Movie-review


.
แพท นักศึกษาสาวจากครอบครัวนักธุรกิจไฮโซพันล้าน มีโอกาสไปออกค่ายอาสาพัฒนาชนบทกับบรรดารุ่นพี่
ณ โรงเรียนเพียงหลวง ในถิ่นทุรกันดารของจังหวัดเชียงราย ไม่มีไฟฟ้า น้ำประปา และสัญญาณโทรศัพท์
เมื่อกลับมายังกรุงเทพฯ แพททะเลาะกับคุณพิมพ์ดาวอย่างรุนแรง ในเรื่องที่แพทอยากไปเป็นครูที่เพียงหลวง
คุณพิมพ์ดาว คุณแม่ของแพทซึ่งเป็นนักธุรกิจสาวที่แข็งกร้าว ไม่เห็นด้วยกับความคิดของลูกสาวอย่างรุนแรง
แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป คุณพิมพ์ดาวตัดสินใจเดินทางไปยังโรงเรียนเพียงหลวง
ตามรอยเรื่องราวซึ่งอยู่ในสมุดบันทึกของแพท เพื่อค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปจากครอบครัวของเธอ
.
สิ่งที่ชอบ
- นำเสนอภาพปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นในสังคมชนบทได้ชัดเจน เข้าใจง่าย ทั้งปัญหาจากภายใน ภายนอก
ไม่ว่าเป็นปัญหาระบบการศึกษา, ความเหลื่อมล้ำทางสังคม, เศรษฐกิจ, การทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ, ค่านิยม
- นำเสนอภาพปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นกับสังคมเมือง โดยมุ่งเน้นที่ประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสถาบันครอบครัว
เมื่อพ่อแม่วิ่งกระหืดกระหอบตามรถด่วนทุนนิยมเพื่อสะสมเงินทอง โดยลืมถามความต้องการที่แท้จริงของลูก
- การแสดงของเด็กๆ สดใสเป็นธรรมชาติ, ความสวยงาม (หรือโหดร้าย) ของการดำเนินชีวิตในถิ่นกันดาร
.
สิ่งที่ไม่ชอบ
- พัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครบางคู่ในบางช่วงไม่ค่อยสมจริงสักเท่าไร เดินหน้าไปค่อนข้างเร็ว
ช่วงครึ่งหลังของเรื่อง มีแต่ความรู้สึกหดหู่ตามสูตร กระหน่ำเข้ามาไม่หยุดหย่อนเพื่อเรียกน้ำตามากไปหน่อย
- หนังตัวอย่างนำเสนอเรื่องราวของหนึ่งใจเดียวกันมากเกินไป แทบไม่เหลืออะไรใหม่ๆ ให้คนดูค้นหาอีกแล้ว
.
ประเด็นอื่นๆ
- การปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้เข้ากับพื้นที่ชุมชน, วิถีชีวิต ฯลฯ ซึ่งนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง
- ค่านิยมบางอย่างซึ่งจะโทษคนชนบทฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก ตราบที่คนเมืองยังแสดงถึง Demand ที่ไม่สิ้นสุด
- ประเด็นในหนังมีมากพอที่จะเอาไปเขียนวิจารณ์หนังเชิงวิเคราะห์สังคมได้เต็มเหนี่ยวแปดหน้ากระดาษรวด
แต่ บล็อกผมมีหมวด Social Review ไว้ชำแหละประเด็นซ้ำซากน่าเบื่อหน่ายในสังคมไทยพวกนี้อยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้ท่านสามารถติดตามอ่านการวิเคราะห์เชิงลึก, การวิจารณ์หนังเชิงวิเคราะห์สังคมได้ที่บล็อกอื่นครับ
.
.

.
ของแถม
.
เพลงวันแม่ : เรียงความเรื่องแม่

.
ริน ถูกคุณปู่ซึ่งเป็นเจ้าสำนักวิทยายุทธ์แห่งหนึ่ง ส่งตัวไปฝึกฝนวิชากังฟูถึงวัดเส้าหลินเป็นเวลานานถึง 9 ปี
แต่เมื่อรินกลับมาญี่ปุ่น กลับพบว่าโรงฝึกปิดตัวไปแล้ว ศิษย์พี่ของรินเองก็พากันแยกย้ายไปประกอบอาชีพอื่นๆ
อาจารย์ของรินยังกลายเป็นพ่อครัวอาหารจีนเสียอย่างนั้น รินจึงตัดสินใจฟื้นฟูโรงฝึกของคุณปู่ด้วยตัวเธอเอง
ช่วงระหว่างนี้ รินจับพลัดจับผลูเข้าร่วมทีมลาครอสส์ของมหาวิทยาลัยเซอิคันโดยบังเอิญด้วยฝีมือของมินมิน
ถึงแม้รินจะแข็งแกร่งมากเพียงใด แต่การเล่นกีฬาเป็นทีมนั้นต้องอาศัยอะไรที่มากกว่าความสามารถเฉพาะตัว
นอกจากการต่อสู้ในกีฬาลาครอสส์แล้ว รินยังต้องเผชิญหน้าเบื้องหลังอันมืดมิดในมหาวิทยาลัยเซอิคันอีกด้วย
.
สิ่งที่ชอบ
- อาหารตาสำหรับหนุ่มๆ มีมากมายล้นเหลือ, การนำเอาวิทยายุทธ์มาผสมกับลาครอสส์ในช่วงแรกดูน่าสนใจ
ภาพวิวทิวทัศน์บางมุม, ฉากต่อสู้บางส่วน, การพากย์บางช่วงที่แสบๆ คันๆ มีอะไรแอบแฝงอยู่หลายอย่าง
.
สิ่งที่ไม่ชอบ
- การพากย์บางช่วงดูไม่เข้ากับบริบทของเนื้อเรื่อง, มุขแป๊กที่แอบโผล่มาเป็นระยะ, บทบาทของบางตัวละคร
เนื้อเรื่องและฉากต่อสู้ตอนท้ายเรื่องดูเหวอๆ ปรับอารมณ์ไม่ถูก, หลายช่วงรู้สึกเฝือ ราวกับดูต้มยำกุ้งอีกรอบ
.
ประเด็นอื่นๆ
- ไม่ว่าเป็นสิ่งใด ต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป
- นั่งมาได้เป็นชั่วโมง แต่ดูฉากจบทอดอารมณ์ไม่กี่นาทีกันไม่เป็นหรืออย่างไร
- พอเขยิบไปนั่งตรงที่ว่างขวามือ ไอ้คนที่นั่งติดกันทางซ้าย ก็ยกเอาตีนเหม็นหึ่งขึ้นมานั่งไขว่ห้างทันที -*-
- ชื่อภาษาไทยของหนังเรื่องนี้คือ นักเตะสาวเสี้ยวลิ้มยี่ ทั้งๆ ที่ลาครอสส์มันไม่มีการเตะลูกบอลตรงไหนเลย
.
.

.
ของแถม
.
ลาครอสส์ (Lacrosse)  เป็นกีฬาที่ประกอบไปด้วยผู้เล่นกองหน้า กองกลาง กองหลัง และผู้รักษาประตู
เป้าหมายคือ การส่งลูกลาครอสส์จากฝั่งของตนเข้าสู่ประตูฝ่ายตรงข้ามให้ได้, ไม่ใช่ด้วยเท้าเตะหรือมือตบ
แต่ด้วยการโยนลูกลาครอสส์ผ่านไปมาด้วยไม้ลาครอสส์ที่ดูเผินๆ ก็ละม้ายคล้ายคลึงกับตะกร้อสอยมะม่วงอยู่
เล่นกันในยุโรปและอเมริกา โผล่มาในการ์ตูนญี่ปุ่นเป็นบางครั้ง ส่วนบ้านเรา กีฬาชนิดนี้ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก
.


.
จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของจีนพระองค์หนึ่ง ทรงรวบรวมอาณาจักรให้เป็นหนึ่งด้วยความเด็ดขาดและเหี้ยมโหด
ทว่า ศัตรูสุดท้ายที่รออยู่คือความตาย พระองค์ส่งแม่ทัพหมิง นายทหารคนสนิทไปพบหญิงที่ชื่อ ซื่อหงวน
นางทราบหนทางสู่ความเป็นอมตะ และเมื่อได้เข้าเฝ้า องค์จักรพรรดิเองก็รู้สึกพอพระทัยในตัวของนางมากๆ
แต่ซื่อหงวนมีใจให้แม่ทัพหมิงมากกว่า ทั้งสองลักลอบมีความสัมพันธ์กัน จนพิธีกรรมสู่ความเป็นอมตะสำเร็จ
องค์จักรพรรดิ์ถามว่านางต้องการสิ่งใดเป็นรางวัล ซื่อหงวนตอบว่า ตนอยากได้อิสระเพื่อไปอยู่กับแม่ทัพหมิง
ทว่าองค์จักรพรรดิไม่ปฏิบัติตามสัญญา แถมพระองค์ยังสั่งให้ประหารชีวิตแม่ทัพหมิงต่อหน้าต่อตาของนาง
ซื่อหงวนจึงทำพิธีสาปแช่งองค์จักรพรรดิ และกองทหารนับหมื่นนาย ให้กลายเป็นตุ๊กตาดินเผาไปชั่วกาลนาน
เรื่องวุ่นๆ เริ่มขึ้นเมื่อ โอ'คอนเนล จูเนียร์ ลูกของบุคคลที่เปรียบเสมือนแม่เหล็กดูดมัมมี่มาขุดค้นสุสานแห่งนี้
.
สิ่งที่ชอบ
- นำสารพัดสัตว์ในคำบอกเล่า สถานที่ที่ร่ำลือกันในตำนานย่านเอเชียตะวันออกหลายอย่าง มาให้ดูจนหนำใจ
อาคารสถานที่และวัตถุบางอย่าง ออกแบบถูกใจผมมาก, สิ่งมีชีวิตบางอย่าง มีบทบาทโดนใจน่ารักน่าชังมาก
- ดาราที่รับบทหลิน (ลูกสาวของซื่อหงวน) ตัวจริงอายุ 20 ปี แต่แต่งหน้าได้แบ๊วโดนใจเจ้าของบล็อกมาก
ตัวละครรองตัวหนึ่งคอยทำหน้าที่ยิงมุข เป็นตัวละครประเภทไม่ค่อยมีฝีมือ มากับดวง อึดเหมือนแมลงสาบ
.
สิ่งที่ไม่ชอบ
- เหตุผลในการฟื้นคืนชีพจักรพรรดิของตัวละครหนึ่งตื้นเขินมากเหมือนพวกคลั่งชาตินิยมที่ติดอยู่ในอุดมคติ
อาคารสถานที่และวัตถุบางอย่างที่ดูขัดหูขัดตา ไม่ค่อยเข้ากัน รูปลักษณ์บางอย่าง โผล่มาใช้งานยังไม่ทันคุ้ม
- ความรักระหว่างตัวละครใหม่ที่ดูประดักประเดิก (ถึงแม้เจ้าของบล็อกเห็นแล้วยังรู้สึกปิ๊งขึ้นมาทันทีก็ตาม)
ตัวร้ายหลัก เก่งกาจปานนั้น แต่บทจะตายช่างง่ายดาย, ตัวร้ายรอง บางช่วงจืดจาง แทบไม่มีอะไรให้จดจำ
.
ประเด็นอื่นๆ
- การอ้างประวัติศาสต์, สภาพสังคม (เฉพาะส่วนที่เป็นประโยชน์แก่ฝ่ายตน) ในการกู้ชาติหรือก่อสงคราม
ไม่ว่าเหตุผลของใครจะถูกหรือผิด ย่อมมีชนชั้นหนึ่งที่ถูกเอารัดเอาเปรียบเพื่อให้อีกชนชั้นหนึ่งอยู่อย่างสบาย
- การทำลายโดยอ้างอนุรักษ์
- การรุกรานทางวัฒนธรรม
- ฯลฯ
.
.

.
IMDb : 5.5/10
Metacritic : 31/100
Rotten Tomatoes : 12%