Politics-review

.
เกือบทั้งหมดของ ชุดที่ 1 เป็นมาตราที่ต้องรอ พรบ. หรือกฎหมายลูกออกมารองรับรองการปฏิบัติอีกทีอยู่ดี
ส่วนชุดที่ 2 ใน Entry นี้ เป็นมาตราที่มีผลบังคับใช้ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง (เมื่อไร ?) ในครั้งนี้เลย
มองในแง่หนึ่ง มาตราในชุดที่ 2 นี้เป็นกลุ่มที่สำคัญมาก เพราะมีผลต่อการคัดนักการเมืองเข้าสภาโดยตรง
มองอีกแง่หนึ่ง มาตราในชุดที่ 2 นี้มีผลต่อประชาชนน้อย เพราะเมื่อเข้าสภาไปแล้วก็หาประโยชน์สุดเหวี่ยง
ประเด็นสำคัญคือ รัฐธรรมนูญ '50 มีกลไกเอื้อให้ประชาชนเบรกนักการเมืองอย่าให้กินมูมมากนัก หรือไม่
.

ชุดที่ 2 มาตราเกี่ยวกับสิทธิทางการเมือง

.
มาตรา 93 - 94
ของใหม่ - ระบบการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง
..................แต่ละเขตมี สส. ไม่เกิน 3 คน รวมทั้งสิ้น 400 คน
ของเก่า - ระบบการเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขต ใช้พื้นที่เป็นเขตเลือกตั้ง
..................แต่ละพื้นที่มี สส. ได้ 1 คน
comment - เขตใหญ่ขึ้น ซื้อเสียงได้ยากขึ้น ถ้า สส. เป็นที่รักของคนในจังหวัดจริงๆ ก็จะไม่มีปัญหา
.....................แต่ซื้อเสียงยากขึ้น ก็ไม่ได้แปลว่าซื้อไม่ได้นะครับ คนจะโกง ย่อมหาวิธีการโกงวันยังค่ำ
.
มาตรา 95 - 98
ของใหม่ - ระบบการเลือกตั้ง สส. แบบสัดส่วน แบ่งออกเป็น 8 กลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดละ 10 คน
ของเก่า - ระบบบัญชื่อรายชื่อยกประเทศ 100 คน
comment - ป้องกันพรรคการเมืองใหญ่ผูกขาด คะแนนเสียงของประชาชนจะได้ไม่กระจุกใน กทม.
.....................แม้จะมีช่องซิกแซกโดยย้ายสำมะโนครัวไปต่างจังหวัด แต่คงไม่ทันการเลือกตั้งในครั้งนี้
.
มาตรา 95 - 98
ของใหม่ - สส. แบบสัดส่วน ไม่มีเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ
ของเก่า - ต้องได้คะแนนเสียงอย่างน้อยร้อยละ 5 ถึงจะมี สส. แบบบัญชีรายชื่อเข้าสภาได้
comment - พรรคเล็กๆ ที่ไม่ค่อยได้คะแนนเสียง มีโอกาสเข้าสภามากขึ้น พรรคใหญ่ผูกขาดยากขึ้น
.....................พรรคใหญ่เปลืองงบในการฮุบมากขึ้น แต่ ผู้สมัครฟองสบู่ก็ถือโอกาสโก่งค่าตัวได้เช่นกัน
.
มาตรา 101
ของใหม่ - ผู้สมัคร สส. ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิปริญญาตรี
ของเก่า - ผู้สมัคร สส. ต้องมีวุฒิปริญญาตรีเป็นอย่างน้อย
comment - จุดประสงค์เพื่อหาคนดี มีความชำนาญนอกระบบ เพราะคนฉลาดไม่ได้แปลว่าจะไม่โกง
.....................แต่ทางปฏิบัติ เราคงได้ สส. โกงกินเหมือนเดิม แถมโกงกินแบบด้อยปัญญาอีกต่างหาก
.
มาตรา 101 (3)
ของใหม่ - ลดระยะเวลาในการสังกัดพรรค กรณียุบสภา เหลือ 30 วัน
ของเก่า - ผู้ลงสมัครเลือกตั้ง สส. ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 90 วัน จนถึงวันเลือกตั้ง
comment - สส. มีทางเลือกในการตัดสินใจเลือกพรรคมากขึ้น ไม่ตกอยู่ภายใต้สัญญาทาสพรรคใหญ่
.....................อย่างไรก็ตาม ข้อนี้เป็นปัญหาเรื่องผลประโยชน์ของ สส. มากกว่าปัญหาของประชาชน
.
มาตรา 102 (เป็นมาตราที่เดิมพิมพ์คำขยายผิดครับ)
ของใหม่ - คุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัคร สส. บางประการ ผู้เป็น สส. ได้ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
..................1) ไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลาย
..................2) ไม่เคยต้องคำพิพากษาจำคุก โดยพ้นโทษมายังไม่เกิน 5 ปี
........................ยกเว้นความผิดโดยประมาท หรือลหุโทษ
..................3) ไม่เป็น หรือเคยเป็น สว. แต่ยังพ้นตำแหน่งมาไม่เกิน 2 ปี
..................4) ไม่เคยถูก สว. ถอดถอนจากตำแหน่ง
ของเก่า - คุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัคร สส. บางประการ ผู้เป็น สส. ได้ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
..................1) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
..................2) ไม่เคยต้องคำพิพากษาจำคุกตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป โดยพ้นโทษมายังไม่เกิน 5 ปี
........................ยกเว้นความผิดโดยประมาท หรือลหุโทษ
..................3) ไม่เป็น สว.
..................4) ไม่เคยถูก สว. ถอดถอนจากตำแหน่ง และยังไม่พ้น 5 ปี
comment - เทียบเท่าคำสั่งประหารชีวิต สส. ที่มีประวัติไม่ดีและไม่รู้จักเข็ดหลาบ ไม่ให้ได้ผุดได้เกิด
.....................ขอให้กล้าๆ แบบเมืองจีนตอนนี้ ที่ระดับเจ้ากรมเจ้ากระทรวงบิ๊กๆ ถูกเชือดเป็นใบไม้ร่วง
.
มาตรา 104
ของใหม่ - ระหว่างอายุของสภา จะควบรวมพรรคการเมืองไม่ได้
ของเก่า - ไม่มี
comment - ป้องกันการควบรวมพรรคการเมือง เพื่อยึดสภาเบ็ดเสร็จตามช่องโหว่ในรัฐธรรมนูญเก่า
.
มาตรา 106 และ 119
ของใหม่ - สส. สว. พ้นจากตำแหน่งเมื่อต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก แม้กำลังรอการลงโทษก็ตาม
ของเก่า - สส. สว. พ้นจากตำแหน่งเมื่อต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
comment - ในเมื่อผลการตัดสินจากศาลถึงที่สุดแล้ว ก็ไม่ต้องลอยหน้าลอยตาเป็น สส. สว. อีกต่อไป
.
มาตรา 108
ของใหม่ - ระยะเวลาในการจัดการเลือกตั้งใหม่ กรณียุบสภา "ไม่น้อยกว่า 45 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน"
ของเก่า - กำหนดไว้เพียง ให้จัดการเลือกตั้งใหม่ "ภายใน 60 วัน"
comment - เพื่อเปิดช่องทางให้ สส. ย้ายพรรคการเมืองได้ ตามเงื่อนไข 30 วันของรัฐธรรมนูญ '50
.....................ระบบเดิมเห็นได้ชัดเจนว่า ต่อให้ทักกี้ยุบสภาสิบครั้งซ้อน ลูกพรรคก็หนีไปไหนไม่ได้เลย
.
มาตรา 111
ของใหม่ - สว. มาจากการเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน รวม 76 คน มาจากการแต่งตั้ง 74 คน รวม 150 คน
ของเก่า - สว. มาจากการเลือกตั้ง 200 คน
comment - ลดจำนวน สว. ไม่ให้เทอะทะ การแบ่งที่มาอย่างละครึ่ง ทำให้ สว. จัดกลุ่มฮั้วกันลำบากขึ้น
.....................ให้ศาลเลือก สว. คงไม่เลวร้ายไปกว่า ให้ฐานเสียง สส. เลือกล็อค สว. ตามระบบเก่าหรอก
.
มาตรา 115
ของใหม่ - เพิ่มคุณสมบัติต้องห้ามของ สว. ให้เข้มข้นขึ้น
..................1) ไม่เป็นบุพการี คู่สมรส บุตร ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือ สส.
..................2) ไม่เป็นสมาชิกหรือดำรงตำแหน่งใดในพรรคการเมือง หรือพ้นจากตำแหน่งไม่เกิน 5 ปี
..................3) ไม่เป็น สส. หรือพ้นจากตำแหน่งไม่เกิน 5 ปี
ของเก่า - ไม่มี
comment - เป็นมาตราที่กำจัด "สภาผัว-เมีย" ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะนึกออกแล้ว
.....................เพื่อให้ได้คนที่ไม่สังกัดฝ่ายใดเป็น สว. แต่อาจจะเกิด "สภาหย่าแล้ว" ขึ้นมาแทนก็ได้ :P
.
มาตรา 122
ของใหม่ - ยืนยันให้ สส. สว. ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่อยู่ภายใต้การครอบงำ
ของเก่า - ไม่มี
comment - ถ้าหากการคัดเลือก สส. สว. เป็นไปตามมาตรา 115 อย่างจริงจัง ก็พอมีความหวังอยู่บ้าง
.
มาตรา 142 และ 163
ของใหม่ - ลดจำนวนการเข้าชื่อของประชาชนเพื่อเสนอร่างกฎหมาย เหลือ 10,000 ชื่อ
ของเก่า - 50,000 รายชื่อ
comment - เป็นสิ่งที่ดีสำหรับประชาชน และหวังว่าประชาชนคงไม่เสนออะไรติ๊งต๊องเป็นกฎหมายล่ะ
.
มาตรา 158
ของใหม่ - สส. จำนวน 1 ใน 5 ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้
ของเก่า - สส. จำนวน 2 ใน 5 ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีได้
comment - แก้ไขปัญหายุคทักกี้ ซึ่งมีเสียงในสภามากกว่า 3 ใน 5 จนระบบการตรวจสอบเป็นง่อย
.
มาตรา 159
ของใหม่ - สส. จำนวน 1 ใน 6 ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีได้
..................แม้รัฐมนตรีคนดังกล่าวจะพ้นจากตำแหน่ง เปลี่ยนไปเป็นรัฐมนตรีกระทรวงอื่นๆ ก็ตาม
ของเก่า - สส. จำนวน 1 ใน 5 ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีได้
..................แต่ถ้ารัฐมนตรีคนดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง จะไม่สามารถอภิปรายได้
comment - เงื่อนไขใหม่เข้าท่ามาก เพราะเงื่อนไขเก่า เปลี่ยน รมต. บ่อยเหมือนกับเล่นเก้าอี้ดนตรี
.....................ผลัดกันเข้าไปกินจนอิ่มหนำถ้วนหน้า นโยบายไม่สานต่อเพราะเจ้ากระทรวงอายุสั้นสุดๆ
.....................เงื่อนไขใหม่เป็นการป้องปราม รมต. ชุดต่อไปว่าจะเข้าไปกินแล้วชิ่งแบบสมัยก่อนไม่ได้
.....................เพราะฝ่ายค้านหรือประชาชนสามารถตามจิกเล่นงานเจ้ากระทรวงที่มูมมามย้อนหลังได้
.
มาตรา 160
ของใหม่ - เมื่อ ครม. บริหารงานเกิน 2 ปี ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกฯ หรือ รมต. ได้ทันที
ของเก่า - ไม่มี
comment - ป้องกันเผื่ออนาคตมีใครยึดเสียงในสภาได้มากกว่า 4 ใน 5 รถถังจะได้ไม่ต้องออกมาอีก
.
มาตรา 164 และ 271
ของใหม่ - ลดจำนวนรายชื่อเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเหลือ 20,000 ชื่อ
ของเก่า - 50,000 รายชื่อ
comment - แม้จะเป็นดาบสองคม แต่ก็น่าจะทำให้นักการเมืองที่มีชนักติดหลัง สงบเสงี่ยมขึ้นอีกนิด
.
มาตรา 167 วรรค 2
ของใหม่ - กำหนดให้การทำงบกลางต้องแสดงเหตุผลและความจำเป็นด้วย
ของเก่า - ไม่มี
comment - มันเป็นเรื่องพื้นๆ ที่ควรจะทำมาตั้งนานแล้วครับ
.
มาตรา 170
ของใหม่ - เงินรายได้ใดๆ ที่ไม่ต้องนำส่งเข้าคลัง ต้องรายงานต่อ ครม. และรายงานต่อสภาฯ ทุกสิ้นปี
ของเก่า - ไม่มี
comment - เหมือนจะโปร่งใสขึ้น...นิดนึง...
.
มาตรา 171
ของใหม่ - นายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 8 ปี (หรือ 2 สมัยเต็ม)
ของเก่า - ไม่มี
comment - ป้องกันการผูกขาดอำนาจ
.....................ประกอบกับคนไทยมีนิสัยเบื่อง่าย ดังนั้น ต่อให้เทวดามาปกครอง 8 ปี ก็มากพอแล้วครับ
.
มาตรา 212
ของใหม่ - ประชาชนมีสิทธิฟ้องร้องศาลรัฐธรรมนูญได้โดยตรง ในกรณีที่กฎหมายกระทบสิทธิเสรีภาพ
ของเก่า - ไม่มี
comment - เมื่อดูจากหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แสดงว่าคนไท้ไทเข้าใจคำว่า สิทธิเสรีภาพ แบบผิดๆ
.....................ก็เลยไม่แน่ใจว่าจะให้มันเป็นมาตราที่ดี ดีหรือเปล่า
.
มาตรา 219
ของใหม่ - ให้ศาลยุติธรรมพิจารณาตัดสินดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
ของเก่า - ไม่มี
comment - มาตรานี้ตั้งขึ้นเพื่อถ่วงดุลอำนาจกับ กกต. เดิมซึ่งมีอำนาจล้นฟ้าในกระบวนการเลือกตั้ง
.....................โดยให้ กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง และให้ ศาล มีอำนาจในการออกใบแดง ใบเหลือง
.
มาตรา 244 (3) และวรรคท้าย
ของใหม่ - ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีอำนาจดำเนินการในเรื่องจริยธรรมของ นักการเมืองและข้าราชการ
..................รวมทั้งพิจารณาและสอบสวน โดยไม่ต้องมีการร้องเรียนก็ได้ ถ้ามีผลกระทบต่อประชาชน
ของเก่า - ไม่มี
comment - ถ้า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ซื่อสัตย์สุจริต เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดจริงๆ ก็เป็นมาตราที่ดี
.
มาตรา 250 (3) และ (5)
ของใหม่ - ปปช. มีอำนาจและหน้าที่ในการกำกับดูแลคุณธรรมและจริยธรรมของ นักการเมือง
..................รวมทั้งพิจารณาและสอบสวน โดยไม่ต้องมีการร้องเรียนก็ได้
ของเก่า - ไม่มี
comment - ถ้า ปปช. ซื่อสัตย์สุจริต เป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดจริงๆ ก็เป็นมาตราที่ดี
.
มาตรา 255
ของใหม่ - องค์กรอัยการ เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
ของเก่า - ไม่มี
comment - ถ้าไปถามเหล่าอัยการก็คงได้รับคำตอบว่าดีล่ะมั้ง ?
.
มาตรา 257
ของใหม่ - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ มีอำนาจในการฟ้องศาลต่างๆ แทนประชาชนที่ถูกละเมิดได้
ของเก่า - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ มีอำนาจในการตรวจสอบและให้คำแนะนำเท่านั้น
comment - หลักการดี แต่ ถ้าไปเจอนักสิทธิมนุษยชนสนามหลวงเข้า ผลลัพธ์ที่ออกมาอาจจะไม่ปลื้ม
.
มาตรา 259 วรรค 3
ของใหม่ - บัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของนักการเมืองนั้น รวมถึงทรัพย์สินที่คนอื่นครอบครองดูแลด้วย
ของเก่า - ไม่มี
comment - เพื่อป้องกันการถ่ายโอนทรัพย์ให้คนขับรถ คนสวน บริษัทนายหน้า แล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้
.
มาตรา 269 วรรคท้าย
ของใหม่ - ห้าม นายกฯ และ รมต. รวมทั้งลูกเมียที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไปเป็นหุ้นส่วนหรือถือหุ้นด้วย
ของเก่า - ห้ามเฉพาะ นายกฯ และ รมต. เท่านั้น
comment - เพื่อป้องกันเหตุการณ์ "พ่อแม่รังแกฉัน" และป้องกันการเกิดข้อครหา "ผู้ใหญ่รังแกเด็ก"
.....................จากกรณีทักกี้โอนหุ้นให้ลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจนต้องตกกระไดพลอยโจน ซวยไปด้วย
.
มาตรา 276
ของใหม่ - กำหนดให้มี ผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากการประชุมของศาลฎีกา
ของเก่า - ไม่มี
comment - เหมือนจะดี แต่เกิดความรู้สึกว่าเริ่มก้าวก่ายอำนาจเยอะเกินไปหรือเปล่า
.
หมวด 13
ของใหม่ - กำหนดเรื่องจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการ
ของเก่า - ไม่มี
comment - เรื่องนามธรรมเป็นอะไรที่กำหนดลำบาก ดีของคนหนึ่ง อาจไม่ดีของคนหนึ่ง
.
มาตรา 287
ของใหม่ - กำหนดเพิ่ม ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของตนเอง
ของเก่า - ไม่มี
comment - มันก็เป็นองค์การปกครองสำหรับเครือญาติส่วนท้องถิ่นอยู่ดี
.
มาตรา 291
ของใหม่ - ให้สิทธิประชาชน 50,000 รายชื่อ เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
ของเก่า - ประชาชนไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้
comment - ถึงแม้ผมจะไม่ไว้ใจคนไท้ไท แต่ก็ต้องยอมรับว่ามาตราที่ดี
.
มาตรา 303
ของใหม่ - กำหนดให้ตรากฎหมายลูกเสร็จใน 1 ปี หรือ 2 ปีในบางกรณี
ของเก่า - ไม่มี
comment - เป็นมาตราที่ดี เพราะไม่เช่นนั้น กฎหมายบางอย่าง จะถูก สส. เตะถ่วงจนยุบสภาโน่นเลย

.
จบซีรีส์แล้วนะครับ พอเสียที เขียนมา 5 ตอนติดจนแทบจะอ้วกออกมาเป็นประชาธิปไต้ธิปไตยอยู่แล้ว
.
.
.
ความเห็นส่วนตัว
(1)
รัฐธรรมนูญ '40 ที่คุยกันว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ล้วนมีการละเมิดสิทธิ
จากเจ้าหน้าที่ที่ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและจากนักการเมืองที่ไม่ใส่ใจออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
ถ้าหากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้จัดการเจ้าหน้าที่และนักการเมือง โดยไม่ได้ริดรอดสิทธิของประชาชนเลย
แถมยังมีมาตราใหม่ หลายมาตรา ซึ่งนักการเมืองหน้าเดิมๆ ที่จ้องแต่จะกอบโกย ไม่มีวันตราออกมา แน่ๆ
เหตุผลที่ผมจะไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวคือ ?
(2)
จากการเขียนบล็อกในช่วงที่ผ่านมา พบว่าสิ่งที่เรา Import เข้ามา นอกจากเรื่องระบอบวิธีการปกครองแล้ว
ยังมีเทคโนโลยี สิ่งประดิษฐ์ เกม สินค้าต่างๆ ฯลฯ ซึ่งบ้านเราขยันหาช่องนอกลู่นอกทางในการใช้เหลือเกิน
อะไรที่ว่าดี๊ดีสุดยอดในต่างประเทศ เจอคนไท้ไท หยิบมาใช้แบบไท้ไท จนฉิบหายไม่รู้กี่อย่างต่อกี่อย่างแล้ว
ด้วยเหตุนี้ การกระทำที่เป็นเผด็จการ อาจมีความเป็นประชาธิปไตย มากกว่าพวกปากว่าเป็นประชาธิปไตย
แต่การกระทำอาจแย่เสียยิ่งกว่าพวกเผด็จการก็ได้
(3)
ไม่รับเพราะไม่ชอบบางมาตราในร่างรัฐธรรมนูญ หรือ รับเพราะชอบบางมาตราในร่างรัฐธรรมนูญ
กับไม่รับเพราะไม่ชอบ คมช. เผด็จการรัฐประหาร หรือ รับเพราะไม่ชอบทักกี้เผด็จการประชาธิปไตย
แม้จะมีอยู่ 2 ทางเลือกเหมือนกัน แต่ ความนัยของ 2 บรรทัดนี้ มีอะไรบางอย่าง แตกต่างกันนะครับ

.
.
.
ประเทศไทยเสียอย่าง ทำอะไรกลับตาลปัตรได้ทั้งนั้นครับ
.
ดังนั้น ผมโหวตรัฐธรรมนูญเผด็จการแบบประชาธิปไตย มากกว่า รัฐธรรมนูญประชาธิปไตยแบบเผด็จการ
.

Related Links

edit @ 2007/08/09 13:13:12

edit @ 9 Oct 2007 15:59:15 by chubby

.
หมายเหตุ
เนื้อหาใน Entry นี้ลงเฉพาะข้อดี (+ กัดนิดหน่อย) ของร่างรัฐธรรมนูญ 2550 เทียบกับรัฐธรรมนูญ 2540
สำหรับข้อเสีย (และข้อหาเรื่องให้เสีย) ของรัฐธรรมนูญ 2550 ทุกท่านสามารถหาอ่านได้ที่ ห้องราชดำเนิน
.

ชุดที่ 1 มาตราเกี่ยวกับสิทธิของประชาชน
.
มาตรา 28 วรรค 3
ของใหม่ - สิทธิและเสรีภาพของประชานที่รัฐธรรมนูญได้รับรองและคุ้มครองเอาไว้
..................มีผลทันที แม้จะยังไม่มีกฎหมายลูกออกมาก็ตาม
ของเก่า - ใช้คำว่า "ทั้งนี้ ตามกฎหมายที่บัญญัติ"
..................ทำให้มีคนตีความว่า ประชาชนจะมีสิทธิเสรีภาพก็ต่อเมื่อมีกฎหมายใช้
comment - ทางปฏิบัติคงไม่แตกต่างกัน ทุกวันนี้ประชาชนละเมิดกฎหมายพื้นๆ กันเป็นว่าเล่นอยู่แล้ว
.
มาตรา 30
ของใหม่ - ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างชายหญิงมากขึ้น โดยกำหนดในบัญชีรายชื่อ สส. แบบสัดส่วน
..................และใน พรบ. ต่างๆ เช่น พรบ. เกี่ยวกับเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ฯลฯ
ของเก่า - มีเพียงหลักการกว้างๆ
comment - เป็นมาตราที่ดี แต่ยังไม่ดีพอที่จะทำให้บ้านเรามีนายกฯ หญิงคนแรกในเร็ววัน
.
มาตรา 35
ของใหม่ - คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจากการหาประโยชน์โดยมิชอบ
..................ตั้งแต่บัตรประชาชนของตาสียายสาที่ใช้ทำบัตรเครดิต ไปจนถึงภาพแอบถ่ายของตั๊กนูนโต
ของเก่า - ไม่คุ้มครอง
comment - เป็นมาตราที่ดี เหล่า Creator ที่ถูกพวก Copier ขโมยงานบ่อยๆ จะเข้าใจอย่างสุดซึ้ง
.
มาตรา 40
ของใหม่ - ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น
..................เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ได้รับสิทธิคุ้มครองในคดีเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศมากขึ้น
ของเก่า - ไม่ได้รับรองการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม
comment - หลักการดี แต่คนที่มีน้ำมันหล่อลื่นเยอะ ก็คงได้เปรียบอยู่เหมือนเดิม
.
มาตรา 42
ของใหม่ - คุ้มครองให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมจากการเวนคืนที่ดินมากขึ้น
..................โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่รัฐและผู้ถูกเวนคืน จะได้รับจากการใช้สอยที่ดินที่ถูกเวนคืนนั้นๆ
ของเก่า - กำหนดให้คำนึงถึงราคาที่ซื้อขายกันตามปรกติในท้องตลาด การได้มา สภาพที่ตั้ง
..................และความเสียหายของผู้ถูกเวนคืนเท่านั้น
comment - จ่ายถูกเหมือนเดิมแหงๆ ถ้ายังไม่มีวินัยทางการเงินหรือกินหัวคิวอยู่
.
มาตรา 44
ของใหม่ - ประชาชนมีหลักประกันและสวัสดิภาพในการทำงาน
ของเก่า - ไม่มี
comment - มาตราที่ดี ใช้ในการตามจิกคนที่ประกอบธุรกิจ หรือจัดงานอะไรสักอย่าง แล้วหอบเงินหนี
.
มาตรา 45-48
ของใหม่ - คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ทั้งการห้ามแทรกแซงและห้ามถือหุ้นเด็ดขาด
ของเก่า - ทักกี้เป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ได้
comment - นโยบายเพื่อป้องกันนักการเมืองใช้สื่อสารมวลชนในการหาเสียง หรือใช้ประโยชน์ส่วนตัว
.
มาตรา 49
ของใหม่ - สิทธิในการได้รับการศึกษาอย่างน้อย 12 ปี รวมทั้งผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ
ของเก่า - สิทธิในการได้รับการศึกษาอย่างน้อย 12 ปี ไม่รวมผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ
comment - มาตราที่ดี ถ้าโอนงบจากเด็กเกรียนที่โดดเรียนไปให้เด็กยากไร้และพิการได้ก็จะดีมากๆ
.
มาตรา 49 วรรค 3
ของใหม่ - ส่งเสริมการศึกษาทางเลือก การเรียนรู้ด้วยตนเอง และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ของเก่า - ไม่มี
comment - มาตราที่ดี แต่จะทำอย่างไรให้เด็กและผู้ปกครอง (บางส่วน) ไม่ยึดติดกับคณะและสถาบัน
.
มาตรา 52
ของใหม่ - เด็กและเยาวชนมีสิทธิ์ได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา
ของเก่า - ไม่มี
comment - มาตราที่ดี แต่สภาพสังคมปัจจุบันทำให้เด็กเกรียนเป็นปัญหาโลกแตก แก้ไขยากขึ้นทุกที
.
มาตรา 52 วรรค 2
ของใหม่ - เด็ก เยาวชน สตรี และบุคคลในครอบครัว ได้รับการคุ้มครองจากความรุนแรง
..................และสิทธิได้รับการฟื้นฟูจากผลของความรุนแรงดังกล่าว
ของเก่า - ไม่ได้คุ้มครองสตรี ไม่ได้บัญญัติถึงสิทธิได้รับการฟื้นฟู
comment - มาตราที่ดี ขอให้ปฏิบัติได้จริง ปัญหาคือเรามีบุคลากรมากพอที่จะให้การคุ้มครองหรือไม่
.
มาตรา 53
ของใหม่ - เพิ่มสิทธิผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ ได้รับสวัสดิการ สิ่งอำนวยความสะดวก
..................และความช่วยเหลืออื่นๆ อย่างสมศักดิ์ศรีจากรัฐ
ของเก่า - ไม่ได้กำหนดรายละเอียดว่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างไร
comment - มาตราที่สอดคล้องกับแนวโน้มของโลก ซึ่งสัดส่วนประชากรผู้สูงอายุ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
.
มาตรา 55
ของใหม่ - ให้สิทธิแก่ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย และไม่มีรายได้เพียงพอ ในการได้รับความช่วยเหลือจากรัฐ
ของเก่า - ไม่มี
comment - มาตราที่ดี แต่อย่าลืมแก้ไขปัญหาบ้านเอื้ออาทรถูกทิ้งใบจองด้วยก็แล้วกันครับ
.
มาตรา 61
ของใหม่ - กำหนดให้มีองค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ที่เป็นอิสระจากรัฐ และได้รับการสนับสนุนงบจากรัฐ
ของเก่า - ไม่ได้กำหนดให้เป็นอิสระจากรัฐ และไม่ได้รับการสนับสนุนงบจากรัฐ
comment - มาตราที่ดี แต่จะได้งบจากรัฐสักเท่าไรเชียว ?
.
มาตรา 62
ของใหม่ - ให้ประชาชนมีสิทธิ์ติดตามและร้องขอ ให้ตรวจสอบการทำงานของข้าราชการหรือ สส.
ของเก่า - ไม่มี
comment - จะเป็นมาตราที่ดี หากประชาชนยื่นเรื่องร้องเรียนไปแล้วมีการติดตามผลจริงๆ จังๆ
.
มาตรา 64 วรรค 2
ของใหม่ - ข้าราชการมีสิทธิ์รวมกลุ่มเพื่อปกป้องสิทธิของตน (จากการกลั่นแกล้งของ สส. เป็นต้น)
ของเก่า - ไม่มี
comment - นโยบายสร้างความแข็งแรงแก่ข้าราชการ เป็นดาบสองคม ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของกลุ่ม
.....................ถ้าวัตถุประสงค์ของกลุ่มมีอะไรแอบแฝง อาจเกิดการแบ่งฝักฝ่ายหนักยิ่งกว่าเดิมก็เป็นได้
.
มาตรา 67
ของใหม่ - การทำ Public Hearing ก่อนทำเมกะโปรเจกที่มีผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสูง
..................ชุมชนริมแม่น้ำปิง สามารถฟ้องร้องหน่วยงานที่แอบเข้าไปทุบฝายได้
ของเก่า - ไม่มี
comment - ก็คงจะแอบสร้างก่อนเหมือนเดิม พอโดนจับได้ ค่อยทำประชาพิจารณ์ลวกๆ แบบขอไปที
.
หมวด 5
ของใหม่ - นโยบายพื้นฐานมีผลผูกพันต่อรัฐบาลด้วย
ของเก่า - ไม่มีผลบังคับรัฐบาลเลย รัฐบาลจะทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ ตามใจ
comment - ไม่น่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ปฏิบัติเช้าชามเย็นชามแบบเดิมๆ
.
มาตรา 84 (8)
ของใหม่ - รัฐต้องส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปสภาเกษตรกร ใช้วางแผน รักษาผลประโยชน์
ของเก่า - ไม่มี
comment - นโยบายแย่งชิงคะแนนเสียงจากกลุ่มเกษตรกรในภาคเหนือและอิสานซึ่งเป็นฐานของทักกี้
.

ชุดที่ 2 จะเป็นมาตราเกี่ยวกับสิทธิทางการเมืองครับ

.
.
.
...to be continued...
.
.
.

Related Links

edit @ 9 Oct 2007 15:59:48 by chubby

.
ต่อจาก Entry ก่อน เช่นเดิม เป็นชุดสุดท้ายของหมวดมาตราที่มีอยู่ล่ะครับ
.

หมวด 11 องค์กรตามรัฐธรรมนูญ

(มาตรา 229 - 258)
.
ส่วนที่ 1 องค์กรอิสระตามรัญธรรมนูญ
.
1.1 คณะกรรมการการเลือกตั้ง
.
มาตรา 229 ในหลวง ทรงแต่งตั้ง กกต. ตามคำแนะนำของวุฒิสภา ประกอบด้วย ประธาน 1 กรรมการ 4
มาตรา 230 คุณสมบัติ กกต. ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ปปช.
.....................หรือ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งอาจนำกลุ่มผู้ชุมนุมไปประท้วงหน้าบ้านใครก็ได้
มาตรา 231 รายละเอียด การคัดเลือกประธานและกรรมการ กกต.
.....................คณะกรรมการคัดเลือก ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา +1 ประธานศาลปกครองสูงสุด +1
.....................ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้าน ทักกี้ไม่มีสิทธิ์เลือก
มาตรา 232 กกต. มีอายุ 7 ปี และดำรงตำแหน่งได้ครั้งเดียว
มาตรา 233 สส. และ สว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 มีสิทธิ์ร้องเรียนว่า กกต. ขาดคุณสมบัติ
มาตรา 234 เมื่อ กกต. หมดอายุพร้อมกันทั้งคณะ ให้เลือกใหม่ ภายใน 90 วัน ตั้งแต่วันพ้นตำแหน่ง
มาตรา 235 กกต. เป็นผู้ดูแลการจัดการเลือกตั้งทุกระดับ ให้ สส. หน้าเดิม โกงเข้าสภาอย่างแนบเนียน
มาตรา 236 อำนาจ หน้าที่ ของ กกต.
มาตรา 237 เพิกถอนสิทธิ์ในการสมัครเลือกตั้ง ของผู้สมัคร ที่ก่อความวุ่นวายหรือทำผิดในการเลือกตั้ง
.....................ถ้าจับได้ว่าหัวหน้าพรรคหรือผู้บริหารพรรค อยู่เบื้องหลังการกระทำดังกล่าว โดนเชือดเรียบ
มาตรา 238 (1) กกต. ต้องตรวจสอบ เมื่อมีผู้ร้องเรียนว่า ดร.แป้ง ขาดคุณสมบัติลงสมัคร สท. เชียงใหม่
มาตรา 238 (2) กกต. ต้องตรวจสอบ เมื่อมีผู้ร้องเรียนว่า ผู้สมัคร สว. ขาดคุณสมบัติ
มาตรา 238 (3) กกต. ต้องตรวจสอบ เมื่อพบหลักฐานการกระทำผิดเก่าของผู้สมัคร
มาตรา 238 (4) กกต. ต้องตรวจสอบ เมื่อพบว่า มีการกระทำผิดในการลงประชามติ
มาตรา 239 คำตัดสินของ กกต. ถือเป็นที่สิ้นสุด แต่ ดร.แป้ง ร้องเรียนศาลปกครอง ให้คุ้มครองชั่วคราว
.....................ได้สิทธิ์กลับมาลงสมัคร สท. เชียงใหม่ แถมได้รับชัยชนะอีกต่างหาก จนเป็นกรณีตัวอย่าง
.....................เรื่องการใช้อำนาจตามสิทธิ์ผู้ร้องเรียน ซึ่งคาบเกี่ยวกัน ระหว่าง 2 องค์กรตามรัฐรรมนูญ
.....................เป็นช่องโหว่ที่ควรได้รับการอุดก่อนถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่าจะเอาอย่างไรก็ให้มันแน่ๆ
มาตรา 240 ดำเนินการตรวจสอบการร้องเรียนใน มาตรา 239 (2) อย่างรวดเร็วส่งต่อศาลฎีกาโดยพลัน
มาตรา 241 ห้ามออกหมายจับ ระหว่างมีการเลือกตั้ง สส. สว. ยกเว้น จะจับได้คาหนังคาเขา
.
1.2 ผู้ตรวจการแผ่นดิน
.
มาตรา 242 ในหลวง ทรงแต่งตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน 3 คน ตามคำแนะนำของวุฒิสภา
มาตรา 243 เงื่อนไขเดียวกับ การสรรหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 206 - 207
มาตรา 244 อำนาจ หน้าที่ ของผู้ตรวจการแผ่นดิน
มาตรา 244 (1) สอบสวนว่า พนักงานคนไหนสูบบิทโป๊บนระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ประกาศผลสอบโอเน็ต
...........................แต่ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะสอบสวนว่าพนักงานคนไหนสูบบิทโป๊ ก็ต่อเมื่อมีผู้ร้องเรียน
มาตรา 244 (2) ดำเนินการเกี่ยวกับจริยธรรมของทักกี้
มาตรา 244 (3) ติดตาม ประเมินผล เสนอแนะ อุดช่องโหว่ในรัฐธรรมนูญ ซึ่งพวกหัวหมอพยายามเจาะ
มาตรา 244 (4) รายงานผลต่อสภาทุกปี และประกาศลงราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 245 เสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง ให้แก้ไขเหตุการณ์ตัวอย่างในมาตรา 239
.
1.3 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
.
มาตรา 246 ในหลวง ทรงแต่ตั้ง ปปช. ตามคำแนะนำของวุฒิสภา ประกอบด้วย ประธาน 1 กรรมการ 8
มาตรา 247 ปปช. มีอายุ 9 ปี และดำรงตำแหน่งได้ครั้งเดียว
มาตรา 248 สส. จำนวน 1 ใน 4 หรือประชาชน 20,000 คน มีสิทธิ์ลงชื่อ ถอดถอน ปปช. ที่ไม่น่าไว้ใจ
มาตรา 249 สส. หรือ สว. จำนวน 1 ใน 5 มีสิทธิ์ลงชื่อร้องเรียนให้ตรวจสอบ ปปช. ที่ไม่น่าไว้ใจ
มาตรา 250 อำนาจ หน้าที่ ของ ปปช.
มาตรา 251 ปปช. เป็นหน่วยงานอิสระ ขึ้นตรงต่อประธาน ปปช.
.
1.4 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
.
มาตรา 252 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 คน กรรมการ 6 คน
มาตรา 253 อำนาจ หน้าที่ ของ คตง.
มาตรา 254 คตง. เป็นหน่วยงานอิสระ ขึ้นตรงต่อประธาน คตง.
.
ส่วนที่ 2 องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ
.
2.1 องค์กรอัยการ
.
มาตรา 255 รายละเอียด หน้าที่ พนักงานอัยการ
.
2.2 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
.
มาตรา 256 ในหลวง ทรงแต่งตั้ง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามคำแนะนำของวุฒิสภา
มาตรา 257 รายละเอียด หน้าที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
.
2.3 สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
.
มาตรา 258 สำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นหน่วยงานอิสระ
.....................มีหน้าที่ให้คำปรึกษารัฐบาลตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
.
หมวด 12 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
(มาตรา 259 - 278)
.
ส่วนที่ 1 การตรวจสอบทรัพย์สิน
.
มาตรา 259 สส. และ สว. ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินของตนเอง และลูกเมียที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต่อ ปปช.
มาตรา 260 รายละเอียด ระยะเวลาในการยื่นบัญชีทรัพย์สิน
มาตรา 261 รายละเอียด บัญชีทรัพย์สิน
มาตรา 262 เมื่อออกจากตำแหน่งหรือตาย ถ้า ปปช ตรวจพบทรัพย์สินผิดปรกติ ก็ยึดเข้าหลวงได้เลย
มาตรา 263 จงใจไม่ยื่น หรือยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินปลอม ถ้าจับได้ เพิกถอนสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี
มาตรา 264 ปปช. เปิดเผยข้อมูลบางอย่างได้ ถ้าหากเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
.
ส่วนที่ 2 การกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์
.
มาตรา 265 (1) สส. และ สว. ต้องไม่นั่งควบหลายเก้าอี้ โดยเฉพาะเก้าอี้ในหน่วยงานของรัฐ
มาตรา 265 (2) สส. และ สว. ต้องไม่รับสัมปทานของรัฐ ไม่ว่ารับโดยตรง โดยคนขับรถ โดยคนสวน
มาตรา 265 (3) สส. และ สว. ต้องไม่รับเงินหรือของใต้โต๊ะ
มาตรา 265 (4) สส. และ สว. ต้องไม่เป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในบริษัทสื่อ
มาตรา 266 สส. และ สว. ต้องไม่ขอให้เลี้ยงดูปูเสื่อ โยกย้าย ถอดถอนข้าราชการ อย่างไม่มีเหตุผล
มาตรา 267 นายกฯ และ รมต. ก็ไม่เว้น
มาตรา 268 นายกฯ และ รมต. จะโยกย้าย ถอดถอนข้าราชการตามอำเภอใจไม่ได้
มาตรา 269 นายกฯ และ รมต. รวมทั้งลูกเมียที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ห้ามถือหุ้นใดๆ โดยไม่แจ้ง ปปช.
.
ส่วนที่ 3 การถอดถอนจากตำแหน่ง
.
มาตรา 270 วุฒิสภา ถอดถอนทักกี้ได้ ถ้าพว่าทักกี้กระทำความผิด กระทำการทุจริต ร่ำรวยผิดปรกติ
มาตรา 271 สส. จำนวน 1 ใน 4 ยื่นเรื่องถอดถอนทักกี้ได้
มาตรา 272 ประธานวุฒิสภา ส่งเรื่องถอดถอนทักกี้ให้ ปปช.
มาตรา 273 เมื่อ ปปช. ตรวจสอบเรื่องถอดถอนทักกี้เสร็จ ให้ประธานวุฒิสภา เรียกประชุม สว. ด่วน
มาตรา 274 สว. จำนวน 3 ใน 5 ลงคะแนนลับ ถอดถอนทักกี้สำเร็จ พร้อมตัดสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี
.
ส่วนที่ 4 การดำเนินคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
.
มาตรา 275 ศาลฏีกา แผนกคดีอาญานักการเมือง มีอำนาจตัดสินทักกี้ ที่ถูกกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปรกติ
มาตรา 276 ถ้าคดีไม่คืบหน้า ให้ที่ประชุมศาลฎีกา แต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระไล่เช็คบิล ทักกี้ ตามกฎหมาย
มาตรา 277 ทักกี้ ไม่สามารถใช้สิทธิพิเศษของนักการเมือง ตามมาตรา 131 คุ้มหัวในกรณีอย่างนี้ได้
มาตรา 278 การพิพากษาทักกี้นั้น ให้กระทำโดยเปิดเผย ออกทีวีทุกช่อง เขียนคำวินิจฉัยส่วนบุคลด้วย
.
หมวด 13 จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
และเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(มาตรา 279 - 280)
.
มาตรา 279 จะรวยหรือจน มันก็โกงได้เหมือนๆ กัน
มาตรา 280 คนมันจะโกง เอาพระมาเทศน์ก็เท่านั้น
.
หมวด 14 การปกครองส่วนท้องถิ่น
(มาตรา 281 - 290)
.
มาตรา 281 รัฐ ต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีอำนาจดูแลปกครองตัวเอง
มาตรา 282 รัฐ เป็นพี่เลี้ยงเท่าที่จำเป็น
มาตรา 283 อปท. มีอำนาจจัดเก็บรายได้ในท้องถิ่น เพื่อมาทำให้น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี
มาตรา 284 รายละเอียด สภาท้องถิ่น คณะผู้บริหารท้องถิ่น ต้องไม่ฮั้วกัน ตีกัน ตามมาตรา 265 - 268
มาตรา 285 อปท. กินกันมูมมาม ชาวบ้านมีสิทธิ์ยื่นถอดถอนให้พ้นออกจากตำแหน่งได้
มาตรา 286 ชาวบ้านที่มีสิทธิ์เลือก อปท. ก็มีสิทธิ์ยื่นเสนอข้อบัญญัติเพื่อใช้ในท้องถิ่นได้
มาตรา 287 อปท. ต้องเปิดช่องให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม และทำรายการค่าใช้จ่ายประจำปีให้ชาวบ้านดูด้วย
มาตรา 288 อปท. แต่งตั้งและถอดถอน ข้าราชการและลูกจ้าง อปท. ได้ตามสมควร ภายใต้กฎหมายที่มี
มาตรา 289 อปท. อย่าบ้าเห่อแต่ของใหม่ๆ ตามคนกรุงเทพ จนเผลอไปทุบทำลายทิ้งของเก่าๆ ที่ดีงาม
มาตรา 290 อปท. มีหน้าที่เป็นหูเป็นตา รักษาสิ่งแวดล้อมด้วย
.
หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
(มาตรา 291)
.
มาตรา 291 รายละเอียด เงื่อนไขการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีดังนี้ บลาๆๆ
.
บทเฉพาะกาล
(มาตรา 292 - 309)
.
มาตรา 292 ป๋าเปรมและคณะองคมนตรี ยังอยู่เหมือนเดิม
มาตรา 293 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่เป็นรัฐสภาแทนชั่วคราว จนกว่าจะมีการเลือกตั้ง
มาตรา 294 ห้ามคนที่ร่างรัฐธรรมนูญ ลงสมัคร สส. หรือ สว. ในช่วง 2 ปี หลังจากร่างเสร็จแล้ว
มาตรา 295 สภานิติบัญญัติแห่งชาติ รีบพิจารณา ร่าง พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ให้เสร็จเร็วๆ
มาตรา 296 เมื่อเสร็จแล้ว ให้จัดการเลือกตั้งภายใน 90 วัน
....................ผู้ที่มีสิทธิ์สมัครเลือกตั้ง ต้องอยู่สังกัดพรรคการเมือง 1 พรรค ไม่น้อยกว่า 30 วัน
....................แต่ถ้าอยากคว่ำรัฐธรรมนูญ '50 กันนัก ก็เจอล็อค 90 วันของรัฐธรรมนูญ '40 ซะ
มาตรา 297 เฉพาะการเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้ สว. จะมีอายุแค่ 3 ปี
.....................จึงยกเว้นเงื่อนไขที่ห้ามดำรงตำแหน่งเกิน 1 วาระ
.....................ถ้าได้เป็น สว. อีก คราวนี้ให้ยึดตามกฎกติกาเดิม
มาตรา 298 เมื่อได้ ครม. ใหม่ ขิงแก่ กับ คมช. ก็หมดอายุ และห้ามตามเช็คบิล
มาตรา 299 ผู้ตรวจการแผ่นดิน กกต. ปปช. สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมฯ ยังอยู่เหมือนเดิม
มาตรา 300 คณะตุลาการ ยังอยู่เหมือนเดิม ค่อยเลือกใหม่ภายใน 150 วัน หลังเสร็จการเลือกตั้ง
.....................คดีเก่าที่ตกค้าง ให้โอนไปศาลรัฐธรรมนูญใหม่ และออก พรบ. ให้เสร็จภายใน 1 ปี
มาตรา 301 สรรหาคณะผู้ตรวจเงินแผ่นดินชุดใหม่ ภายใน 120 วัน หลังจากเสร็จการเลือกตั้ง
มาตรา 302 เงื่อนไข การบังคับใช้ พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญ เลือกหัวเสร็จเมื่อไร ค่อยเลือกหาง
มาตรา 303 ครม. ใหม่ รีบออกกฎหมายให้ประชาชนมีอำนาจ ตามที่ พรบ. ได้เขียนสัญญาเอาไว้
มาตรา 304 จัดหาที่วางหนังสือธรรมะในรัฐสภา โดยหวังว่า สส. อ่านแล้วจะทำตัวเป็นคนดีขึ้นบ้าง
มาตรา 305 อย่าพึ่งใช้บางมาตรา จนกว่าจะจัดตั้งคณะทำงานให้แล้วเสร็จก่อน เช่น คลื่นความถี่
มาตรา 306 รายละเอียด การเลื่อนขั้นของผู้พิพากษา
มาตรา 307 ตุลาการศาล ยังอยู่เหมือนเดิม ยกเว้น ผู้ทรงคุณวุฒิที่อายุครบ 60 ปี
มาตรา 308 ครม.