Politics-review

Social Review : 1 สัปดาห์ผ่านไป เลือกตั้งใหญ่ 2548
.
Prologue
สำหรับบางประเทศ ไม่บ่อยครั้งนักที่ประชาชนจะออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสูงกว่า 70% หรือ 4 คน ออกจากบ้านไปใช้สิทธิ์ 3 คน สำหรับการเลือกตั้งปี 2548 นี้ก็เกิดปรากฎการณ์หลายอย่าง ตั้งแต่การสามารถจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว (แต่หลายมุ้ง) ได้เป็นครั้งแรก, การสูญพันธุ์แบบยกจังหวัดของนักการเมืองท้องถิ่น (ประเภทเจ้าพ่อ-เจ้าแม่), ไปจนถึงกลยุทธ์แบบใหม่ๆ ทางการเมือง ที่ทำเอาคู่แข่งที่ยังยึดติดกับกลยุทธ์การหาเสียงแบบเดิมๆ กลายพันธุ์เป็นพรรคท้องถิ่น
.
What's Up ?
อนึ่ง บทความนี้จะเปรียบเทียบกลยุทธ์ทั่วไปที่ใช้การหาเสียง โดยไม่นับการใช้อำนาจรัฐในการเลือกตั้ง (เพราะในอดีตที่ผ่านมา จะพรรคไหนๆ ล้วนสร้างความกดดันแก่ข้าราชการในการเลือกตั้งเหมือนๆ กันทั้งนั้น) และไม่พูดถึงความดีหรือไม่ดีของนโยบาย (ตราบเท่าที่มันยังไม่ได้นำไปปฏิบัติจริง, ข้อดีหรือข้อเสียทั้งปวง ล้วนเป็นเพียงการ "คาดการณ์" ของผู้ที่ชอบหรือไม่ชอบ เท่านั้น)
.
นโยบายการหาเสียง คงไม่มีใครปฎิเสธว่า พรรค ทรท. นำเสนอออกมาได้เป็นรูปธรรมมากที่สุด ด้วยฝีมือของ "SC Matchbox" บริษัทเอเยนซี่ในเครือชินคอร์ปอเรชั่น และหัวกะทิในวงการโฆษณาอีกเพียบ สปอตโฆษณาที่ออกมาแต่ละครั้งล้วนนำเสนอว่า 4 ปีที่ผ่านมาทำอะไรไปบ้าง และอีก 4 ปีต่อไปจะทำอะไรบ้าง โดยกำหนดการทำงานทุกขั้นตอนเอาไว้พร้อมสรรพว่าจะให้หน่วยไหน ทำอะไร อย่างไร ไม่นับนโยบายประชานิยมที่หลายพรรคนำมาใช้โจมตีว่า ทรท มอมเมาเยาวชน แต่ถ้าเรายังความจำดีอยู่ ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา, ก่อนจะมี ทรท, ใครกล้าปฎิเสธบ้างว่า สส. ของพรรคการเมืองอื่นไม่เคยใช้นโยบายประชานิยมในการหาเสียงโดยขึ้นต้นว่า "พ่อแม่พี่น้อง ผมจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ บลาๆๆๆ" บ้าง ? ที่ ทรท.โดนด่าอยู่ฝ่ายเดียวเพราะทำเกินหน้าเกินตา เป็นพรรคแรกที่ทำตามนโยบายประชานิยมสำเร็จหรือไม่ ? (ไม่นับว่านโยบายดังกล่าว ดีหรือไม่ดี ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลว)
.
สปอตโฆษณาของ ทรท ทำให้เราเห็นว่าเขาจะทำอะไรต่อไป แล้วสปอตโฆษณา หรือป้ายหาเสียง หรือนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองอื่นๆ ล่ะครับ ? ปชป, ชูสโลแกน 201 เสียงต่อต้านทรราชย์ (โดยทำเป็นไม่เห็นผลงานของตัวเองในอดีต) แล้วถ้าได้เป็นรัฐบาลขึ้นมาล่ะ จะทำอะไร ? การเลือกตั้งคือการเลือกคนที่จะเข้าไปทำงานนะครับ ไม่ใช่เลือกคนที่จะเข้าไปโม้, พรรคมหาชนชูนโยบายประชานิยมเช่นเดียวกัน แต่ผมไม่เคยเห็นรายละเอียดเลยว่า "จะทำอย่างไร" ได้แต่พูดลอยๆ ว่า "แก้ปัญหาความยากจน บัณฑิตทุกคนมีงานทำ ฯลฯ" ได้ยินแต่เสียงลือเสียงเล่าอ้างของแกนนำในพรรคลอยๆ ว่า "เราทำการศึกษาแล้ว" แต่ไม่พูดอะไรต่อ ตกลงจะแก้ปัญหาความยากจนอย่างไร ? แล้วงานที่จะให้บัณฑิตทำเป็นงานอะไร ? งานชั่วคราวหรืองานถาวร ? ฯลฯ ขณะที่พรรคชาติไทยก็ชูสโลแกน "สัจจะนิยม" ซึ่งผู้ที่ไม่ได้ติดตามข่าวการเมืองอย่างใกล้ชิดแล้ว ก็คงไม่รู้แน่ๆ ว่ามีความนัยหมายถึงอะไร
.
Epilogue
ถึงแม้จะตัดเอาการใช้อำนาจรัฐออกไป, พรรค ทรท. ก็ยังคงมีระบบในการจัดการส่วนต่างๆ ของพรรคที่เหนือกว่าพรรคอื่นๆ อย่างไม่เห็นฝุ่นอยู่ดีแหละครับ นักการเมืองรุ่นเก่าที่ใช้อำนาจอิทธิพลในแบบเก่าก็สูญพันธุ์แบบล้างบ้าง (เช่น กลุ่ม *** ที่มี "ข่าวลือ" ว่าทำให้รถไฟฟ้าขยายไปเส้นทางไปยัง *** ไม่ได้ เพราะจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของคิวรถของ "ผู้มีอิทธิพล" บางท่าน เป็นต้น) และทำให้หลายพรรคต้องถึงคราผลัดใบแบบ "จริงๆ" เสียที หลังจากยักแย่ยักยันมานาน (แต่ก็มี "ข่าวลือ" อีกเช่นกันว่า นาย S ส่งนาย B ขึ้นไปนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค เพราะประเมินว่าพรรค *** จะต้องแพ้พรรค +++ แบบหมดรูปแน่ๆ จึงกันตัวนาย A ไว้ไม่ให้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเมื่อหลายปีก่อน เพราะไม่ต้องการให้นาย A ต้องช้ำโดยใช่เหตุ สู้ถนอนตัวไว้ลุยศึกเลือกตั้ง 2552 ดีกว่า
.
ก็ "เขาว่ากันว่า" น่ะครับ จะเอาอะไรมากกับสังคมไทยที่ไม่ใช่สังคมแห่งการศึกษา แต่เป็นสังคมแห่งข่าวลือ ผมก็เอามาลือต่อสิ :P

edit @ 9 Oct 2007 17:36:40 by chubby

ทักษิณ [VS] สนธิ : เกมแย่งชิงอำนาจที่คนไทยไม่เคยเข็ด
.
เกริ่นนำ
ผมอยากให้ทักษิณเป็นนายกฯ อยู่ถึงแค่สมัยนี้ อย่างที่เจ้าตัวเคยพูดออกมาเอง เท่านี้ก็พอแล้วครับ
เพราะดูจากพลเมืองกลุ่มหนึ่งเรื่องมากยิ่งกว่ากบเลือกนาย ทำให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่จะทำอย่างไรได้ ดูจากระบบการศึกษาแล้ว พลเมืองกลุ่มนี้จะสนใจศึกษาอดีตสักกี่คนกันเชียว ?
.
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา หนึ่ง
13 ปีก่อน คนไทยพึ่งจะคัดค้านนายกฯ คนหนึ่งที่มาจากการเลือกตั้ง โดยอ้างถึงการทุจริตมากมาย
สุดท้าย คนไทยก็ชื่นชมกับนายกฯ ขัดตาทัพ ว่าเป็นคนดีจริงๆ แม้จะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งก็ตาม
ผมไม่เถียงว่านายกฯ ขัดตาทัพท่านนั้นเป็นคนดี มีคุณธรรมจริงๆ เมื่อดูจากการวางตัวของท่านแล้ว
แต่ผมสงสัยว่า กรณีนั้นมันแตกต่างจากระบบการเลือกประธานาธิบดีมากน้อยสักแค่ไหนกันเชียว ?
ประชาธิปไตยแบบไทยๆ หนึ่งล่ะ
.
ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา สอง
29 ปีก่อน ช่วงลัทธิคอมมิวนิสต์กำลังเฟื่องฟู ประเทศถูกปัจจัยภายในภายนอกรุมทึ้งอย่างเมามันส์
และอีกหลายกรณี ที่กลุ่มการเมือง การสื่อสาร อาศัยสถาบันกษัตริย์ สร้างสถานการณ์อะไรขึ้นมา
เพื่อขับไล่คนที่เป็นปรปักษ์กับตน (ผมจะไม่แบ่งว่าเป็นคนดีหรือคนไม่ดี มีคนถูกขับไล่จริงก็พอละ)
เพราะอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ พลเมืองกลุ่มหนึ่ง พร้อมที่จะรับฟังอย่างไม่ลืมหูลืมตา
.
เกมแห่งอำนาจของนักการเมือง การสื่อสาร ยุคหนึ่ง เคยทำให้พระพูดว่า "ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป"
ใครคือผู้เสียชีวิตที่แท้จริง จากคนไทยหน้ามืดกลุ่มหนึ่งที่เชื่อว่า "ทำไปเพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์"
บางที เมื่อวานพึ่งด่า A มาหยกๆ พอวันนี้ A ด่าคนได้ถูกใจตัวเอง ก็หยิบ A มาใช้เป็นวรรคเป็นเวร
ฤา "เมืองไทยดีทุกอย่าง ทั้งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยกเว้นพลเมืองไทย" จะเป็นความจริง ?
.
สรุป
ผมไม่ห้ามที่ใครๆ จะแสดงความคิดเห็นครับ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับผมก็ได้ เป็นสิทธิ์ของท่าน
และผมอยากให้สมัยหน้าประเทศไทยมีนายกฯ คนใหม่ ไม่ใช่ทักษิณและพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล
ไม่ใช่เพราะผมเกลียดทักษิณ หรือไม่ชอบไทยรักไทย, ไม่ใช่เพราะผมชอบพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม
แต่เป็นเพราะผมอยากเห็นตัวละครที่แท้จริง ที่อยู่หลังฉากของเกมแห่งการแย่งชิงอำนาจ เท่านั้นครับ
.
เพราะมันจะโผล่มาให้เห็นทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจ จนคนดูหน้าเก่าๆ รู้สึกเบื่อหน่ายเต็มทน
ก่อนที่จะมีกฎหมายบังคับให้เด็กอายุ 18 (ที่ทำเป็นรู้ดีกับการเมืองไทย) ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเสียอีก
ใครจะรักใครเกลียดใครตามสบาย อย่าเผลอไปเป็นตัวเบี้ยบนกระดานแห่งการแย่งชิงอำนาจแล้วกัน
โดยเฉพาะคนที่คิดว่าตัวเองรักชาติและรู้ดี (แต่ไม่รู้จริง) เสียเต็มประดา พวกนี้รักท่านมากเลยครับ !
.
ยิ่งประชาชนที่มองแต่ภาพเบื้องหน้าที่ปรากฎ ผู้เล่นชอบตัวเบี้ยแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร ทุกยุคทุกสมัย
ประวัติศาสตร์บอกเอาไว้อย่างนั้น และผมไม่คิดว่าคนกลุ่มนี้จะสนใจประวัติศาสตร์เก่าๆ อยู่แล้วล่ะ
จาก 2475 ถึง 2548 ผมไม่คิดว่าคนไทยยุคนี้ จะมีพัฒนาการทางการเมืองดีขึ้นกว่าเดิมสักเท่าไรนัก
เด็กก็เอาแต่ทำสถิติเล่นเกม วัยรุ่นก็เอาแต่หมกมุ่น และอีกเยอะที่สนใจข่าวดาราท้อง 5 เดือนจริงจัง
.
เอาแต่รับ รับ รับ รับข่าวสาร จากอินเตอร์เน็ต โทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์แทบทั้งวัน เช้าจรดค่ำ ค่ำจรดเช้า
เอาเวลาไหนไปคิด คิด คิดกันครับ ? ลองเทียบเวลารับข่าวสารหารกับเวลาคิดวิเคราะห์ข่าวสารแล้ว
...เหนื่อยใจ...
.
.
.
อ้อ ผมไม่ได้บอกว่าผมรู้หมดนะครับ ยังมีไม่รู้อีกเยอะ
ยิ่งพวกโหนกระแสรักชาติ รักกษัตริย์ อะไรๆ ทำนองนี้
ตัวอย่างในประวัติศาสตร์ ยังไม่เยอะพออีกหรือครับ ?
ฤาคนไทย รักสบายจนความจำสั้น จะเป็นความจริง ?

edit @ 9 Oct 2007 17:22:28 by chubby

บทกวีไนท์ซาฟารี : เบื้องหลังการวางมวยอย่าง "ถึงลูกถึงคน"
.
บทกวี "ไนท์ ซาฟารี" โดย "ศักดิ์สิริ มีสมสืบ" เจ้าของรางวัลซีไรท์ ปี 2535
.
ตอนกลางคืน ทำอะไร ล่ะไอ้สัตว์
สารพัน สารพัด สัตว์หน้าขน
ตอนกลางคืน ทำอะไร ล่ะไอ้คน
สาระวุ่น สาระวน มาทั้งวัน
.
อยากดู อะไร กันนักหนา
ตั้งแต่เห็น กันมา ก็ฆ่าฉัน
ตั้งแต่แรก สบตา ก็ฆ่ากัน
จนเราสิ้น เผ่าพันธุ์ ไปหลายพงศ์
.
ฆ่าและฆ่า พอหายาก กลับอยากดู
น่าอดสู พอใกล้สูญ ก็เสริมส่ง
คอยจ้องดู เราสืบพันธุ์ สืบว่านวงศ์
กูละงง พวกงี่เง่า จะเอาไง
.
กิน ขี้ ปี้ นอน ไม่ต่างกัน
วันทั้งวัน คอยจ้องดู กันอยู่ได้
แถมกลางคืน ยังมาจ้อง คอยส่องไฟ
มาเบิ่งตา หาอะไร ในราตรี
.
เดรัจฉาน ต้อยต่ำ แต่กำเนิด
สัตว์มนุษย์ ล้ำเลิศ ประเสริฐศรี
จะเอาไง พอเถอะไนท์ ซาฟารี
ค่ำคืนนี้ ส่ำสัตว์ จะสืบพันธุ์
.
ผมจะไม่ย้อนไปพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรายการถึงลูกถึงคนนะครับ ที่คนติดตามของนายปลอดประสพ สุรัสวดี ชกหน้านายชัยพันธ์ ประภาสะวัติ ผอ.สถาบันสิทธิชุมชน แต่ไปฟังคำพูดของศักดิ์สิริ เจ้าของบทกวีชิ้นนี้ดีกว่า
.
"ผมถือว่าคนมีค่าเท่าเทียมกับสัตว์ ไม่ได้มองว่าสัตว์ต่ำต้อยกว่าแต่อย่างใด เพราะมีความคิดความรู้สึกว่า ไม่ว่าคนหรือสัตว์ก็คือชีวิตหนึ่งเหมือนกัน และบางครั้ง สัตว์กลับมีความประเสริฐยิ่งกว่าคนเสียอีก ไม่เชื่อลองนึกถึงผึ้ง ปลวก หรือว่าแบคทีเรีย ทุกชีวิตล้วนมีคุณค่าทั้งนั้น เพราะฉะนั้นอย่าทะนงตนว่าเป็นคน เป็นมนุษย์แล้วจะคิดว่าตนเองยิ่งใหญ่"
.
"อารมณ์ของมนุษย์ที่มีอัตตาเข้ามาเจือปนนั้นน่ากลัวกว่าสัตว์ ซึ่งแตกต่างจากสัตว์ที่ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย"
.
วันนี้ผมขอจบดื้อๆ แบบนี้ล่ะครับ จะว่าไป คำว่า "ไอ้สัตว์" ในบรรทัดแรกมันเล่นคำพ้องกับ "ไอ้คน" ในบรรทัดที่สาม ซึ่งก็เป็นความสวยงามของกลบทของนักกวีแต่ละคนอยู่แล้ว แต่ปัญหามันอยู่ที่ "อัตตา" ของแค่ละคน...เอ้ย แต่ละตัว...กำกับให้คิดว่าตัวเองเป็น "ไอ้สัตว์" หรือ "ไอ้คน", ซึ่งผมเองก็ตอบแทนคุณๆ ท่านๆ ไม่ได้เหมือนกันว่า คุณเลือกที่จะเป็น "ไอ้สัตว์" หรือ "ไอ้คน" ในบทกวีชิ้นนั้น
.
แต่การกระทำที่แสดงออกมา มันบ่งชี้อะไรบางอย่างได้ตามนั้นจริงๆ เสียด้วยสิ
.

ที่มา : พลเมืองเหนือ ฉบับที่ 213 ประจำวันที่ 9 - 15 มกราคม 2549, หน้า 33

edit @ 9 Oct 2007 17:19:59 by chubby