดยอดเลยครับแต่เหนือสิ่งอื่นใด
ของแถมท้ายของแถมนี่Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By bong บงๆ on 2010-12-29 15:28

10 ปีผ่านไป แต่สันดานมนุษย์ดราม่าก็ยังไม่เคยเปลี่ยนสินะ Hot!

#6 By Little Lamb on 2010-12-29 16:38

โซเชียลเน็ตเวิร์ก โซเชียลเน็ตเวิร์ก
ผมเข้ามาฮาตรงskynetoี่แหละ ตอนแรกคิด "อ่าว มีจริงดิ!"
ส่วนตัวภาพยนต์ผมว่าหนังดีเลยครับ แต่คุยกันเร็วมากเลยsad smile

#8 By deathknell on 2010-12-29 19:08

confused smile

#9 By cupcake on 2010-12-29 19:18

อยากดูเรื่องนี้ เเต่ไม่ทันมันออกโรงไปเเล้ว
(ปล ขอบคุณสำหรับสปอบนะค้า)

#10 By tomodochi on 2010-12-29 19:50

ตอนรู้ว่าเรื่องนี้เป็นฝีมือกำกับของเดวิด ฟินเชอร์ก็อยากดูแล้วค่ะ

ส่วนที่ชอบก็คิดเหมือนกันค่ะ เห็นได้ชัดจริงๆว่ามาร์คมีสกิลเข้าสังคมต่ำมาก แล้วก็ทำให้ภาพยนตร์ที่ตอนแรกเรายังสงสัยอยู่ว่าเค้าจะทำมันออกมายังไงนะ ดูแล้วน่าติดตามแล้วก็สนุกมากเลย
ออกจากโรงนี่นั่งคิดถึงมาร์คเกือบทั้งวัน ฮ่าๆๆๆ

ไม่เคยจะผิดหวังกับเดวิด ฟินเชอร์เลยแหะ big smile


Hot! Hot!

#11 By khimTF on 2010-12-29 21:18

big smile Hot! Hot! Hot! Hot!

#12 By dp on 2010-12-29 21:48

Hot! Hot! Hot! Hot!

มีความรู้มากๆ มิ้ววว ^w^

#13 By วิหคสีคราม on 2010-12-29 22:07

พึ่งดูมาวันนี้ กำลังอินเลยค่ะ

แต่ดูจบแล้วแอบเหนื่อย เพราะคุยกันเร็วมาก แค่อ่านซับยังแทบไม่ทันsad smile

#14 By Miss Moo~Mee on 2010-12-29 22:32

ชอบส่วนที่สรุปหมวดหมู่ Drama maker ได้อย่างชัดเจน
ถ้าไม่ใช่สาวกดราม่าตัวจริงคงทำไม่ได้ขนาดนี้แน่ๆ
Hot!

ส่วนเรื่อง Social Network นี่ก็หนังในดวงใจเลย
Hot!
ดูเสร็จกลับมาผมก็มีค่านิยมผิดๆที่ว่า "เด็กเนิร์ดนี่มันโคตรเท่เลยจริงๆ"

#15 By 609 on 2010-12-30 02:52

Hot!

#16 By D-faxtory on 2010-12-30 07:14

555 Hot!
Skynet
John Conner ผู้นำสันติภาพมาสู่โลก
(กองกำลังนำสันติภาพป้องกันโลก)double wink

#17 By dsddsd snsd on 2010-12-30 10:30

ภาพเด็ดมากกกกกกกกกกก HNY จร้า confused smile
เป็นหนังที่สนุกครับ แต่ทำรายได้น้อยในไทยซะงั้น

#19 By love summer on 2010-12-31 02:57

ติดใจ ตรง ดริฟ มากๆ ครับ

Hot! Hot!

#20 By ไผ่ปลิวลม on 2010-12-31 09:32

ชอบมากกกHot! Hot!

#21 By . on 2011-01-01 18:23

ไม่เก็ตมุขอ่ะพี่ ตรง Drama Queen กับ ของแถมท้ายของแถม

#22 By Detonator on 2011-01-01 21:07

วันนี้ฮามาก อยากดูๆ (sad smile ปีนี้มีโอกาสดูหนังไม่กี่เรื่องเอง)

#23 By เสี่ยแนน on 2011-01-02 00:27

ชอบตอนอธิบายดริฟท์ครับ ฮาีดีฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
อ่านแล้วก็อยากดู Hot! Hot!

#25 By HineyHelsinki on 2011-01-03 19:06

เข้ามา ฮา Skynet ก่อนเลย ... ผิดเรื่อง...

อยากดู The Social Network มาก ... รอดีวีดี ออกแล้วคว้ามาดู

#26 By Run Skywalker on 2011-01-03 19:07

Hot!
^-^

#27 By -:+Hell whalE+:- on 2011-01-03 23:04

ไม่เคยดูเลย

#28 By jeezjaz on 2011-02-28 05:39

You Don't Get to 14 Million ฿ Without Making a Few EnemiesHot!

#29 By Laz.t on 2011-04-01 13:59

ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ
ดอกมะลิ ดอกมะลิ Hot! Hot! ดอกมะลิ Hot! Hot! ดอกมะลิ ดอกมะลิ
ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ
ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ
ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ
ดอกมะลิ ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ ดอกมะลิ
ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ
ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ Hot! ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ
ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

#30 By ยู่ยี่. on 2011-04-16 21:45

Favourites

Categories