Review-ChiangMai


.
คำเตือน : โปรดระวังการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
.
ระหว่างวันที่ 4 - 6 กรกฎาคม 2552 ที่ผ่านมา มีการจัดพิธี สู่เข้าเอาขวัน (ตามสำเนียงล้านนา)
หรือสู่ข้าวเอาขวัญ (ตามสำเนียงภาคกลาง) แก่ลูกแหมีแพนด้าที่พึ่งเกิด ณ สวนสัตว์เชียงใหม่
พิธีกรรมสู่ข้าวเอาขวัญ เป็นพิธีกรรมที่นิยมมาตั้งแต่ครั้งโบราณ มีเครื่องพิธี 4 องค์ประกอบคือ
.
1) ขันตั้ง เป็นเครื่องบูชาครู มีดอกไม้ ธูปเทียน หมากพลู ผ้าขาวผ้าแดง ข้าวเปลือก ข้าวสาร
ค่าครู 32 บาท และน้ำส้มป่อย
2) บายศรี เป็นเครื่องเชิญขวัญ เป็นงานใบตองที่สวยงาม บรรจุข้าว ไข่ กล้วย อาหาร ผลไม้
หมากพลู ด้ายผูกข้อมือ และน้ำส้มป่อย
3) พิธีกรรม ผู้เข้าพิธีจะนั่งอยู่หน้าบายศรี เยื้องกับหมอขวัญ จากนั้นหมอขวัญจะทำพิธีไหว้ครู
อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาปกป้อง ปัดเป่าเคราะห์ร้าย เรียกขวัญ และผูกด้ายมงคลไม่ให้ขวัญหนี
4) หมอขวัญ เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เสียงดี เพื่อสามารถเอื้อนทำนองเสนาะ "อื่อกะโลง"
สะกดผู้เข้าร่วมพิธีให้รู้สึกถึงความน่าเกรงขามจบด้วยการขับกล่อมผู้เข้าร่วมให้ตกอยู่ในภวังค์
.
สังคมส่วนใหญ่ มักจะคุ้นเคยกับพิธีบายศรีสู่ขวัญคน และคิดว่าเป็นพิธีกรรมของมนุษย์เท่านั้น
จึงเป็นเรื่องปกติ ที่หลายคน พอได้ยินข่าวบายศรีสู่ขวัญแพนด้าก็เกิดอาการคันปากยิบๆ ทันที
แต่ การเรียกขวัญสัตว์ในล้านนานั้นมีมาแต่โบราณแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าสัตว์นั้นมีคุณ
มีความรู้สึกไม่ต่างจากคน จึงมีพิธีเรียกขวัญ เพื่อปลุกปลอบสัตว์เลี้ยงแห่งตน เช่น ช้าง ม้า วัว
สำหรับสัตว์ซึ่งสามารถทำให้องค์กรหนึ่งมีกำไรนับร้อยล้าน เหตุผลคัดค้านคงเหลือแค่หมั่นไส้
ผสมรวมกับความไม่รู้เรื่องพิธีกรรมแต่โบราณ เพราะชีวิตคนเมืองยากที่จะได้สัมผัสงานเหล่านี้
.
แม้พิธีการเอาข้าวสู่ขวัญสัตว์จะมีแต่โบราณ แต่เพื่อความไม่ประมาท ไม่ให้เกิดความผิดพลาด
ซ้ำรอยพิธีแต่งงาน ช่วงช่วง-หลินฮุ่ย ซึ่งเคยจัดในอดีต จนผู้เฒ่าผู้แก่วิจารณ์กันขรมในทางลบ
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่จึงตัดสินใจปรึกษากับศาสตร์จารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์
ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ผู้มีความรอบรู้เรื่องล้านนาคดีศิลปวัฒนธรรมล้านนาอย่างมาก
คอยให้คำแนะนำในการจัดพิธีสู่ข้าวเอาขวัญสัตว์เพื่อมั่นใจว่างานนี้ถูกต้องตามประเพณีดั้งเดิม
โดยผู้เฒ่าผู้แก่ในท้องถิ่นต่างมั่นใจที่ "พ่อหลวงมณี" เป็นผู้ให้คำแนะนำในงานพิธีเป็นอย่างยิ่ง
.
.
.

อ้างอิง
ชมรมฮักตั๋วเมือง สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
.
หมายเหตุ
ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.มณี พยอมยงค์ เสียชีวิตอย่างสงบด้วยโรคติดเชื้อในกระแสเลือด
และโรคชราที่โรงพยาบาลมหาราชไปเสียก่อน เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2552 สิริรวมอายุ 79 ปี
ทางคณะกรรมการผู้จัดงาน มอบหมายให้ อ.สนั่น ธรรมธิ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประเพณีล้านนา
สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้คำแนะนำและรับหน้าที่หมอขวัญแทน

.
.
.

เอาล่ะครับ อ่านมาถึงตรงนี้รูปภาพน่าจะโหลดขึ้นมาเสร็จหมดแล้ว กลับเข้าสู่เนื้อหาหลักดีกว่า
.
.
.

ทอดน่องท่อง Snow Dome ที่สวนสัตว์เชียงใหม่
.
Chiang Mai Zoo Snow Dome เป็นโครงการในยุคเดียวกันกับ Chiang Mai Zoo Aquarium
เริ่มการก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 (ในตอนนั้นลูกหมีแพนด้ายังเป็นวุ้นอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้สิครับ)
เนื่องจากปีแรก ช่วงช่วง-หลินฮุ่ยก็สามารถทำเงินทำทองเข้าสวนสัตว์ได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ
ดังนั้นก็น่าจะมีโครงการอะไรสักอย่างให้สมศักดิ์ศรีตัวเงินตัวทอง (ที่ไม่ใช่วารานัส) สักหน่อย
ตัวโครงการก็ต้องมีจุดดึงดูดใจ ให้สามารถหาเลี้ยงตัวเองได้โดยไม่ต้องพึ่งแพนด้าอย่างเดียว
ผลออกมาเป็น โดมหิมะ ที่ทำให้คนเหนือไม่ต้องถ่อลงไปเที่ยวเมืองหิมะไกลถึงดรีมเวิร์ลครับ
.
ค่าใช้จ่ายตั้งแต่ท่านเหยียบเข้าไปในเขตสวนสัตว์
.
1. ค่าธรรมเนียมบัตรผ่านประตู
ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท อันนี้ต้องจ่ายแน่นอนเป็นประเดิมอยู่แล้วครับ (ยกเว้นผู้สูงอายุ)
2. ค่าธรรมเนียมจอดรถ
รถยนต์ 50 บาท จักรยานยนต์ 10 บาท จักรยาน 1 บาท (ถ้าที่นี่มีทางจักรยานดีๆ ก็น่าสนใจ)
ถ้าไม่อยากจ่ายค่าธรรมเนียมจอดรถ เราก็มีทางเลือกอื่น เช่น รถแดง (ที่อาจโกงค่าโดยสาร)
รถเมล์ขาว (ที่ผมไม่แน่ใจเรื่องเส้นทางกับระยะเวลาในการปล่อยรถ) หรือวานให้คนอื่นมาส่ง
ต่อจากนั้นก็ใช้บริการรถฟรีซึ่งจอดตรงประตูหน้าไปส่งถึงโดมหิมะและบ้านหมีแพนด้าได้ครับ
ส่วนท่านที่ต้องการนั่งรถเที่ยวรอบสวนสัตว์ เขาจะจอดรถให้ท่านที่จุดซื้อบัตรก่อนถึงโดมหิมะ
(ผมไม่แน่ใจว่าเขาย้ายจุดขายบัตรลงมาจากด้านบน หรือกะหลอกขายคนไม่ชำนาญพื้นที่ ?)

.
.
3. ค่าธรรมเนียมโดมหิมะ
ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 100 บาท จำกัดวันละ 12 รอบๆ ละ 50 คน ประกอบด้วยรอบเวลา ดังนี้
09.45, 10.25, 11.05, 11.45, 12.25, 13.05, 13.45, 14.25, 15.05, 16.45, 17.05, 17.45
.
.
จุดขายบัตรเข้าขมด้านซ้ายมือมีสองช่อง ช่องหนึ่งสำหรับหมีแพนด้า ช่องหนึ่งสำหรับโดมหิมะ
บัตรเข้าชมหมีแพนด้า เมื่อซื้อแล้ว สามารถเข้าไปดูหมีแพนด้าได้เลยครับ ดูนานแค่ไหนก็ได้
บัตรเข้าชมโดมหิมะ เมื่อซื้อแล้ว ดูเวลาให้ดีก่อน ต้องรอให้ถึงรอบของตนเอง จึงจะเข้าไปได้
บัตรเข้าชมสองอย่างนี้ขายแยกกัน ดังนั้น จะดูหมีอย่างเดียว หรือเข้าโดมหิมะอย่างเดียวก็ได้
.
.
หมีแพนด้า ชิดขวาผ่านตลอดเลยครับ ส่วนโดมหิมะ พอใกล้ถึงเวลาให้มาเข้าแถวรอด้านซ้าย
เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบว่า ไม่อนุญาตให้นำกล้องถ่ายรูปเข้าไป เพราะอาจจะเกิดเสียหายได้
ถ้าท่านมั่นใจว่ากล้องของท่านทนอุณหภูมิติดลบได้ จะลองแอบลักลอบนำเข้าไปก็ได้นะครับ
แต่ถ้าเกิดมันเจ๊งขึ้นมา ก็ให้รับผิดชอบเอง ทางสวนสัตว์ถือว่าแจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้วนะเออ
ช่วงว่างระหว่างรอให้ถึงรอบของผม (ซื้อสิบโมงได้รอบ 11.05 น.) ก็เดินถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆ
จะไปยืนรอก่อนก็เข้าไม่ได้อยู่ดี จะอยู่หัวแถวยังไงก็โดนกักให้เข้าตู้แช่แข็งพร้อมกันอีกอยู่ดี

.
.
รถส่งน้ำแข็ง เอามาส่งร้านค้าที่อยู่ในตึกนี้ หรือแอบเอามาทำหิมะในโดมแก้ขัดก็ไม่รู้สิครับ :P
.
.
ทางเดินระหว่างจุดขายบัตรกับประตูทางเข้า กำลังก่อสร้าง ช่วงนี้เดินอ้อมไปพลางๆ ก่อนครับ
.
.
ภายในร้านขายของที่ระลึก อยู่ติดกับจุดขายบัตรเข้าชมเลยครับ กะว่าไม่ให้คลาดสายตาแน่ๆ
.
พอใกล้ถึงเวลาเข้าโดมหิมะของแต่ละรอบ คนที่ซื้อบัตรแล้วจะไปออกันอยู่หน้าประตูเป็นแถว
(ย้ำอีกรอบ ท่านใดที่กะมาดูแต่หมีแพนด้า ให้เดินชิดขวาเข้าไปเลยครับ ไม่ต้องต่อคิวกับเขา)
เจ้าหน้าที่คนหนึ่งตรวจบัตร เจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งรอถือฟ็อกเกอร์สำหรับพ่นยาฆ่าเชื้อใส่มือเรา
จากนั้นเดินไปทางซ้ายมือ จะเป็นตู้ล็อคเกอร์เก็บของและจุดแจกเสื้อกันหนาว รองเท้า หมวก
อุปกรณ์เหล่านี้รวมอยู่ในค่าบัตรเข้าชมโดมหิมะเรียบร้อยแล้ว ก็กลับมานั่งแต่งตัวให้เรียบร้อย
เจ้าหน้าที่จะพาไปที่ห้องกักอากาศพร้อมกันทั้งหมด เพื่อชี้แจงรายละเอียดการเข้าชมโดมหิมะ

.
เหตุผลในการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมที่ 50 คนต่อรอบ
.
- ตู้ล็อคเกอร์ มีจำนวนจำกัด บริเวณแต่งตัว นั่งรอ จุคนได้แค่นั้น
- ห้องกักอากาศที่ใช้ฟังคำชี้แจงก่อนเข้าโดมหิมะ จุคนได้แค่นั้น
- โดมหิมะมีขนาดเล็ก หากเกิน 50 คนละก็ จะแออัดมากเกินไป

.
ผมเล็งรอบเช้าๆ เลือกวันที่ฟ้าครึ้มๆ ฝนปรอยๆ ปรากฏว่า รอบนั้นยังมีคนเข้าไปสามสิบกว่าคน
หลังสัมผัสระบบการจัดการทั้งหมดแล้ว ตัวเลข 50 คน ถือว่าเป็นลิมิตที่เหมาะสมดีแล้วล่ะครับ
แต่ละวันจะรองรับผู้เข้าชมสูงสุด 600 คน เพียงมีผู้ใช้บริการ 360 คน หรือ 60% ของค่าสูงสุด
ก็ครอบคลุมค่าไฟฟ้า 1.4 ล้านบาทต่อเดือนไปจนถึงค่าดำเนินการพื้นฐานบางส่วนแล้วล่ะครับ
.
.
เนื่องจากไม่ได้นำกล้องถ่ายรูปเข้าไปจึงนำภาพในโดมหิมะจากหนังสือพิมพ์มาลงแทนนะครับ
อยากจะบอกว่าภาพที่ท่านเห็น คือเกือบทั้งหมดของโดมหิมะแล้ว (ขาดด้านข้างไปไม่กี่เมตร)
ตำแหน่งของตากล้องที่ถ่ายภาพนี้ คือแนวระเบียงด้านบนซึ่งตกแต่งเลียนแบบกำแพงเมืองจีน
ซึ่งคงเป็นพื้นที่สำหรับผู้เข้าชมในเวลาที่ปล่อยหมีแพนด้าเข้ามาในโดมหิมะ ที่ผมมีข้อสงสัยว่า
ถ้ารอบไหนปล่อยหมีแพนด้าเข้ามา แสดงว่าผู้เข้าชมรอบนั้นจะไม่ได้ลงไปอยู่ที่ลานข้างล่าง ?
หรือจะแยกรอบที่ปล่อยหมีแพนด้าออกมาจากรอบเวลาปรกติ ? ค่าเข้าชมจะแพงขึ้นหรือไม่ ?

.
ด้านหลังซุ้มประตูจะเป็นทางลาดสำหรับเล่นสไลเดอร์ และเนื่องจากโดมหิมะที่นี่ค่อนข้างแคบ
ต่างจากเมืองหิมะที่ดรีมเวิร์ล ซึ่งมีพื้นที่กว้างกว่า จึงต้องปล่อยให้คนเล่นเลื่อนลงมาได้ทีละคน
จะมีเจ้าหน้าที่อยู่ด้านบน 1 คน คอยดูแลการปล่อยสไลเดอร์ ให้ทยอยลงมาอย่างเป็นระเบียบ
ด้านล่างจะมีเจ้าหน้าที่อีก 2 คน คอยดูแลการรับสไลเดอร์ที่ไหลลงมาจากด้านบนให้ปลอดภัย
สไลเดอร์ในโดมหิมะที่สวนสัตว์เชียงใหม่ แม้มีขนาดเล็กมาก แต่ก็ได้อารมณ์ที่ต่างไปอีกแบบ
ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจความรู้สึกของลูกกอล์ฟในสนาม Ice Spa ในเกม Pangya แล้วล่ะครับ :D

.
.
อีกเหตุผลหนึ่งที่คาดว่าไม่อนุญาตให้นำกล้องถ่ายรูปเข้าไป เพราะจะได้ขายรูปถ่ายไงล่ะครับ
ภายในโดมจะมีเจ้าหน้าที่ชุดสีน้ำเงินคอยถ่ายรูปอยู่ 1 คน อยากถ่ายรูปเมื่อไรบอกเขาได้เลย
ถ่ายได้เรื่อยๆ ไม่อั้น โพสท่าแย้ขนาดไหนก็ถ่ายให้ครับ แล้วค่อยออกไปเลือกรูปหลังจบรอบ
จ่ายเงินเฉพาะรูปที่ท่านสั่งให้พิมพ์ (รูปละ 100 บาท) โดยเลือกดูจากหน้าจอและรอรับได้เลย
.
.
.

ข้อควรปรับปรุง
.
- บัตรเข้าโดมหิมะ
ไม่มีรอบปรุ เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วต้องฉีกด้วยมือจนเละ ผู้ที่เก็บสะสมหางบัตรคงไม่ชอบใจเท่าไร
มองในแง่ดี หากช่วงโลว์ซีซั่นผสมโรงด้วยไข้หวัดหมูยังคงมีนักท่องเที่ยวใช้บริการมากแบบนี้
หวังว่า บัตรล็อตต่อไป (หลังล็อตนี้ถูกใช้จนหมดแล้ว) จะปรับปรุงให้ดูดีกว่านี้อีกสักนิดนะครับ
- จุดขายบัตรรถบริการชมสวนสัตว์
จุดขายบัตรบริเวณฝั่งตรงข้ามนกกระจอกเทศ ไม่มีสัญลักษณ์หรือป้ายบอกชัดเจนเท่าไรครับ
นักท่องเที่ยวต่างถิ่น (ที่ต้องการมาชมโดมหิมะอย่างเดียว) อาจเข้าใจผิด คิดว่ายังอยู่อีกไกล
เลยลงไปซื้อบัตรรถบริการ ก่อนจะพบว่าโดมหิมะตั้งอยู่ถัดไปข้างหน้าไม่เกิน 100 เมตรนี่เอง
- การถ่ายรูปในโดมหิมะ
ระบบการจัดคิวเพื่อเลือกและปรินต์รูปยังไม่เป็นระเบียบมากนัก เจอแซงคิวกันหน้าตาเฉยเลย
ราคาปรินต์รูปละ 100 บาท ใครอยากได้เยอะก็จ่ายอ่วม และยังไม่ได้ไฟล์กลับมาอีกต่างหาก
น่าจะมีแพคเกจให้เลือก เช่น รูปอย่างเดียว ไม่เอาไฟล์ ก็ทำแบบเดิม แต่ลดราคาลงมาหน่อย
เอาทั้งรูปกับไฟล์ ก็กำหนดจำนวนปรินต์รูปขั้นต่ำกับเพิ่มราคาค่าเผาแผ่น mini-cd อีกนิดก็ได้
ทำแพคเกจใส่รูปให้ดูมิดชิดหน่อย เพราะสวนสัตว์ที่อยู่เชิงดอย มักพบสภาพอากาศแปรปรวน
ส่วนเรื่องการส่งไฟล์รูประหว่างจบแต่ละรอบ ให้เจ้าหน้าที่หาทางจัดระเบียบเองแล้วกันนะครับ
- บริเวณต่อเนื่องจากตู้ล็อคเกอร์
น่าจะมีกระจกใหญ่ๆ สักบานนะครับสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไปคนเดียวไม่มีคนช่วยดูการแต่งตัว

.
.
.

ของแถมท้ายเอนทรี
.
.
"เบื่อหมีแพนด้าแล้ว ดูหมีอื่นแทนดีกว่า"
.

.
20 ปีที่เมืองเชียงใหม่เปลี่ยนแปลงจนคนรุ่นเก่าไม่สามารถอาศัยอยู่ในเขตคูเมืองได้อีกต่อไป
จากการจราจรที่แออัด เสียงดัง หนวกหู จากงานเทศกาลที่ถูกบังคับให้ขังตัวเองอยู่แต่ในบ้าน
เพื่อภาพลักษณ์ เพื่อนักท่องเที่ยว เพื่อโน่นนั่นนี่ทุกอย่าง ยกเว้น เพื่อการมีชีวิตอยู่ของตัวเอง
ห้ามเจ็บ ห้ามตาย ห้ามมีธุระในช่วงนี้ โดนสาดน้ำก็ห้ามว่าห้ามบ่น วัฒนธรรมส้นตึกอะไรก็ไม่รู้
จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคนเชียงใหม่แท้ๆ ในเขตเมืองชั้นในถึงไม่เพิ่มขึ้นแถมลดลงไปเรื่อย
ก็เป็นผลกระทบจากวัฒนธรรมขายนักท่องเที่ยว ที่เข้ามาระรานวัฒนธรรมการใช้ชีวิตนี่ล่ะครับ
.
ญาติผู้ใหญ่รอบคูเมืองที่เคยตระเวนรดน้ำดำหัวมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ขายบ้านทิ้งหนีไปอยู่รอบนอก
ถ้าน้ำมันยังราคาลิตรละ 8 บาทผมคงบ่นเรื่องการขับรถวนตั้งแต่แม่โจ้ยันหางดงน้อยลงหน่อย
แถมเมื่อ 2-3 ปีก่อน เจอกับงานที่อ้างสิทธิเสรีภาพทางเพศ พาเหรดกันเข้ามาแถวไนท์บาซาร์
คนเชียงใหม่อายุ 60 up ที่ยังติดตามข่าวสารบ้านเมืองเป็นประจำถึงกับช็อคไปทั้งบางเลยครับ
แต่ สิทธิเสรีภาพคงอุดหูคนจัดงานจนไม่ได้ยินอะไรมั้ง เดี๋ยวคนที่ไม่เห็นด้วยก็แก่ตายหมดละ
ดังนั้น อย่าแปลกใจว่า ตอนเกิดปัญหา จึงไม่มีคนเชียงใหม่แท้ๆ ออกมาช่วยมากเท่ากรณีอื่นๆ
.
ฟู่...บ่นด่าว่าอย่างเดียวเดี๋ยวก็เหมือนบล็อกอื่น ดังนั้น เรามาต่อด้วยการรับมือ/แก้ไข/บรรเทา
หาทางออกเพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตามอัตภาพกับบริบทงานเทศกาลสงกรานต์ปีนี้กันครับ
.
ที่จอดรถงานเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่
.
ด้อมๆ มองๆ ถนนรอบคูเมืองเชียงใหม่
.
ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน พ.ศ. 2552 ศูนย์การจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ชี้แจ้งว่า
จะปิดถนนรอบคูเมืองเชียงใหม่ทั้ง 4 ด้าน+ถนนห้วยแก้วบางส่วน ตั้งแต่เวลา 12.00-18.00 น.
เพื่อให้เป็นไปตามโครงการ "แอ่วปี๋ใหม่ม่วนใจ๋ ปลอดภัยทุกเส้นทาง" ที่เบื้องบนกำหนดลงมา
ให้นักท่องเที่ยวขึ้นรถตามจุดต่างๆ 15 จุดรอบเมืองเข้ามาเหมือนตอนงานพืชสวนโลกปี 2549
ประกอบด้วยรถแดง 2,475 คัน เมล์ขาว 13 คัน แท็กซี่ 200 คันและสามล้อเครื่อง 1,000 คัน
ทั้งนี้ ทางเทศบาลคาดหวังอย่างสุดซึ้งว่ารถแดงจะกรุณาเก็บค่าโดยสารคนละไม่เกิน 10 บาท
.
Negative Thinking
ตอนงานพืชสวนโลก 2549 ยังมีรถฟรีร่วมบริการ แต่ งานสงกรานต์ 2552 ไม่มีรถฟรีนะคร้าบ
และ สมมุติว่า ต่อให้รถเมล์ขาววิ่งรับส่งฟรีก็ยังสงสัยว่าด้วยจำนวน 13 คัน จะเพียงพอหรือไม่
อ่านข่าวจบก็มองเห็นภาพรถแดงลูบปากแผล่บๆ เตรียมฟันนักท่องเที่ยวหัวแบะขึ้นมาเลยครับ
ส่วนชาวเชียงใหม่คงจะรู้ซึ้งอยู่แล้วว่าคุณภาพการ "วิ่งประจำทาง" ของรถแดงสุดยอดแค่ไหน
.
Positive Thinking
ก็เปลี่ยนแผนการเล่นน้ำครับ ขึ้นรถเข้าคูเมือง แล้วสาดดดดดดดดดน้ำให้เสร็จก่อนเวลาเที่ยง
หรือไม่ก็เล่นให้หายอยากไปเลยตั้งแต่วันเสาร์-อาทิตย์ที่ 11-12 แล้ววันที่เหลือก็นอนอยู่บ้าน
หรือไม่ก็หาที่จอดรถที่ใกล้คูเมืองที่สุด ซึ่งก็พอมีอยู่ครับ แต่คงต้องตบตีแย่งชิงกันพอสมควร
แต่สำหรับครอบครัวหรือกลุ่มที่มีเด็กมาเล่นน้ำเยอะ ก็คงจำเป็นต้องเหมารถแดงเข้ามาล่ะครับ
.
Need More Info.
- ไหนๆ ก็มัดมือชกให้ใช้บริการ จึงอยากทราบว่ามีมาตรการป้องกันรถแดงโก่งราคาหรือไม่ ?
- รถแดงได้อภิสิทธิ์วิ่งในถนนพื้นที่คูเมืองชั้นในหรือไม่ มีรายละเอียดเส้นทางเดินรถหรือไม่ ?
- จะมีเครื่องหมายหรือป้ายที่บอกว่า รถแดงคันนั้นคันนี้มาจากที่จอดรถในจุดนั้นจุดนี้หรือไม่ ?
- จะมีอะไรทำให้มั่นใจว่า ตอนค่ำๆ จะมีรถแดงพากลับที่จอดรถไกลโพ้น โดยไม่ปล่อยเกาะ ?

.
.
.

ด้อมๆ มองๆ ชาวบ้านรอบคูเมืองเชียงใหม่
.
ถึงแม้คนเชียงใหม่แท้ๆ ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตคูเมืองเชียงใหม่จะมีแนวโน้มลดลงไปเรื่อยๆ ก็ตาม
แต่คงต้องใช้เวลาอีก 2 ทศวรรษ กว่าเขตคูเมืองเชียงใหม่จะหมดสภาพการเป็นพื้นที่อยู่อาศัย
น่าสงสารชาวบ้าน ต้องทนถูกละเมิดชีวิตความเป็นอยู่ เพราะเงินจากการท่องเที่ยวเสียงดังกว่า
พื้นที่เขตคูเมืองกว่า 1 ใน 3 กลายสภาพเป็นเมืองตุ๊กตา ซึ่งถูกปรุงแต่งจนประดักประเดิกสิ้นดี
ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีก 2 ใน 3 ก็ไม่รู้จะยืดหยัดรักษาความเป็นตัวของตัวเองไปได้อีกนานเท่าไร
อย่าซื้อ-ขายเพลินจนลืมสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสองข้างทางถนนคนเดินนะครับ
.
Negative Thinking
แม้เจ้าหน้าที่จะอนุญาตให้ประชาชนผู้อยู่อาศัยในคูเมือง ขับรถเข้าออกได้ทางประตูช้างเผือก
ซึ่งดูแล้วเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ใช่ว่าทุกคนในเมืองจะมีธุระปะปังอยู่ทางนั้นทางเดียวนี่ครับ
หรือจะห้ามเจ็บ ห้ามป่วยตาย ห้ามมีธุระปะปังด่วนวิ่งเข้ามาในช่วงเวลานั้น ใครจะไปกำหนดได้
ถ้าคนในคูเมืองจะทำธุระปะปังอยู่ในคูเมือง พวกเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่โดนสาดน้ำสั่วๆ หรือครับ
.
Positive Thinking
ถึงถนนรอบคูเมืองเชียงใหม่จะไม่อนุญาติให้รถยนต์เข้ามา ในช่วงวันและเวลาที่ได้ประกาศไว้
แต่รถจักยานและรถจักรยานสามล้อถีบ สามารถเข้ามาได้ครับ ! จุดนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก
เพราะผมอยากจะลองถีบจักรยานรอบคูเมืองเชียงใหม่มานานแล้วถือเป็นโอกาสเหมาะทีเดียว
และการลองนั่งรถจักรยานสามล้อถีบเล่นน้ำสงกรานต์รอบคูเมืองเป็นอะไรที่ดูน่าสนใจเช่นกัน
.
Need More Info.
- เจ้าหน้าที่จะควบคุมดูแลไม่ให้มีอุปสรรคกีดขวางการใช้ทางรถจักรยานที่มีอยู่แล้วอย่างไร ?
- เจ้าหน้าที่จะควบคุมไม่ให้รถแดงวิ่งเพ่นพ่านเละเทะจนไม่ต่างจากการเปิดถนนปกติหรือไม่ ?
- มีการประสานงานผู้ประกอบการรถจักรยานสามล้อถีบ (ส่วนใหญ่จะอายุมาก) แล้วหรือไม่ ?
- นักท่องเที่ยวที่ต้องการนั่งรถสามล้อถีบเล่นน้ำสงกรานต์ในคูเมืองจะใช้บริการได้ที่จุดไหน ?

.
.
.

ด้อมๆ มองๆ ที่จอดรถรอบเมืองเชียงใหม่
.
ศูนย์การจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ชี้แจงว่าได้เตรียมสถานที่จอดรถไว้ทั้งหมด 15 จุด
คล้ายกับงานพืชสวนโลก เมื่อปี พ.ศ. 2549 นั่นล่ะครับ ผมลองแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้ดังต่อไปนี้
.
ที่จอดรถงานเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่
.
กลุ่ม 1 ที่จอดรถฝั่งตะวันออก
- คาร์ฟูร์ (แยกศาลเด็ก)
- แม็คโคร (แยกหนองประทีป)
- บิ๊กซี (แยกดอนจั่น)
- สวนสาธารณะสถานีรถไฟเชียงใหม่
.
จุดแข็ง : มีที่จอดรถมาก เส้นทางคมนาคมหลักกว้างขวางกว่าที่จอดอีก 2 กลุ่ม
จุดอ่อน : อยู่ห่างไกลจากสถานที่เล่นน้ำรอบคูเมืองมากกว่าที่จอดรถอีก 2 กลุ่ม
โอกาส : โอกาสได้ที่จอดรถค่อนข้างสูง
อุปสรรค : คิวรถเข้าเมืองมีอยู่จำนวนน้อย
ข้อแนะนำ : จุดจอดรถคาร์ฟูร์กับสวนสาธารณะสถานนีรถไฟเชียงใหม่ เป็นจุดน่าสนใจที่สุด
เนื่องจาก 2 จุดจอดนี้มีคิวรถแดงหรือท่ารถอยู่ใกล้บริเวณนั้น อย่างไรก็พออาศัยเดินทางได้
รองลงไปคือจุดจอดแม็คโคร มีรถขาว (สายสันกำแพง) วิ่งผ่านสี่แยก แต่ที่จอดรถร้อนมาก
สุดท้ายคือจุดจอดบิ๊กซี มีสถานที่จอดสำรองมากมาย แต่จุดอ่อนคือ อยู่ห่างไกลคิวรถที่สุด
.
.

ที่จอดรถงานเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่
.
กลุ่ม 2 ที่จอดรถฝั่งใต้
- โลตัส หางดง
- ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่
- เซ็นทรัลแอร์พอร์ต
- ลานจอดรถข้างแอมเวย์ (ตรงข้ามเซ็นทรัลแอร์พอร์ต)
- ลาดจอดรถข้างวีคลับ (ตรงข้ามนิยมพานิช)
- สตาร์โดมกอล์ฟคลับ (สนามกอล์ฟพิมานทิพย์เดิม)
.
จุดแข็ง : อยู่ใกล้พื้นที่เล่นน้ำรอบคูเมือง
จุดอ่อน : เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่การจราจรติดขัดมากที่สุดในเชียงใหม่ ทั้งวันธรรมดาและวันหยุด
โอกาส : คิวรถเข้าเมืองมีอยู่จำนวนมาก
อุปสรรค : โอกาสได้ที่จอดรถค่อนข้างต่ำ
ข้อแนะนำ : จุดจอดที่น่าสนใจที่สุดคือสตาร์โดมกอล์ฟคลับ เพราะอยู่ใกล้คูเมืองด้านใต้ที่สุด
แต่ด้วยความที่อยู่ใกล้คูเมืองมากแบบนี้ คาดว่าจะเป็นจุดจอดรถที่ต้องแย่งชิงกันอย่างรุนแรง
จุดจอดรถศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ตั้งอยู่ตรงข้ามกับสหกรณ์รถแดง จึงตัดปัญหาคิวรถไปได้
เซ็นทรัลแอร์พอร์ต มีพื้นที่จอดรถมากที่สุด แต่ข่าวร้ายคือที่จอดรถเต็มทุกครั้งเมื่อถึงวันหยุด
ส่วนลานจอดรถข้างแอมเวย์กับวีคลับ เป็นตัวเลือกรองแต่คาดว่าที่จอดน่าจะเต็มอย่างรวดเร็ว
สุดท้ายคือจุดจอดโลตัสหางดง มีรถสายสันป่าตองวิ่งผ่านด้านหน้า เป็นวิธีการเดินทางสำรอง
.
.

ที่จอดรถงานเทศกาลสงกรานต์เชียงใหม่
.
กลุ่ม 3 ที่จอดรถฝั่งเหนือ
- กาดสวนแก้ว
- ฟ้าธานี (โรงภาพยนตร์ฟ้าธานีเดิม)
- ลานจอดรถข้างปั๊มน้ำมันปิโตรนาส (วัดเจ็ดยอด)
- โลตัส คำเที่ยง
- สนามกีฬาเทศบาลนครเชียงใหม่
.
จุดแข็ง : อยู่ใกล้พื้นที่เล่นน้ำรอบคูเมือง
จุดอ่อน : มีประวัติการทะเลาะวิวาทสูง เป็นจุดหนึ่งที่เด็กแว้นมาชุมนุมกัน
โอกาส : เป็นแหล่งรวมนักเรียนนักศึกษา มีอาหารตาหลากหลายมากมาย มีโอกาสถ่ายคลิป
อุปสรรค : โอกาสได้ที่จอดรถค่อนข้างต่ำ พื้นที่ที่กระทรวงวัฒนธรรมจับตา คลิปลงยูทูบแน่ๆ
ข้อแนะนำ : จุดจอดที่น่าสนใจที่สุดคือกาดสวนแก้ว เพราะอยู่ใกล้คูเมืองด้านเหนือมากที่สุด
แต่ที่จอดรถน้อยและต้องเข้าทางด้านหลัง คาดว่า คนในพื้นที่จะแย่งชิงที่จอดนี้หมดแต่หัววัน
จุดจอดรถสนามกีฬาเทศบาลฯ ก็น่าสนใจเพราะมีพื้นที่กว้างขวางและตั้งอยู่ใกล้คูเมืองพอตัว
รองลงไปคือฟ้าธานี แต่เพราะตั้งอยู่กลางถนนห้วยแก้ว คาดว่าที่จอดรถก็คงหมดเร็วแต่หัววัน
จุดจอดรถโลตัสคำเที่ยง สามารถตรงเข้ามาเล่นน้ำที่แจ่งศรีถูมิได้ แต่การจราจรติดขัดพอตัว
สุดท้ายคือจุดจอดข้างสถานีบริการน้ำมันปิโตรนาส อยู่ห่างไกลพื้นที่เล่นน้ำมากที่สุดในกลุ่ม
.
.
.

ของแถมท้ายเอนทรี
.
Negative Thinking
ธุรกิจโรงแรมภาคเหนือวิกฤติ เปรียบเทียบข้อมูลอัตราการเข้าพักในโรงแรมระดับ 3-4-5 ดาว
ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2551 กับ 2552 ลดลงจาก 81% 84% 72% เหลือ 57% 73% 40%
ที่พัก 5 ดาวเจ็บหนักมากที่สุด เพราะกลุ่มลูกค้าหลักหนีไปหาอาหารอร่อย ดนตรีไพเราะที่อื่น
(ลูกค้ากลุ่มนี้ เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติซึ่งวางแผนการท่องเที่ยวล่วงหน้าเป็นระยะเวลานานๆ)
นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ คาดว่าอัตราการเข้าพักโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ในปีนี้
มีค่าเฉลี่ยที่ 50-55% จากเดิมทุกปีจะอยู่ที่ 90-95% ทำให้หลังจากจบงานเทศกาลสงกรานต์
ผู้ประกอบการโรงแรม 4-5 ดาว อาจจะปรับลดพนักงานลงอีกอย่างน้อย 15% หรือ 4,000 คน
ถ้า 2 เดือนสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นอีก ก็คงต้องปรับลดพนักงานรอบสอง 25% หรือ 6,000 คน
.
Positive Thinking
นักท่องเที่ยวชาวไทยที่มาเที่ยวสงกรานต์เชียงใหม่ปีนี้ มีโอกาสหาโรงแรมที่พักดีๆ ได้ง่ายขึ้น
เนื่องจากโรงแรม 3-4-5 ดาว พากันลดแลกแจกแถมอย่างกระหน่ำให้รอดภาวะวิกฤติในช่วงนี้
และจากการที่กลุ่มนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเป็นพวกแบ็คแพ็คเกอร์ที่มาเที่ยวกันเองไม่ผ่านทัวร์
ทำให้โรงแรมที่พักราคาถูกๆ ระดับ 1-2 ดาว มีจำนวนนักท่องเที่ยวสนใจใช้บริการเพิ่มมากขึ้น
.
  Gomora Talk
"ผมเดินเท้าสะพายเป้เที่ยวเชียงใหม่ตั้งแต่เซ็นทรัลแอร์พอร์ตยันขนส่งช้างเผือกสบายๆ ครับ"
.
.
.

อ้างอิง
- Google Maps *
- เชียงใหม่นิวส์, วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2552
.

.
ย่างเข้าเดือนเมษายน เป็นสัญญาณว่าเทศกาลเมืองในหมอก(ควัน)ประจำปีใกล้ถึงเวลาสิ้นสุด
หลังเริ่มต้นงานเทศกาลนี้อย่างครึกครื้นชื่นมื่น (ซะที่ไหน) กันตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์
ทว่า งานนี้ไม่ได้สิ้นสุดเพราะเทศบาลเข้มงวดกวดขันเรื่องการเผา หรือรดน้ำอย่างขยันขันแข็ง
แต่สิ้นสุดลงเพราะชาวบ้านชาวช่องเขาเผาครบทุกม่อนทุกดอยทุกไร่ทุกสวนแล้วต่างหาก orz
.
.
สำหรับผู้ชนะเลิศงานเทศกาลหมอกควันประจำปีนี้คือ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเร่งเครื่องทำคะแนน
แซงจังหวัดลำปาง (ที่ตอนแรกนอนมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์) ไปได้ในช่วงเดือนมีนาคมนี้เอง
ส่วนแชมป์เก่าปีก่อนอย่างจังหวัดเชียงใหม่ ปีนี้เร่งเครื่องไม่ขึ้น ทำให้ตกลงไปอยู่อันดับที่สาม
ไว้ปีหน้าค่อยเร่งมือเผาป่ากันให้เยอะๆ ทวงตำแหน่งคืนนะครับ (ใครจะอยากได้ตำแหน่งนี้ฟะ)
.
ทอดน่องถ่ายรูป
.

.
สภาพภายในเมืองเชียงใหม่ วันที่ 9 มีนาคม 2552 ถ่ายจากตึกศรีพัฒน์ โรงพยาบาลมหาราช
.
.
ถนนเลียบทางรถไฟเชียงใหม่-ลำพูน วันที่ 9 มีนาคม 2552 ถ่ายจากถนนวงแหวนรอบกลาง
.
.
ถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง วันที่ 9 มีนาคม 2552 ถ่ายจากแยกดอนจั่น
.
.
แยกดอนจั่น วันที่ 13 มีนาคม 2552 ถ่ายจากสะพานลอย หน้าโรงเรียนกาวิละวิทยาลัย
เปรียบเทียบ วันที่ 31 มีนาคม 2552
.

.
สนามบินเชียงใหม่ วันที่ 9 มีนาคม 2552 ถ่ายจากสะพานลอย หน้าสำนักงานขนส่งเชียงใหม่
เปรียบเทียบ วันที่ 26 มีนาคม 2552
.
.
ดอยสุเทพ วันที่ 9 มีนาคม 2552 ถ่ายจากอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เปรียบเทียบ วันที่ 26 มีนาคม 2552
.
.
.

ของแถมท้ายรีวิว
.
.
ช่วงเย็นของวันที่ 14 มีนาคม 2552 มีกระแสลมแรงพัดมา ทำให้มองเห็นดอยสุเทพได้ชัดเจน
เจ้าของบล็อกเสร็จจากทำธุระพอดิบพอดีเลยคว้ากล้องแว่บเข้าไปถ่ายรูปที่อ่างแก้วสักหน่อย
นอกจากเห็นตำแหน่งที่ตั้งของพระธาตุดอยสุเทพแล้วก็ยังเห็นร่องรอยการเผาลอยมาอีกด้วย
ว่าแล้วก็นึกถึงเช้าวันที่ 24 ขณะนั่งรถไฟมาถึงช่วงลำปาง-เชียงใหม่ บนดอยดำเป็นปื้นไปหมด
.