Inside-Chiangmai

.
เดือนแรกๆ คนที่มาเที่ยวงานส่วนใหญ่จะมากันในวันหยุดสุดสัปดาห์ ส่วนวันธรรมดาคนยังไม่หนาแน่น
พอผ่านไปสักระยะหนึ่ง เมื่อตั๋วแบบไม่จำกัดวันถูกปล่อยออกไปมากเข้า คนในพื้นที่ก็แห่กันมาในตอนเย็น
ราวกับเดินเที่ยวสวนสาธารณะ ก็ทำให้ผมพึ่งนึกออกว่าเชียงใหม่ยังไม่มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่นี่หว่า
จนภายหลังมีประกาศออกมาว่า จะลดการขายบัตรแบบไม่จำกัดวัน และเพิ่มบัตรแบบวันต่อวันให้มากขึ้น
.
ในเดือนถัดมา ลานจอดรถบัสที่เคยโล่งโจ้งเมื่อเดือนก่อน ในตอนนี้ จอดแน่นเป็นปลากระป๋องกันตั้งแต่เช้า
เกิด "เทรนด์" ว่าโรงเรียนไหน(ที่มีงบ)แล้วไม่พาเด็กมาทัศนศึกษางานพืชสวนโลก ถือว่าเชยเสียอย่างนั้น
ความเดือดร้อนก็มาตกอยู่ที่ผม ซึ่งเดิมทีหวังไว้ว่า วันธรรมดากลางสัปดาห์ น่าจะเป็นเวลาเดินเที่ยวสงบๆ
กลับกลายเป็นว่ากองทัพเด็กนักเรียนจากสารพัดโรงเรียน เข้ามาถล่มงานพืชสวนโลกกันตั้งแต่เช้าน่ะสิครับ
.
ตัวอย่าง วันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2549 ที่ผ่านมา เดินทางถึงหน้างานตอน 9 โมง 20 นาที งานพึ่งเปิด
เห็นคนต่อคิวตรงทางเข้างาน ยาวเหยียด ลองเดินขึ้นไปบนเนินราชพฤกษ์หน้างาน เพื่อดูสภาพสักหน่อย
ก็เป็นภาพแถวเด็กนักเรียนมาทัศนาจร โรงเรียนอะไรบ้างก็ไม่รู้ หัวแถวเข้าไปเดินในสวนองค์กรเรียบร้อย
แต่หางแถวยังอยู่ที่ลานจอดรถด้านนอก (คนละจุดกับลานจอดรถประจำทาง) นู่น สงสัยว่าจะมาหมดโรง
.
.
.
.
ถ้าจำไม่ผิด ตรงนี้เป็นสวนองค์กรของ ปตท. ที่ต้องต่อคิวเข้าไปดูทีละชุด เคยเข้าไปตอนพึ่งเปิดใหม่ๆ
ด้วยคิวที่ยาวเหยียดยาวขนาดนี้ เด็กอยู่ท้ายแถว รอครึ่งวันจะได้ดูหรือเปล่าหนอ คนอื่นๆ เลิกพูดได้เลย
ดังนั้น แผนการเดินเที่ยวก่อนหยุดปีใหม่ จึงยกเลิกหมด ได้แต่ภาวนาว่า หลังปีใหม่ คนจะซาลงไปบ้าง
.
.
.
ปริศนาผัดไทย 140 บาท
.
ถ้าให้ลานหน้าหอคำหลวง เป็นแนวแกนกลางของงานพืชสวนโลก 2006 แล้ว จะมีโรงอาหารอยู่ทั้ง 2 ฝั่ง
ฝั่งขวา เยื้องไปทางด้านหลังจะเป็นโรงอาหาร 1
ตรงกลาง ขอบราชพฤกษ์ จะเป็นศูนย์อาหารเส้น
ฝั่งซ้าย เป็นศูนย์อาหารอิสลาม และโรงอาหาร 2
เมื่อเดือนก่อน มีข่าวเกี่ยวกับผัดไทยราคา 140 บาทบนหน้าหนังสือพิมพ์ เป็นใครก็ต้องบอกว่า แพง ครับ
.
แต่ข้อมูลที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือ มันเป็นผัดไทยของครัวการบินไทย ซึ่งเป็นอาหารชุดของโรงอาหาร 1
ไม่ใช่ผัดไทยครัวยายแม้นหน้าปากซอยนะครับ
เหมือนไก่ทอด KFC กับ ไก่ทอดตลาดสดบ้านโคกอีแหลว อร่อยหรือเปล่าไม่รู้ล่ะ รู้แต่ว่าราคาไม่เท่ากันแน่
.
เนื่องจากโรงอาหาร 1 เป็นพื้นที่ของครัวการบินไทย ถ้าอยากกินอาหารที่ราคาถูกกว่านี้ให้ไปโรงอาหาร 2
หรือโรงอาหารราคาประหยัดที่อยู่ใกล้ทางออกครับ (ให้ปั๊มตราที่มือ เพื่อเดินกลับเข้ามาในงานได้อีกครั้ง)
เอาล่ะ ไหนๆ ก็พูดถึงผัดไทย 140 ไปแล้ว ขอพูดถึงให้ละเอียดเลยดีกว่า ว่าครัวการบินไทยมีชุดอะไรบ้าง
.
.
.
อาหารชุดประจำเดือนพฤศจิกายน
. คลิกที่นี่เพื่อดูภาพ <---
.
อาหารชุดประจำเดือนธันวาคม
.
.
.
.
.
อาหารชุดประจำเดือนมกราคม
.
.
.
.
.
สำหรับชุด A กับ B ทางครัวการบินไทยจะเปลี่ยนแปลงรายการอาหารทุกเดือนโดยมีชุด C กับ D ยืนพื้น
ใครใคร่ซื้อ ก็ซื้อครับ ใครใคร่ประหยัด ก็ห่อข้าวห่อน้ำมากินเองครับ น้ำดื่มในงานก็มีราคาแพงเสียด้วยสิ
.
อนึ่ง ถ้าเดินเที่ยวงานตามทางปรกติ ก็จะผ่านบริเวณสวนองค์กรกับสวนนานาชาติ ก่อนถึงโรงอาหาร 1
ใครที่ลุยเที่ยวแบบถึงลูกถึงคน มักหมดแรงที่ผัดไทย 140 ก่อนจะเดินไปถึงโรงอาหารราคาถูกครับ :P
.
.
.
1 เดือนผ่านไป
- คิวรอขึ้นรถที่สถานีรถไฟจัดได้เป็นระเบียบมากขึ้น แต่น่าจะมีคนดูแลไฟจราจรตรงสามแยกสถานีรถไฟ
- ไหล่ทางในงานพืชสวนโลก เดิมเป็นหินคลุกบดอัด ตอนนี้ราดยางทับหมดแล้ว ทำให้เดินได้ง่ายขึ้นมาก
- เนินดินข้างลานหอคำหลวงฝั่งซ้าย ไม้พุ่มพังเรียบ เพราะคนจะตะกายขึ้นไปนั่งถ่ายรูปบนก้อนหินให้ได้
- ทิวลิปชุดที่ 2 ของสวนเนเธอร์แลนด์ ตายเรียบ เอาแพงพวยลงแทนแล้ว และเป็นสวนเดียวที่ต้องมีรั้วกั้น
- ด้านซ้ายหอคำหลวง มองเห็นทางหมา(คน)เดิน ตัดแนวต้นไม้ที่ปลูกเป็นลายเส้นชัดเจน น่าเกลียดมากๆ
- ผู้จัดงานพ่ายแพ้นักท่องเที่ยว ที่เดินลัดสนามระหว่างเนินฝั่งซ้าย จนต้องทำทางเดินใหม่ทับสนามหญ้า
.
งานราชพฤกษ์เดินทางมาราวๆ 1 ใน 3 ของเส้นทางทั้งหมดแล้ว โดยมียอดคนเข้างานเฉลี่ย 3 หมื่นคนต่อวัน
ส่วนคืนวันที่ 26 รถด่วนราชพฤกษ์เดินทางมาราวๆ 1 ใน 3 ของเส้นทาง ก็เจอรถสปรินเตอร์พุ่งชนท้ายซะงั้น
.
.
รู้จักขบวนรถไฟ
.

รถด่วนราชพฤกษ์
เป็นรถปรับอากาศนั่ง / นอนแบบพิเศษ นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อใช้ประชาสัมพันธ์งานพืชสวนโลกด้วย
"Class" เทียบเคียงได้กับรถด่วนนครพิงค์ซึ่งเป็นขบวนรถไฟที่ดีที่สุด (และแพงที่สุด) ในเส้นทางสายเหนือ
รถด่วนราชพฤกษ์ เป็นขบวนรถเฉพาะกิจที่ถูกแทรกในตารางเดินรถช่วงหัวค่ำ ซึ่งมีความหนาแน่นมากอยู่แล้ว
ทั้งนี้เพื่อให้ขบวนรถถึงเชียงใหม่ตอนเช้า และต่อรถจากจุดบริการหน้าสถานีรถไฟไปงานพืชสวนโลกเปิดพอดี
.
รถด่วนสปรินเตอร์
เป็นรถดีเซลรางปรับอากาศนั่งจำนวน 3 โบกี้ เป็นขบวนที่ใช้เวลาเดินทางสั้นที่สุด เพราะรถมีน้ำหนักเบาที่สุด
"สปรินเตอร์" เป็นชื่อรุ่นของขบวนรถ ตั้งแต่ครั้งที่การรถไฟนำเข้ามาจากประเทศฝรั่งเศสเมื่อหลายสิบปีก่อน
แม้ "สปรินเตอร์" รุ่นดั้งเดิมจะถูกปลดระวางไปจนเกือบหมด และปัจจุบันเราใช้ขบวนรถที่ผลิตโดยแดวูก็ตาม
แต่เรายังเรียกเจ้าหนอนเหล็กที่ต่อพ่วงกัน 3 โบกี้ขบวนนี้ว่า "สปรินเตอร์" ตามความเคยชินอยู่เหมือนเดิมครับ
.
.
อุบัติเหตุ
เหตุเกิดประมาณ 5 ทุ่มเศษ ขบวนรถด่วนราชพฤกษ์ออกจากสถานีตะพานหินไปยังสถานีพิจิตรได้ไม่นานนัก
ตามรายงานแจ้งว่า ขบวนรถด่วนสปรินเตอร์ที่แล่นตามมาข้างหลังได้ฝ่าสัญญาณไฟแดงที่สถานีตะพานหิน
พุ่งชนท้ายรถด่วนราชพฤกษ์ แต่เนื่องจากขนาดของมวลที่ผิดกันเหมือนกับเด็กประถม 1 วิ่งเข้าไปชนนักซูโม่
ผลคือ รถสปรินเตอร์พังยับ ตกรางทั้ง 3 โบกี้ครับ มีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 40 ราย สาหัส 15 ราย
นอกจากนี้ยังมีผู้หญิงท้องแก่ 8 เดือน แท้งลูก 1 ราย เพราะตกจากเก้าอี้รถไฟเนื่องจากอุบัติเหตุในครั้งนี้ด้วย
.
ส่วนรถด่วนราชพฤกษ์ มีมวลและความถึกมากกว่า ประกอบกับวิ่งไปข้างหน้า จึงได้รับความเสียหายน้อยกว่า
.
.
.
สรุป
ผมไม่รู้สึกแปลกใจกับการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้แต่อย่างใด ตั้งแต่เห็นตารางขบวนพิเศษแทรกลงในช่วง Peak
อีกประการหนึ่ง จากความสามารถในการทำเวลาของรถสปรินเตอร์ ปรกติรถทุกขบวนจะจอดรอให้แซงไปนะ
ดังนั้น รถด่วนราชพฤกษ์ ก็น่าจะเป็นฝ่ายจอดในทางหลีกที่สถานีตะพานหิน แล้วรอให้สปรินเตอร์ผ่านไปก่อน
เพราะจากคำบอกเล่าของผู้ประสบเหตุ สปรินเตอร์ผ่านสถานีตะพานหินได้ 2 นาที ก็ไปจ๊ะเอ๋กับราชพฤกษ์เลย
.
แม้พนักงานขับรถสปรินเตอร์จะผิดจริงที่วิ่งฝ่าสัญญาณไฟ
แต่ นายสถานีตะพานหิน อาจวางแผนการเดินรถพลาดด้วย
.
ไม่ว่าอุบัติเหตุในครั้งนี้จะเกิดขึ้นเพราะปัจจัยอะไรมาเจอกัน
ความเคยชินของพนักงานกับตารางเดินรถแบบเดิมๆ ทำให้เกิดความประมาทและนำมาซึ่งอุบัติเหตุในที่สุด
.
งานพืชสวนโลกก็ล่วงผ่านมาแล้ว 1 ใน 5 ของวันจัดงานทั้งหมด 3 เดือน ยังมีเวลาอีกมากสำหรับท่านที่สนใจ
ส่วน Entry นี้ก็จะกล่าวถึงสภาพการจราจรและการจัดการจราจร ทั้งภายในและภายนอกงานพืชสวนโลกครับ
.
การเดินทางนอกงาน
Entry เก่าเคยเขียนถึงบ้างแล้วว่าการเดินทางไปงานพืชสวนโลกที่สะดวก ง่ายดาย รวดเร็ว และราคาถูกที่สุด
(ถ้าไม่นับค่าน้ำมันรถส่วนบุคคลแล้วจะเรียกว่าฟรีก็ยังได้) นั้นคือการจอดรถที่สถานีรถไฟ, สนามกีฬา 700 ปี
ศูนย์ราชการ (3 จุดนี้ ไม่เสียค่าจอดรถ) ซึ่งจะมีรถส้ม (ปอ.ยูโร II ส่งตรงจาก กทม.) บริการรับส่ง (ฟรีเช่นกัน)
.
การเดินทางขาไป - ไม่นับวันแรกที่ระบบทุกอย่างยังขลุกขลัก แต่วันที่ 2 เป็นต้นมา มี Staff เข้าประจำที่แล้ว
Staff ของงานพืชสวนโลกจะคอยจัดระเบียบการเข้าแถว นั่งรอ และปล่อยขึ้นรถได้เป็นระบบระเบียบดีมากๆ
(สังเกตการณ์จากจุดจอด สถานีรถไฟ) เป็น Staff ที่ทำงานปิดทองหลังพระ เพราะนี่คือด่านแรกก่อนไปงาน
และเป็น Staff ที่น่าสงสารด้วย เพราะจุดจอดรถไม่มีอะไรเจริญหูเจริญหา มีแต่ฝุ่นดินและแสงแดดแผดเผา
.
รายละเอียดรถปรับอากาศ นั่งได้ 35 คน, ยืน 35 - 45 คน, รวมความจุผู้โดยสาร 70 - 80 คนต่อคันต่อเที่ยว
ใช้เวลาในการเดินทาง จากจุดจอดสถานีรถไฟ ถึงงานพืชสวนโลก 25 - 30 นาที แถมส่งลงใกล้ทางเข้าที่สุด
สำหรับผู้พักอาศัยในเขตตัวเมืองสามารถโบกรถเมล์ขาวสาย 11 และ 13 ค่าโดยสาร 15 บาทจากจุดใดก็ได้
.
การเดินทางขากลับ - เพราะนักท่องเที่ยวเดินทางไปงานกันคนละเวลา แต่ขากลับจะเดินทางกลับพร้อมกัน
ดังนั้น ช่วงเวลา 18.00 - 20.00 น. ท่านอาจจะต้องต่อคิวรอเป็นเวลาค่อนข้างนานมากกว่าช่วงอื่นของงาน
จะมี Staff และ พขร. คอยแจ้งว่า รถแต่ละคันจะเดินทางไปยังจุดจอดไหน สามารถสอบถามได้ตลอดเวลา
แม้เวลาดังกล่าว Staff จะทำการเสริมรถแล้ว แต่วันที่ตรงกับวันหยุดเทศกาล อาจเกิดปัญหารถไม่พอขึ้นมา
.
เส้นทางที่มีผู้โดยสารหนาแน่นมากก็คือ จุดจอดสถานีรถไฟ เพราะต้องรองรับคนจากขบวนรถไฟราชพฤกษ์
อาจเลี่ยงไปใช้บริการที่จุดจอดสนามกีฬา 700 ปี หรือศูนย์ราชการ หรือเดินทางกลับด้วยรถเมล์ขาวสาย 13
ถ้าหากท่านไม่ได้อยู่เพื่อดูการแสดงช่วงหัวค่ำแล้วก็ควรเดินทางกลับก่อน 18.00 น. เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัย
.
.
.
สถานการณ์ปัจจุบัน - สามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลเข้าไปจอดในที่จอดรถริมถนนราชพฤกษ์ได้แล้วนะครับ
ย้ำ ที่จอดรถเหล่านี้เป็นที่จอดของเอกชนทำกันเอง หากเกิดความเสียหายขึ้นมาก็ขอให้เคลียร์กันเองนะครับ
นอกจากต้องเสียค่าน้ำมันกว่าจะขับรถมาถึงงานพืชสวนโลก ท่านยังต้องเสียค่าจอดรถในที่จอดเหล่านี้ด้วย
เท่านี้ยังไม่พอ ส่วนใหญ่มีโปรโมชั่นแถมให้ ก็คือ เดินอุ่นเครื่องเข้าไปในงานอีก 1 กิโลเมตรเป็นการตัดกำลัง
.
บูธขายของ (ที่ปิดตัวแล้ว) กับคนทำลานจอดรถริมถนนราชพฤกษ์ อาจจะสงสัยว่าทำไมไม่มีใครไปอุดหนุน
บอกว่าอยู่หน้างาน ฟังดูก็เหมือนอยู่ใกล้ๆ แต่ว่าวันก่อนผมเป็นไกด์พาผู้ใหญ่ไปเที่ยวแบบคร่าวๆ โดยรถส้ม
พอเห็นระยะทางจาก "หน้างาน" ที่ว่าไปจนถึงทางเข้าแล้วก็ส่ายหัวดิก เป็นตายยังไงก็ไม่ยอมลงเดินแน่ครับ
ก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ วันไหนที่มีงานเทศกาลถึง 22.00 เอารถส่วนบุคคลเข้ามาจอดก็ดีครับ รถส้มหมดแน่
.
.
.
การเดินทางในงาน
จากจุดตรวจบัตรเข้างาน ด้านซ้ายมือจะเป็นที่ให้เช่ารถเข็นสำหรับผู้สูงอายุ และจุดขึ้นรถเที่ยวภายในงาน
มีคิวให้เข้า 3 แถว, 2 แถวขวาเป็นคิวรถพ่วงราชพฤกษ์ซึ่งมีความจุ 60 ที่นั่ง ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท
1 แถวซ้ายเป็นคิวรถไฟฟ้าความจุ 10 ที่นั่ง ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท นั่งสบายกว่า แต่ไม่มีคนบรรยาย
.
.
แถวอันยาวเหยียด...ไม่อยากบอกว่าด้านหลังมีคนต่อแถวยาวยิ่งกว่านี้...
(ปล. พัดลมไอน้ำบางตัว ผสมน้ำหอมด้วย)
.
.
ที่ขายตั๋วรถพ่วง 60 ที่นั่ง ส่วนรถไฟฟ้าจะอยู่ทางซ้ายของภาพ (ตกขอบ)
รวมเวลาต่อแถว 25 นาที เจอพวกหน้าด้านไม่ยอมเข้าแถวมาซื้อตั๋วด้วย
อนึ่ง ตั๋วรถพ่วงในงานที่ท่านซื้อมา อย่าเอาไปฉีกทิ้งขยำเล่นนะครับ เก็บเอาไว้เพื่อส่งคืนตอนถึงทางออก
ท่านที่มีตั๋วอยู่ในมือ สามารถขึ้น-ลงที่ป้ายจอดรถจุดใดก็ได้ เหมาะสำหรับคนที่วางแผนเดินเที่ยวด้านใน
.
.
แต่ก็อย่างที่เคยพูดถึงครับ คนขึ้นรถเพื่อดูรอบๆ งานนั้น มีเยอะมากๆ และยากที่จะลุกลงป้ายกลางทาง
ถึงแม้ Staff จะใช้วิทยุคลื่นสั้น คอยติดต่อประสานงาน และจัดที่ว่างเตรียมไว้ตั้งแต่ต้นทางแล้วก็ตามที
ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
.
จำนวนรถ - จำนวนรถที่วิ่งตามทางรอบงานมีมากแล้ว เท่าที่วิ่งอยู่ในเวลานี้ก็แทบจะชนท้ายกันแล้วครับ
จากวันแรกที่ใช้เวลาวิ่งเอื่อยๆ อยู่ 40 นาที ก็ต้องเพิ่มความเร็วของรถ จนใช้เวลา 25 นาทีก็ครบรอบแล้ว
ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
นี่คือปัญหาความต้องการขึ้นรถ ที่มากกว่าความสามารถของระบบ ซึ่งยากที่จะเพิ่มเติมได้มากกว่านี้อีก
ถ้าจะให้รองรับความต้องการได้ 100% ก็เหลือแต่ระบบพื้นสายพานลำเลียงยาวสัก 4 กิโลเมตรกระมัง
.
.
.
นิทรรศการภายในอาคารประจำสัปดาห์
- อาคารถาวร
สัปดาห์นี้เป็นสวนในอาคารแบบญี่ปุ่นครับ คิดว่าน่าจะถูกใจสาวๆ หลายคน น่าถ่ายรูปประกอบมากๆ
.
.
.
.
มุมขายของที่ละรึก / งานฝีมือจากเคนยา หลายชิ้นดูแล้วเหมือนมีหมอผีลงอาคมไว้ (แพงอีกตะหาก)
.
- อาคารชั่วคราว
สัปดาห์นี้เป็นมอส เฟิร์น และดอกบัวครับ ด้านในมีบูธดอกบัวกลางคืน แต่กล้องผมถ่ายในนั้นไม่ไหว
.
.
.
.
.
.
To Be Continued