Review-Environment


.
5 มิถุนายน วนกลับมายังวันสิ่งแวดล้อมโลก หรือ WED (World Environment Day) อีกครั้ง
พร้อมกับขวัญประจำปีนี้ว่า Your Planet Needs You - UNite to Combat Climate Change
โลกต้องการคุณในคำขวัญ WED 2009 นี้ไม่ได้หมายความว่าโลกพิศวาสมนุษย์อะไรนักหนา
เพราะถึงแม้มนุษย์จะสูญพันธุ์จนหมดสิ้นในวันพรุ่งนี้ ดาวเคราะห์โลกก็ยังคงอยู่ของมันต่อไป
หากหมายถึง ความต้องการความร่วมมือและความรับผิดชอบจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้มากกว่านี้
ถ้ามนุษย์ยังต้องการโลกที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตจริง ไม่มัวปัดให้เป็นเรื่องของคนอื่นครับ
.
เจ้าภาพ WED ปีนี้คือประเทศเม็กซิโก มีการจัดประชุมสัมมนากันระหว่างวันที่ 4 - 5 มิถุนายน
นอกจากรายงานการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมแล้ว หัวข้อใหญ่ประจำปีคือเศรษฐกิจสีเขียว
ตั้งแต่การใช้พลังงานหมุนเวียนทดแทนต่างๆ รวมถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนในตลาดคาร์บอน
ซึ่งธุรกิจสีเขียวที่(ทำตัว)เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นกระแสที่กำลังมาแรงมากในต่างประเทศ
ไม่ว่าจะเขียวจริง หรือเขียวปลอมที่นำเอา CSR มาบังหน้ากิจกรรมทำลายสิ่งแวดล้อมของตน
หรือไม่เกี่ยวเลยแต่ขอมีเอี่ยวเหมือนน้ำเปล่าบรรจุขวดติดฉลาก "เจ" ตามเทศกาลกับเขาด้วย
.
โลกต้องการคุณ หมายความว่าคุณสามารถช่วยโลกได้จากกิจกรรมธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวัน
ไม่จำเป็นต้องรอรัฐบาลจัดกิจกรรมรณรงค์ให้เปลืองงบประมาณ ไม่ต้องรอให้มีกฎหมายบังคับ
ไม่ต้องรอให้ใครมาจ้ำจี้จำไช ไม่ต้องรอให้โลงศพมาก่อนแล้วค่อยทำ ซึ่งมันก็สายไปเสียแล้ว
ในเว็บไซต์ของ UNEP แนะนำวิธีง่ายๆ (แต่จะทำกันหรือเปล่านั้นเป็นอีกเรื่อง) หลายอย่าง เช่น

.
โอกาสทั่วไป
- ปลูกต้นไม้คนละต้น บ้านเราจะเลือกเอาวันพระ วันเกิด วันโกน วันเข้าพรรษา ฯลฯ ได้ทั้งนั้น
ยิ่งปลูกฝังกิจกรรมการปลูกต้นไม้ประจำตัวตั้งแต่เด็กๆ ยิ่งเพิ่มโอกาสที่เด็กรักต้นไม้มากยิ่งขึ้น
- ข้าวของไม่ใช้แล้ว บริจาคให้องค์กรสาธารณกุศล จะดีกว่าทิ้งไปเป็นขยะโดยเปล่าประโยชน์
อย่างน้อยการซ่อมแซมก็ช่วยลดการซื้อใหม่ เท่ากับลดการใช้ทรัพยากรเพื่อผลิตของชิ้นใหม่
.
ที่บ้าน
- ปิดน้ำเมื่อไม่ใช้ เช่น การไม่เปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ระหว่างแปรงฟันอยู่นานก่อนวักน้ำมาบ้วน 2 ที
- บ้านใครมีเครื่องทำน้ำร้อน ลองตรวจสอบฉนวนกันความร้อนดู ก็จะช่วยประหยัดพลังงานได้
- ใช้ที่โกนหนวดไฟฟ้า หรือที่โกนหนวดแบบเปลี่ยนใบมีดได้ แทนที่โกนหนวดแบบใช้แล้วทิ้ง
- ใช้ผ้าเช็ดหน้า แทนกระดาษเช็ดหน้า (ข้อนี้บริษัทผลิตกระดาษเช็ดหน้าอาจค้อนขวับเข้าให้)
- เลือกซื้อน้ำผลไม้เข้มข้นมาเจือจางกินเอง ช่วยลดปริมาณบรรจุภัณฑ์ในหน่วยบริโภคเท่ากัน
หรือโยเกิร์ตหรือของกินอื่นๆ ซึ่งบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ซ้ำได้
- หาอ่านหนังสือพิมพ์ในสถานที่สาธารณะหรือร้านค้าที่จัดเตรียมไว้ให้ แทนการซื้อมาอ่านเอง
แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่าน ก็อย่าลืมนำไปรีไซเคิลหรือชั่งกิโลขายนะครับ
- การทำอาหารกล่องไปกินเอง ควรใส่ในบรรจุภัณฑ์ที่ทำความสะอาดแล้วนำกลับมาใช้อีกได้
ลดการใช้อลูมิเนียมฟอยล์หรือพลาสติกห่อ (แบบไทยเราต้องใช้ปิ่นโตสามสี่ชั้น เท่สุดๆ ครับ)
- หากต้องออกไปทำธุระนอกบ้านเป็นระยะเวลานานๆ ควรถอดปลั๊กไฟทุกอย่างออกให้เกลี้ยง
.
Act More

Act More
.
ระหว่างทาง
- ยืดอกพกถุง(ผ้า) เพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก แต่ประเภทเอาของใส่ถุงพลาสติกใส่ถุงผ้าอีกที
หากกลัวถุงผ้าเปื้อนนัก ก็อย่าลำบากใช้เลยครับ เปลืองทรัพยากรผลิตถุงผ้าไปเปล่าประโยชน์
- ถ้ามีทางเลือกอื่นอย่าง การใช้รถร่วมกัน การใช้ระบบขนส่งมวลชนหรือทางจักรยานก็ควรใช้
(แต่ถ้าบางอย่างไม่ได้มาตรฐาน เช่น ทางจักรยานที่สร้างได้แย่มาก ก็ไม่ควรฝืนใช้ให้ตายฟรี)
- ถ้าจำเป็นต้องใช้รถยนต์ ให้เล็งไปที่รถยนต์ประหยัดพลังงานหรือใช้พลังงานทดแทนอื่นๆได้
(รวมทั้งการเลือกใช้รถยนต์ให้เหมาะกับตนเอง ไม่ใช่ซื้อเผื่อจนแก่หงักแล้วยังใช้ไม่คุ้มเสียที)
- ถ้าหากคุณมีเส้นทางไปที่ทำงานให้เลือกมากมาย เครื่องนำทาง GPS ก็ช่วยประหยัดได้เยอะ
- ถ้าเจอรถติดแหงกและไม่มีที่ท่าว่าจะเคลื่อนตัวง่ายๆ การดับเครื่องยนต์ช่วยประหยัดได้เยอะ
- การฝึกฝนสมาธิ ควบคุมอารมณ์ให้ใจเย็น สามารถช่วยได้ทั้งโลกและคุณ พูดแค่นี้เหมือนโม้
แต่เมื่อคุณอารมณ์ไม่ดี คุณจะเหยียบคันเร่งเผาผลาญน้ำมัน กับทำให้รถสึกหรอมากกว่าปรกติ
.
ที่ทำงาน
- เวลาซดกาแฟยามเช้า ใช้ถ้วยแก้วล้างได้แทนถ้วยพลาสติกหรือถ้วยกระดาษแบบใช้แล้วทิ้ง
- พกแก้วหรือขวดน้ำประจำตัวไว้ที่ทำงาน เพื่อลดปริมาณแก้วพลาสติกหรือขวดน้ำเวลาซื้อกิน
- เวลาต้องการบันทึกข้อความสั้นๆ ให้จดลงด้านหลังกระดาษหรือเอกสารเก่าๆที่ไม่ใช้งานแล้ว
- ถึงที่ทำงานไม่มีระบบรีไซเคิลช่างมันปะไร เราทำของเราเองได้ ด้วยการคัดแยกขยะพื้นฐาน
- การถ่ายสำเนาเอกสาร หากเครื่องพิมพ์สามารถสั่งพิมพ์หน้า-หลังในแผ่นเดียวกันได้ก็ควรใช้
- อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ประจำสำนักงาน หากมีชิ้นส่วนที่ใช้งานร่วมกันได้ก็ควรใช้
หลายชิ้นส่วนนำกลับมาใช้งานใหม่หรือรีไซเคิลได้ก็ควรทำ (บางบริษัทอาจมีบริการรับซื้อคืน)
- อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และเครื่องใช้ประจำสำนักงาน หากมีโหมดประหยัดพลังอยู่ก็ควรเปิดใช้
- หลังเลิกงานอย่าลืมปิดสวิตช์หลอดไฟฟ้าหรือดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งานให้เรียบร้อย
- ถ้าอยากได้อะไรมาตกแต่งรอบๆ โต๊ะทำงานของคุณ ต้นไม้เล็กๆ เป็นทางเลือกที่แจ่มไม่เบา
ต้นไม้เล็กๆ ที่ไม่ต้องดูแลมากก็สามารถปรับปรุงคุณภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวคุณได้
.
Use Less

Use Less
.
หลังเลิกงาน
- หากไม่ร้อนจนเกินทน ให้ใช้พัดลมแทนเครื่องปรับอากาศหรือสวมใส่เสื้อผ้าให้บางขึ้นอีกนิด
- อย่าติดตั้งโคมไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าใกล้กับเครื่องปรับอากาศเพราะส่งผลต่อ Thermostat
- ควรใช้กระทะกับหัวเตา (ไฟฟ้า/แก๊ส) ที่มีขนาดใกล้เคียงกันเพื่อลดการสูญเสียพลังงานฟรีๆ
- เสื้อผ้าที่ยังไม่สกปรกหรือเสื้อผ้าที่สวมใส่ซ้ำได้หลายๆ ครั้ง เช่น กางเกงยีนส์ เสื้อคลุม ฯลฯ
อย่ารีบร้อนโยนลงตระกร้าซักผ้า เอามาปัดๆ แขวนๆ ใส่ซ้ำได้ (ยิ่งเป็นฤดูหนาวล่ะก็ หมกโลด)
- พยายามเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดีต่อโลก และดีต่อคุณ
.
...ฯลฯ...
.
เหล่านี้เป็นตัวอย่างการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุดในชีวิตประจำวัน
แทบทั้งหมดเป็นเรื่องเล็กน้อยใกล้ตัว ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่มเติม เพียงปรับพฤติกรรมบางส่วน
มีความรับผิดชอบในการบริโภคเพิ่มขึ้น เผ่าพันธุ์มนุษย์ ก็จะเป็นที่ต้อนรับของโลกใบนี้เองครับ
แต่ถ้าเราไม่ใส่ใจ เดี๋ยวสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ก็จะขับไล่มนุษย์ออกจากโลกใบนี้เองครับ

.
อ้างอิง
- http://www.unep.org/wed/2009/english/
.
.
.

ของแถมท้ายเอนทรี
.
.
"การปรับตัวของมนุษย์กับสภาพแวดล้อม"
.

.
22 เมษายน วนกลับมายังวันคุ้มครองโลกอีกครั้ง สำหรับบ้านเรานับเป็นวันอาภัพมากวันหนึ่ง
ทั้งที่องค์การสหประชาชาติตั้งวันคุ้มครองโลกมานาน จนถึงวันนี้ก็ร่วม 4 ทศวรรษเข้าไปแล้ว
สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะวันหยุดยาวช่วงเทศกาลสงกรานต์ เครื่องยังไม่ร้อน งานยังไม่เข้าที่
การประชาสัมพันธ์จึงดูด้อยกว่าวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day: 5 มิถุนายน)
กระทั่งกิจกรรมปิดไฟลดโลกร้อน (Earth Hour: 28 มีนาคม) ที่พึ่งเริ่มจัดมาได้เพียงไม่กี่หน
ดูเหมือนสาธารณชนจะรับรู้มากกว่าเสียอีก ด้วยกิจกรรมที่โดดเด่นเป็นรูปธรรม เข้าใจได้ง่าย
.
.
หัวข้อการรณรงค์วันคุ้มครองโลกประจำปี 2009 นี้คือ The Green Generation คนพันธุ์เขียว
เป็นโครงการต่อเนื่อง 2 ปี เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี วันสิ่งแวดล้อมโลกในปี 2010 ด้วย
.
.
หัวข้อการรณรงค์ประกอบด้วย
.
- การใช้พลังงานหมุนเวียนที่ปราศจากคาร์บอน
- การบริโภคอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ
- การลดจำนวนผู้ยากไร้ด้วยเศรษฐศาสตร์สีเขียว
.
การใช้พลังงานหมุนเวียนที่ปราศจากคาร์บอน ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ จนถึง
พลังงานความร้อนใต้พิภพ ฯลฯ ทดแทนพลังงานที่ได้จากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิลแบบเดิมๆ
ในอดีตที่ผ่านมา พลังงานหมุนเวียนทางเลือกเหล่านี้ มีราคาต้นทุนต่อหน่วยที่แพงระยับจับใจ
ทำให้ผู้ตั้งใจใช้พลังงานทดแทน นอกจากใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังแล้ว ต้องเงินหนาด้วย
แต่เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นทุกวัน ทำให้ราคาต้นทุนต่อหน่วยของพลังงานเหล่านี้ลดลงเรื่อยๆ
อุปสรรคขั้นต่อไปอยู่ที่รัฐบาล ว่าจะสนใจให้การสนับสนุนพลังงานหมุนเวียนมากน้อยเพียงใด
.
การบริโภคอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ สามารถนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ได้
กับกิจกรรมหลายๆ อย่างของมนุษย์ ตั้งแต่การตากแอร์เย็นๆ ภายในบ้านหรือห้างสรรพสินค้า
ไปจนถึงการขึ้น BTS เพื่อกินบุฟเฟต์ล้วนเป็นกิจกรรมที่มีการใช้พลังงานฟอสซิลอยู่เบื้องหลัง
หลายท่านอาจเข้าใจผิด คิดว่าการบริโภคตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คืออยู่แบบอดๆ อยากๆ
แต่จริงๆ คือการกินให้คุ้มค่า เหมือนบทอาขยานที่ท่องกันก่อนกินข้าวตอนเด็กๆ นั่นแหละครับ
กินให้คุ้มค่ากับพลังงานที่ต้องสูญเสียไประหว่างกระบวนการผลิตและขนส่ง ไม่กินทิ้งกินขว้าง
.
การลดจำนวนผู้ยากไร้ด้วยเศรษฐศาสตร์สีเขียว ด้วยการประกอบอาชีพหรือธุรกิจอย่างยั่งยืน
เป็นอาชีพหรือธุรกิจซึ่งใส่ใจ หรือมีความรับผิดชอบต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดรอบตัวมากขึ้น
ในอเมริกาและยุโรป Green Jobs สามารถสร้างตำแหน่งงานและรายได้ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก
แต่สำหรับประเทศไทยอาจจะเร็วเกินไปสักหน่อยที่จะพูดถึง Green Jobs ตามบริบทตะวันตก
เอาเป็นว่า ตอนนี้ขอแค่บริษัทที่ประกอบอาชีพหรือธุรกิจที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติปริมาณมาก
ควบคุมไม่ให้สร้างของเสีย หรือก่อมลพิษส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านก็บุญโขละครับ
.
.
.

สถานการณ์บ้านเรา
.
นโยบายพลังงานของบ้านเรา เมื่อมองจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10
เหมือนจะเน้นการใช้ก๊าซธรรมชาติ ทดแทนถ่านหินในการผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นเชื้อเพลิง
ในอัตราส่วนที่สูงมาก หากมองในแง่ก๊าซธรรมธรรมชาติสะอาดกว่าถ่านหิน ก็พอจะยอมรับได้
แต่ก็แลกมาด้วยเสถียรภาพและปัญหาความมั่นคงทางพลังงานที่ต้องจ่ายไปในอนาคตเช่นกัน
รองลงมาคือนโยบายในการจัดการพืชพลังงาน ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร
ส่วนพลังงานหมุนเวียนที่ปราศจากคาร์บอนนั้น คงริบหรี่จนถึงแผนพัฒนาฯ ฉบับต่อไปเลยครับ
.
การบริโภคอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ มีแง่มุมบางอย่างที่น่าสงสัยอยู่เหมือนกันครับว่า
เราลดการบริโภคเพราะจิตสำนึกสั่งให้ทำ หรือลดการบริโภคเพราะรายได้ไม่มากเหมือนเก่า ?
หันมามองธุรกิจสีเขียวบ้านเรา ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำแบบนี้ก็ยิ่งดูมืดมนหม่นหมองไปใหญ่
แผนการที่ไม่ทำกำไรให้บริษัทจะถูกยัดเข้ากรุเป็นแผนแรกๆ ไปพร้อมๆ กับการปลดพนักงาน
ปรับโครงสร้าง ฯลฯ ทว่า ธุรกิจสีเขียวที่เกิดขึ้นและสามารถเอาตัวรอดในสถานการณ์เช่นนี้ได้
มักเป็นกิจการที่คาดไม่ถึงในช่องว่างของธุรกิจแบบดั้งเดิม และมีนวัตกรรมแปลกใหม่น่าสนใจ
.
.
.

ของแถมท้ายเอนทรี
.
.

.
ย่างเข้าเดือนเมษายน เป็นสัญญาณว่าเทศกาลเมืองในหมอก(ควัน)ประจำปีใกล้ถึงเวลาสิ้นสุด
หลังเริ่มต้นงานเทศกาลนี้อย่างครึกครื้นชื่นมื่น (ซะที่ไหน) กันตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์
ทว่า งานนี้ไม่ได้สิ้นสุดเพราะเทศบาลเข้มงวดกวดขันเรื่องการเผา หรือรดน้ำอย่างขยันขันแข็ง
แต่สิ้นสุดลงเพราะชาวบ้านชาวช่องเขาเผาครบทุกม่อนทุกดอยทุกไร่ทุกสวนแล้วต่างหาก orz
.
.
สำหรับผู้ชนะเลิศงานเทศกาลหมอกควันประจำปีนี้คือ จังหวัดเชียงราย ซึ่งเร่งเครื่องทำคะแนน
แซงจังหวัดลำปาง (ที่ตอนแรกนอนมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์) ไปได้ในช่วงเดือนมีนาคมนี้เอง
ส่วนแชมป์เก่าปีก่อนอย่างจังหวัดเชียงใหม่ ปีนี้เร่งเครื่องไม่ขึ้น ทำให้ตกลงไปอยู่อันดับที่สาม
ไว้ปีหน้าค่อยเร่งมือเผาป่ากันให้เยอะๆ ทวงตำแหน่งคืนนะครับ (ใครจะอยากได้ตำแหน่งนี้ฟะ)
.
ทอดน่องถ่ายรูป
.

.
สภาพภายในเมืองเชียงใหม่ วันที่ 9 มีนาคม 2552 ถ่ายจากตึกศรีพัฒน์ โรงพยาบาลมหาราช
.
.
ถนนเลียบทางรถไฟเชียงใหม่-ลำพูน วันที่ 9 มีนาคม 2552 ถ่ายจากถนนวงแหวนรอบกลาง
.
.
ถนนซูเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง วันที่ 9 มีนาคม 2552 ถ่ายจากแยกดอนจั่น
.
.
แยกดอนจั่น วันที่ 13 มีนาคม 2552 ถ่ายจากสะพานลอย หน้าโรงเรียนกาวิละวิทยาลัย
เปรียบเทียบ วันที่ 31 มีนาคม 2552
.

.
สนามบินเชียงใหม่ วันที่ 9 มีนาคม 2552 ถ่ายจากสะพานลอย หน้าสำนักงานขนส่งเชียงใหม่
เปรียบเทียบ วันที่ 26 มีนาคม 2552
.
.
ดอยสุเทพ วันที่ 9 มีนาคม 2552 ถ่ายจากอ่างแก้ว มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เปรียบเทียบ วันที่ 26 มีนาคม 2552
.
.
.

ของแถมท้ายรีวิว
.
.
ช่วงเย็นของวันที่ 14 มีนาคม 2552 มีกระแสลมแรงพัดมา ทำให้มองเห็นดอยสุเทพได้ชัดเจน
เจ้าของบล็อกเสร็จจากทำธุระพอดิบพอดีเลยคว้ากล้องแว่บเข้าไปถ่ายรูปที่อ่างแก้วสักหน่อย
นอกจากเห็นตำแหน่งที่ตั้งของพระธาตุดอยสุเทพแล้วก็ยังเห็นร่องรอยการเผาลอยมาอีกด้วย
ว่าแล้วก็นึกถึงเช้าวันที่ 24 ขณะนั่งรถไฟมาถึงช่วงลำปาง-เชียงใหม่ บนดอยดำเป็นปื้นไปหมด
.

Loading