Review-Movie


.
เชอร์ล็อค โฮล์มส์ นักสืบอิสระที่ได้รับการไหว้วานจากเลสเทรดให้มาช่วยงานตำรวจอยู่บ่อยๆ
โดยคดีล่าสุดที่โฮล์มส์ร่วมมือกับคู่หู่ จอห์น วัตสัน คือการตามแกะรอยฆาตกรหญิงสาว 5 ศพ
จนพบว่าเป็นฝีมือของลอร์ดแบล็ควู้ด ผู้ทรงอิทธิพลมากในแวดวงธุรกิจการเมืองของลอนดอน
เดิมทีนี่คงเป็นงานสุดท้ายของคู่หู่คู่นี้ หลังเสร็จสิ้นการชันสูตรศพลอร์ดแบล็ควู้ดที่ถูกแขวนคอ
เพราะ ดร.วัตสัน เตรียมตัวย้ายออกจากบ้านเช่าเลขที่ 221บี ถนนเบเกอร์ เพื่อไปอยู่กับคู่หมั้น
ถ้าไม่เกิดเหตุพิลึกพิลั่นขึ้นมาเสียก่อนเมื่อมีผู้พบเห็นลอร์ดแบล็ควู้ดฟื้นคืนชีพขึ้นมาจากสุสาน
โฮล์มส์แอบไซโควัตสันซึ่งเป็นผู้ชันสูตรศพลอร์ดแบล็ควู้ดจนต้องมาทำงานร่วมกันอีกพักหนึ่ง
ขณะที่โฮล์มส์เองก็ดูเหมือนมีคำพูดบางอย่างของลอร์ดแบล็ควู้ดคาใจอยู่ตอนไปพบที่เรือนจำ
.
เพราะ ดร.วัตสัน ผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบชีพจรของลอร์ดแบล็ควู้ดอย่างมั่นใจว่าตายไปแล้วแน่
แต่สภาพที่สุสานปรากฏว่าแผ่นหินปิดหลุมศพซึ่งหนักเป็นตันนั้น ถูกทำลายออกมาจากด้านใน
และในโลงศพของลอร์ดแบล็ควู้ด ดันมีศพของใครก็ไม่รู้ที่พึ่งเสียชีวิตไม่นานเข้ามาอยู่แทนที่
ที่สำคัญ ศพดังกล่าวเป็นบุคคลที่ ไอรีน แอดเลอร์ พึ่งจะมาขอให้เขาช่วยตามสืบหาตัวหมาดๆ
โฮล์มส์ทั้งรักและแค้นไอรีนมาก เพราะเธอเป็นเพียงผู้เดียวที่สามารถเอาชนะเขาได้ถึง 2 ครั้ง
(แม้นตรรกะซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ก็มิอาจเอาชนะมารยาหญิงร้อยล้านเล่มเกวียนได้ทุกครั้งไป)
โฮล์มส์ต้องไขปริศนาซึ่งดูเหมือนจะเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ อันก่อความหวาดหวั่นแก่ประชาชน
ทางกรมตำรวจต้องออกมาปราบปรามกลุ่มลัทธิต่างๆ ที่ออกมาชุมนุมก่อความวุ่นวายในสังคม
.
Start Spoil >>> โดยแผนการที่แท้จริงของลอร์ดแบล็ควู้ดคือ การกำจัดสมาชิกสภาทั้งหมด
เพื่อให้ตนและคนใกล้ชิดที่ยอมสวามิภักดิ์ มีอำนาจการปกครองประเทศอังกฤษแบบเบ็ดเสร็จ
จากนั้นประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกา ที่พึ่งบอบช้ำจากปัญหาสงครามกลางเมืองมาหมาดๆ
เพื่อยึดครองดินแดนทั้งหมดให้กลับคืนมาเป็นของอังกฤษเหมือนเมื่อคราวตั้งอาณานิคมใหม่ๆ
ซึ่งมีการเตรียมพร้อมตั้งแต่กลไกช่วยเหลือขณะถูกแขวนคอ ยาที่ทำให้หมอตรวจชีพจรไม่ได้
การทำลายแผ่นหินปิดหลุมศพก่อนประกอบคืนด้วยกาวพิเศษที่อ่อนตัวลงเมื่อถูกชะด้วยน้ำฝน
การใช้สารเคมีเพื่อสร้างปรากฏการณ์ที่น่าตระหนก เหมือนฝีมือของพลังลึกลับเหนือธรรมชาติ
การใช้อาวุธเคมีซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมระยะไกลเพื่อการก่อวินาศกรรมเป็นครั้งแรกของโลก
ก่อนควบคุมประเทศที่ตกอยู่ภายใต้ความกลัวในปรากฏการณ์ต่างๆ ที่ดูเหมือนจะอธิบายไม่ได้
ยกเว้น โฮล์มส์ ที่สามารถอธิบายเบื้องหลังแผนทุกอย่างได้ด้วยตรรกะสุดติ่ง
<<< End Spoil
.

.
ส่วนที่ชอบ
- ถ่ายทอดรายละเอียดสำคัญๆ ของตัวละครจากนิยายของเซอร์ อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ ได้ดี
โดยเฉพาะบท ดร.วัตสัน ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับหลุดออกมาจากนิยายจริงๆ ยิ่งกว่า โฮล์มส์
- ฉากการ "มองล่วงหน้าครึ่งก้าว" ของโฮล์มส์ การเล่นมุขระหว่างโฮล์มส์ ดร.วัตสันและไอรีน
การอนุมานของโฮล์มส์ในหลายสถานการณ์ต่อหลายตัวละครในหลายบริบทชวนหัวเราะยิ่งนัก
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- การเพิ่มเติมบทบู๊เข้าไปตามกระแสหนังยุคใหม่เพื่อดึงดูดให้คนดูรุ่นใหม่ๆ เกิดความสนใจนั้น
อาจทำให้คนรุ่นเก่าที่ติดภาพพจน์ของ โฮล์มส์ ในนิยายเกิดความรู้สึกทะแม่งๆ ขึ้นมาก็เป็นได้
- การเฉลยทริคทั้งหมดท้ายเรื่องซึ่งรวดเร็วมากๆ จนคนดูอาจตามบางปริศนาพลาดไปได้ง่ายๆ
ปริศนาซ้อนที่เสริมเข้ามา (เผื่อทิ้งเชื้อไว้ทำภาคต่อ ?) ทำให้ส่วนไคลแมกซ์ดูอ่อนด้อยลงบ้าง
.
ประเด็นเก็บตก
- ภาพยนตร์ตัวอย่างที่สร้างความหวั่นใจ นึกว่ามันจะเป็นหนังนักสืบบู๊แหลกอย่างเดียวเสียแล้ว
แต่ยังดี ที่ใส่ฉากการอนุมานตามตรรกะของโฮล์มส์แบบนิยายเข้ามาด้วยหลายฉากพอสมควร
.

.
27/12/2552
IMDb : 7.7/10
Metacritic : 57/100
Rotten Tomatoes : 69%
.

.
ของแถมท้ายรีวิว
.
Sherlock Holmes
.
"เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตดราม่า"
.

.
Summer Wars
.
Summer Wars : Samā Wōzu
.
ผู้กำกับ : Mamoru Hosoda
ฉาย.....: 1 สิงหาคม 2009 (ญี่ปุ่น)
ฉาย.....: 12 สิงหาคม 2009 (เกาหลีใต้)
.
ก่อนเข้าเรื่อง เรามาทำความรู้จัก "ออซ" ก่อนครับ
.
.
Virtual Reality World : "OZ"
.
ด้วยความสามารถในการสร้าง Avatar 2-3 มิติแทนตัวผู้ใช้งานได้ไม่ซ้ำกันนับพันล้านรูปแบบ
และสามารถเข้าใช้งานได้ง่ายจากคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือไปจนถึงโทรทัศน์ระบบสัมผัส
ทำให้ "ออซ" เป็นโลกเสมือนอันตื่นตาซึ่งได้รับความนิยมจากผู้คน เอกชนและรัฐบาลทั่วโลก
นอกจากของเล่นหรือแคชชวลเกมสารพัดชนิดอย่างที่เห็นใน Web Community ทั่วๆ ไปแล้ว
บริษัทห้างร้านจำนวนมากก็แห่กันเข้าไปทำธุรกิจในโลกเสมือนที่มียอดผู้ใช้งานนับพันล้านคน
ด้วยระบบรักษาความปลอดภัยชั้นสูงกับการลงทะเบียนที่ยืนยันตัวตนผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง
หน่วยงานรัฐจึงพ่วงการทำธุรกรรมต่างๆ ไว้กับออซ ตั้งแต่การจ่ายภาษียันสาธารณูปโภคต่างๆ
เรียกได้ว่า ล็อกอินเข้าไปในออซเพียงครั้งเดียว คุณก็สามารถทำทุกอย่างได้ในคราวเดียวกัน
.
เคนจิและซาคุมะ นักเรียนชั้น ม.5 กำลังนั่งทำงานพาร์ตไทม์ให้ออซ จากห้องชมรมที่โรงเรียน
ทันใดนั้นเองนัตสึกิ รุ่นพี่ชั้น ม.6 ก็โผล่พรวดเข้ามาหาใครสักคนเป็นเพื่อนกลับบ้านต่างจังหวัด
ไม่ว่ารุ่นพี่เป็นคนเลือกหรือรุ่นน้องเป่ายิ้งฉุบ เอาเป็นว่าเคนจิได้เดินทางกับรุ่นพี่นัตสึกิก็แล้วกัน
ตอนแรก ก็ดูเหมือนแค่รุ่นพี่อยากให้รุ่นน้องช่วยขนของไปงานวันเกิดคุณย่าอายุ 90 ที่อูเอเดะ
โดยคุณย่าซากาเอะนั้นเป็นถึงผู้นำรุ่นที่ 16 ของตระกูลจินโนอุจิ ซึ่งมีประวัติศาสตร์มายาวนาน
แต่จริงๆ เป็นเพราะรุ่นพี่เคยพลั้งปากตอนที่คุณย่าป่วยว่าอย่าพึ่งเป็นอะไรแล้วจะพาแฟนไปหา
นัตสึกิขอร้องเคนจิช่วยเล่นละครว่า ตัวเขาเป็นเด็กโตไดจากตระกูลผู้ดีเก่าแก่พึ่งกลับจากนอก
ก็เพราะจะมีลูกหลานเหลนทั่วทั้งตระกูลเดินทางมางานวันเกิดคุณย่าจากทั่วประเทศเลยทีเดียว
.
งานฉลองเป็นไปด้วยดี ทุกคนให้การยอมรับว่าที่เจ้าบ่าว (ปลอมๆ) ของนัตสึกิอย่างสนุกสนาน
ยกเว้นตอนที่หนุ่มใหญ่คนหนึ่งชื่อวาบิสึเกะปรากฏตัวขึ้นมา บรรยากาศก็กร่อยอย่างเห็นได้ชัด
อาจเป็นเพราะเขาเป็นลูกของชู้ของคุณปู่ที่เสียไปนานแล้ว ความสัมพันธ์จึงไม่ค่อยดีเท่าไรนัก
แต่ก็เห็นได้ชัดเช่นกันว่า นัตสึกิแอบปลื้ม "คุณลุง" คนนี้มาตั้งแต่เด็กๆ เพราะจากโปรไฟล์ที่ว่า
เด็กโตไดจากกระกูลผู้ดีเก่าแก่ พึ่งกลับจากเมืองนอกนั้น ตรงกับชีวิตของวาบิสึเกะทุกประการ
ในคืนนั้นเอง ขณะนอนไม่หลับ มีเมล์ลึกลับเป็นตัวเลขฐานสิบยาวพรึ่บส่งเข้ามาในมือถือเคนจิ
เขานึกว่าเป็นเกมถอดรหัสประกอบกับการที่สนใจเลขจนเกือบได้ไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิก
ทำให้เคนจินั่งถอดรหัสอย่างเพลิดเพลินจนฟ้าเกือบสางก่อนส่งคำตอบกลับแล้วผล็อยหลับไป
.
แต่พอตื่นขึ้นมาอีกที เขากลายเป็นอาชญากรไซเบอร์ ผู้แฮคระบบของออซจนพังเสียอย่างงั้น
.
Start Spoil >>> เคนจิอาศัยความช่วยเหลือจากซาคุมะ ที่ให้แอคเคาท์สำรองเข้าไปในออซ
เพื่อเจรจากับแฮคเกอร์ที่นำ Avatar ของเขาไปใช้ แต่ว่า เคนจิกลับถูกอัดจนน่วมเสียอย่างนั้น
จู่ๆ "King Kazma" นักสู้ผู้เก่งกาจที่สุดในโลกแห่งออซก็ปรากฏตัวมาช่วยอัดแฮคเกอร์จนน่วม
แต่สิ่งที่ทำให้เคนจิตะลึงยิ่งกว่าคือ ผู้บังคับคือ คาสึมะ เด็กอายุ 13 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านนี้เอง
แต่เรื่องวุ่นๆ จากความเข้าใจผิดในตัวเคนจิภายในบ้านจินโนอุจิ ทำให้คาสึมะเสียสมาธิชั่วขณะ
แฮคเกอร์หลุดรอดจากคาสึมะไปรวมตัวกับ Avatar อื่นบริเวณนั้น จนพลังเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว
"King Kazma" ผู้ไร้พ่ายโดนน็อค แต่เคนจิก็ใช้ทริคระดับประถมพาหนีออกมาจากออซได้ทัน
ก่อนทราบข่าวเพิ่มเติมจากซาคุมะว่านั่นไม่ใช่แฮคเกอร์ แต่เป็น A.I. มีชื่อว่า "Love Machine"
.
ระบบรักษาความปลอดภัยอันแข็งแกร่งของออซกลับส่งผลตรงกันข้ามที่ร้ายแรงกว่าที่ใครคิด
เลิฟแมชชีนจะดูดกลืนแอคเคาท์ จนใช้ความสามารถตามอาชีพของเจ้าของแอคเคาท์นั้นๆ ได้
เช่น ถ้าเจ้าของแอคเคาท์เป็นเจ้าหน้าที่การประปา เลิฟแมชชีนสามารถเข้าไปป่วนระบบประปา
ถ้าเจ้าของแอคเคาท์เป็นเจ้าหน้าที่การรถไฟ เลิฟแมชชีนสามารถเข้าไปควบคุมระบบรถไฟได้
ถ้าเจ้าของแอคเคาท์เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เลิฟแมชชีนสามารถสั่งยิงจรวดนิวเคลียร์ได้ทันที
โชคดีในโชคร้ายที่ความเสียหายยังคงจำกัดเฉพาะระบบสาธารณูปโภคในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
ถึงเวลาคุณย่าซากาเอะแสดง "คอนเน็คชั่น" ต่อบุคคลสำคัญในแวดวงธุรกิจการเมืองทั้งหลาย
ช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ลุล่วงไปด้วยดี จนทุกคนรู้สึกว่าสถานการณ์น่าจะกลับสู่สภาวะปรกติ
.
แต่แล้ววาบิสึเกะเปิดเผยว่า เขาเป็นผู้เขียนเลิฟแมชชีนเองโดยใส่ความอยากรู้อยากเห็นให้มัน
เขาทำลงไปก็เพื่อคุณย่า และผลงานชิ้นนี้ช่วยให้เขาได้รับสัญญาว่าจ้างก้อนโตกองทัพสหรัฐฯ
เรื่องนี้ทำให้คุณย่าไม่พอใจมาก วาบิสึเกะจึงจากไป คืนนั้นเอง คุณย่าเรียกเคนจิเข้าไปเล่นไพ่
และฝากฝังให้เขารับปากช่วยดูแลนัตสึกิ ราวกับคุณย่ารู้ว่าตนเองจะเสียชีวิตในเช้ามืดวันถัดมา
เมื่อตามตัววาบิสึเกะไม่พบ, สมาชิกชายในบ้านจินโนอุจิตัดสินใจที่จะจัดการเลิฟแมชชีนให้ได้
เหตุการณ์นี้ยิ่งทำให้เคนจิตระหนักยิ่งขึ้นไปอีกว่าแต่ละคนในบ้านมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
ทั้งหมดสามารถล่อลวงให้เลิฟแมชชีนติดกับดักได้ ทว่า ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็เกิดขึ้น
เลิฟแมชชีนที่ยึด Avatar กว่า 400 ล้านแอคเคาท์ หรือ 1 ใน 3 ของออซ ก็หลุดออกมาจนได้
.
เลิฟแมชชีนโกรธมาก ไปควบคุม Avatar นำร่องของยานอวกาศซึ่งสูญเสียการควบคุมลำหนึ่ง
ให้พุ่งใส่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 1 ใน 400 แห่งแบบสุ่มภายใน 2 ชั่วโมง โดยหาทางป้องกันไม่ได้
เมื่อ "King Kazma" ที่แกร่งที่สุดไม่สามารถโค่นเลิฟแมชชีนซึ่งๆ หน้าได้ก็ต้องคิดหนทางใหม่
แล้วเคนจิก็นึกขึ้นมาได้ว่าเลิฟแมชชีนชอบเล่นเกมและคนในบ้านนี้ล้วนเก่งการเล่นไพ่ดอกไม้
เพราะว่าผ่านการฝึกฝนจากคุณย่าซากาเอะแห่งตระกูลจินโนอุจิกันมาอย่างหนักหน่วงถ้วนหน้า
นัตสึกิรับหน้าที่เป็นคู่ต่อสู้เลิฟแมชชีนในเกมนี้เพื่อชิงเอา Avatar นำร่องกลับคืนมาให้ทันเวลา
การแข่งขัน น่าประทับใจมากจนไม่อาจเขียน Spoil ได้ ถึงแม้นี่จะเป็น Spoil Section ก็ตามที
แถมแอนตี้ไคลแมกซ์จากเลิฟแมชชีน ที่เก๋าจนไม่อยากเขียน Spoil เช่นกัน
<<< End Spoil
.
สุดท้าย เรื่องราวก็จบลงอย่างมีความสุขตามความต้องการของคุณย่าซากาเอะทุกประการเอย
.

.
ส่วนที่ชอบ
- รายละเอียดขององค์ประกอบต่างๆ ภายในโลกเสมือน "OZ" ซึ่งถูกใจเจ้าของบล็อกอย่างยิ่ง
ทั้งประสิทธิภาพการบริหาร ความสะดวกในการใช้งานจนถึงความปลอดภัยทั้งด้านบวกและลบ
- ตัวละครภายในบ้านจินโนอุจิจำนวนไม่น้อยที่แอบเก๋ามาก และใช้งานในเรื่องได้ค่อนข้างคุ้ม
นำเสนอภาพภายในบ้านจินโนอุจิได้น่าสนใจทั้งลักษณะตัวอาคารไปจนถึงพฤติกรรมตัวบุคคล
- นำเสนอโลกไร้พรมแดนแท้จริงที่คนรุ่นเก่าๆ ก็สามารถเข้าถึงได้ ไม่จำกัดเฉพาะคนรุ่นใหม่ๆ
อุปกรณ์ 8 บิทก็ใช้บริการได้เท่าเทียมกัน ไม่จำกัดเฉพาะของแบรนด์เนมแพงๆ เอาไว้ดูถูกกัน
- ช่วงไคลแมกซ์ของเรื่องที่ผิดความคาดหมายจากปรกติ โดยนำเสนอได้ค่อนข้างโดนใจมาก
ผสมผสานวัฒนธรรม Local เข้ากับสถานการณ์ Global ในรูปแบบที่ไม่เชยเหมือนอะนิเมไทย
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- เพลงประกอบหลักท้ายเรื่องซึ่งหลายคนอาจชอบแต่ว่าไม่ค่อยถูกใจเจ้าของบล็อกสักเท่าไร
เพราะเจอ We Love in OZ ที่ใช้ประชาสัมพันธ์ Summer Wars เวอร์ชั่นเกาหลี ซึ่งถูกใจกว่า
.
ประเด็นเก็บตก
- การออกแบบรูปร่าง Avatar ภายในโลกเสมือน "OZ" ที่หลายตัวน่าถูกใจสายเคโมะอย่างยิ่ง
- เห็น "OZ" ที่ใช้งานง่ายแล้ว ก็นึกถึงหลายเว็บไซต์ในบ้านเราที่ออกแบบได้ไล่แขกเหลือเกิน
.

.

.
ของแถมท้ายรีวิว
.
.
Summer Wars : "The World of OZ" (ภาษาอังกฤษล้วน)
ใช้ในการประชาสัมพันธ์โทรศัพท์ LG OZ ของ LG Telecom
.
เพลงต้นฉบับ : "Wizard of OZ" (ภาษาเกาหลี + อังกฤษ)

ศิลปิน : Clazziquai Project อัลบั้ม : Mucho Punk (2009)
>>> ฟังเพลง "Wizard of OZ" ต้นฉบับ <<<

.

Avatar : อนารยะขัดขืน

posted on 19 Dec 2009 12:59 by chubby  in Review-Movie

.
พี่ชายของ เจค ซัลลี เป็นนักวิทยาศาสตร์ในโครงการ "อวตาร" ซึ่งเสียชีวิตขณะถูกจี้ชิงทรัพย์
เจ้าหน้าที่ของกองทัพเดินทางมาพบเจคเพื่อสอบถามว่าเขาสนใจจะเข้ามาแทนที่พี่ชายหรือไม่
โดยอธิบายว่าพวกเขาเป็นฝาแฝดที่มีพันธุกรรมเหมือนกัน จึงไม่มีปัญหาต่อโครงการ "อวตาร"
เจค เป็นนาวิกโยธินที่ได้รับบาดเจ็บ เป็นอัมพาตครึ่งล่างของร่างกาย ต้องใช้รถเข็นตลอดเวลา
วิธีการรักษานั้นมีอยู่ แต่ต้องอาศัยเงินจำนวนมากซึ่งเบี้ยเลี้ยงจากกองทัพไม่มีทางพอแน่นอน
จึงเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ "ขาจริง" กลับคืนมา หากปฏิบัติภารกิจในโครงการ "อวตาร" สำเร็จ
.
"อวตาร" คือร่างที่เกิดจาก DNA มนุษย์ผสม DNA ชาว "นาวี" ผู้อาศัยดั้งเดิมบนดาวแพนดอร่า
ผิวสีฟ้า ร่างกายใหญ่โตแข็งแรงกำยำด้วยกระดูกคาร์บอนไฟเบอร์ แต่คล่องแคล่วปราดเปรียว
แม้มนุษย์พยายามซื้อใจชาวนาวีด้วยการสร้างโรงเรียน หายารักษาโรคหรืออะไรต่อมิอะไรให้
แต่ชาวนาวียังโจมตีมนุษย์ ที่มาตั้งรกรากทำเหมืองแร่อยู่ในอาณานิคมบนดาวแห่งนี้เป็นระยะๆ
เหตุผลสำคัญซึ่งทำให้มนุษย์ไม่ยอมแพ้คือ แร่อันอ็อบเทเนียม ราคากิโลละ 20 ล้านดอลลาร์
โดยจุดที่สายแร่หนาแน่นที่สุดนั้นอยู่รอบ Home Tree ซึ่งเป็นที่ตั้งหมู่บ้านของชาวนาวีนั่นเอง
.

Unobtainium
หมายถึงแร่ธาตุที่มีราคาสูงมากจนยากที่จะหาไว้ในครอบครอง (Unobtain : อันอ็อบเทน)
มีคุณสมบัติทางกายภาพที่เหมาะสมสำหรับผลิตภัณฑ์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับสูง

.
ร่างอวตารเป็นโครงการในส่วนของห้องแล็บเพื่อใช้แทนร่างกายมนุษย์ในการสำรวจดาวดวงนี้
เกรซ สาวใหญ่หัวหน้าแล็บ รู้สึกไม่ชอบใจนัก ที่เบื้องบนส่งเจคซึ่งยังไม่ผ่านการฝึกมายังแล็บ
แต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้เจครับหน้าที่ควบคุมร่างอวตารในฐานะคนคุ้มกันนักวิทยาศาสตร์แทน
ครั้งแรกที่เข้าสู่อวตาร เขารู้สึกลิงโลดใจมากที่ใช้ขาวิ่งไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องนั่งรถเข็น
ทว่า เพียงภารกิจภาคสนามในร่างอวตารวันแรก เจคถูกสัตว์ท้องถิ่นไล่ล่าจนพลัดหลงกับกลุ่ม
ก่อนจะเข้าตาจนท่ามกลางป่าอันมืดมิด เนย์ติริ หญิงสาวชาวนาวีก็ปรากฎตัวมาช่วยชีวิตเอาไว้
.
Start Spoil >>> ตอนแรก เนย์ติริ เตรียมง้างคันธนู โดยตั้งใจจะสังหารเจคในร่างอวตารแล้ว
แต่เมล็ดของ "เอวา" เทพเจ้าสูงสุดที่ชาวนาวีนับถือได้แสดงนิมิตบางอย่างขึ้นจนเธอเปลี่ยนใจ
พาเขาไปยังหมู่บ้านชาวนาวีบนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ให้หัวหน้าหน้าเผ่าตัดสินว่าจะทำอย่างไรต่อไป
หัวหน้าเผ่า (พ่อของเนย์ติริ) นั้น ไม่ค่อยพอใจ "คนจากฟ้า" ที่ทำตัวเป็นน้ำเต็มถ้วยตลอดเวลา
แม้ชาวนาวีพยายามสอนอะไรให้ พวกเขาก็เหมือนไม่เข้าใจ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น
แต่เจคก็ยืนยันว่า ตัวเขาเป็นถ้วยที่ว่างเปล่า พร้อมเปิดรับเพื่อเรียนรู้วิถีของชาวนาวีอย่างเต็มที่
.
พ่อแม่ของเนย์ติริมอบหมายให้เธอทำหน้าที่ดูแลและสอนสั่งวิถีของชาวนาวีทุกประการแก่เจค
ช่วงแรกๆ เมื่อถึงเวลานอน เจคจะออกจากอวตารแล้วไปรายการข้อมูลต่างๆ แก่ผู้พันควอริตช์
หัวหน้าหน่วยคุ้มครองอาณานิคมบนดาวแพนดอร่า ซึ่งอยากรู้จุดอ่อนของชาวนาวีเป็นอย่างยิ่ง
โดยเจคต้องหาทางเกลี้ยกล่อมให้ชาวนาวีอพยพไปจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ให้ได้ ภายใน 3 เดือน
ก่อนควอทริตช์จะลงมือใช้กำลังขับไล่พวก "อนารยะ" เพื่อเปิดทางให้ผู้ว่าจ้างเข้าไปทำเหมือง
หากเจครายงานข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่เขา เขาก็จะทำเรื่องให้กองทัพช่วยรักษาร่างกายเจค
.
แต่ 3 เดือนผ่านไป เจคเริ่มหลงไหลในวิถีชีวิตของชาวนาวี ทั้งยังตกหลุมรักเนย์ติริอีกต่างหาก
ทว่าสถานการณ์ถึงจุดแตกหักเมื่อไม่สามารถเกลี้ยกล่อมให้ชาวนาวีย้ายจาก Home Tree ได้
ก็เพราะพวกเขาใช้ชีวิตอย่างสงบ ไม่ได้ต้องการอะไรที่ "คนจากฟ้า" พยายามยัดเยียดให้เลย
"อารยชน" ตัดสินใจใช้กำลังขับไล่ "อนารยชน" ออกไป โดยทำลาย Home Tree ทิ้งทั้งหมด
เจคและเกรซ ซึ่งคัดค้านการกระทำของควอทริตช์และตัวแทนบริษัททำเหมืองถูกจับขังเอาไว้
ก่อนจะหนีมาได้ด้วยความช่วยเหลือของนักวิจัยและนักบินคนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์นี้
.
เกรซถูกกระสุนลูกหลงขณะหลบหนีจนบาดเจ็บสาหัส เจคจึงคิดพาเธอไปให้ชาวนาวีช่วยเหลือ
แต่เขาต้องอัพเกรดสถานภาพที่สูญเสียกลับคืนมาให้ได้ก่อนจะบากหน้าไปยังต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์
นั่นคือ "โทรุค มัคโต" หรือผู้ควบคุมสิ่งมีชีวิตซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารบนดาวดวงนี้
ในประวัติศาสตร์ของนาวี มีอยู่ 5 คนเท่านั้นที่สามารถควบคุมโทรุคได้โดยไม่ถูกหม่ำเสียก่อน
จะด้วยเจตนารมณ์ของ "เอวา" หรือสาเหตุอื่นใดก็ตาม เจคก็กลายเป็น "โทรุค มัคโต" คนที่ 6
เขารวบรวมชาวนาวีทั่วแพนดอร่าลุกขึ้นสู้ และขับไล่มนุษย์ออกไปได้สำเร็จ
<<< End Spoil
.
เมื่ออารยชนทำในสิ่งที่ไม่สมกับเป็นอารยะ, สิ่งที่อารยชนตราหน้าว่าเป็นอนารยะย่อมลุกขึ้นสู้
เมื่ออนารยชนลุกขึ้นสู้, พวกอารยะก็ยิ่งยัดเยียดภาพลบเข้าไปอีก โดยไม่เคยมองดูตัวเองเลย
...ดูเหมือนเราคงต้องนิยามคำว่า "อารยะ" กันใหม่เสียแล้ว...
.

.
ส่วนที่ชอบ
- งานภาพสุดแจ่ม ที่ผู้กำกับ เจมส์ คาเมรอน สร้างมาตรฐานใหม่มาอีกขั้น ให้คนอื่นเป็นผู้ตาม
"เข้าใกล้" คำตอบของคำถามที่ว่า "จะทำ CG ให้เหมือนกับคนจริงๆ ทำไม" ไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว
ถ้าใช้สำนวนดราม่า ก็คงออกมาประมาณว่า "CG เรื่องอื่นก่อนหน้านี้กากส์หมดเลยเนอะเธอว์"
(คำเตือน : แบบ 3D ภาพลึกมาก ควรเลือกตำแหน่งที่นั่งให้เหมาะสม มิเช่นนั้นจะปวดตาสุดๆ)
- นำเสนอภาพ "อนารยะขัดขืน" ของกลุ่มคนที่โดนตราหน้าว่าเป็นพวกป่าเถื่อน ไร้อารยธรรม
จากกลุ่มคนที่ถือว่าตนเองมีความ "ศิวิไลซ์" กว่า (???) ทั้งเทคโนโลยี การศึกษาและทัศนคติ
จนเกิดคำถามขึ้นมาในใจว่า "อารยะ" ที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไรกันแน่ในสายตาของมนุษย์โลก
เพราะดูเหมือนคำนิยามในอุดมคติกับการกระทำในโลกความเป็นจริง จะสวนทางกันอย่างแรง
- ความสัมพันธ์ระหว่าง "เอวา" กับระบบนิเวศน์ทั้งหมดของแพนดอร่า และวิถีชีวิตของชาวนาวี
ที่หลายคนอาจคุ้นๆ จากการ์ตูนสิ่งแวดล้อมบางเรื่อง หรือเกมกับหนัง Final Fantasy บางภาค
มีคำอธิบายที่ดูเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้นใน Avatar แถมมีโอกาสกลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมาก็ได้
ถ้าหากเผ่าพันธุ์มนุษย์ยังมีชีวิตรอดไปจนถึงวันนั้น และยังมีสีเขียวเหลืออยู่บนโลกใบนี้นะครับ
- เพลงประกอบที่เข้ากับอารมณ์ของหนังมาก ช่วยเสริมอารมณ์คนดูให้อินกับสถานการณ์มาก
เพลงตอนจบที่ฟังครั้งแรกในยูทูปแล้วก็งั้นๆ แต่พอมาฟังต่อจากการดูหนังแล้ว รู้สึกโดนใจขึ้น
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- เนื้อเรื่องพื้นๆ ธรรมดา โดยเทรลเลอร์ที่มีบทพูดเยอะๆ ชิ้นหนึ่ง อธิบายทุกอย่างจนหมดแล้ว
เหมือนประวัติศาสตร์การบุกเบิกอเมริกาของคนผิวขาว...ที่เปลี่ยนแปลงรายละเอียดนิดหน่อย
.
ประเด็นเก็บตก
- รายละเอียดภายในเรื่องแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษย์โลกอนาคต
อย่างการแพทย์ที่สามารถรักษาความผิดปรกติทางกายของตัวละครหลักๆ ได้อย่างสบายบรื๋อ
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนโลกปัจจุบันก็คือ "คุณมีเงิน(เยอะ)พอหรือเปล่า" เพื่อไปให้ถึงการนั้น
แถมความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี (ในหนัง) ก็ไม่ได้ช่วยเหลือสภาพแวดล้อมของโลกให้ดีขึ้น
- การเฮฮาดูถูกใส่เผ่าพันธุ์อื่นนั้น คงจะเป็นเผ่าพันธุ์ "อารยะ" ที่มีอนาคตน่าสมเพชรอคอยอยู่
เมื่อไม่มีใครในสังคม อยากออกมารั้งเตือนอีกต่อไป เพราะถึงเตือนไปก็จะถูกแขวะกลับมาว่า
"กระแดะทำตัวเป็นคนดี" หรือ "ก็แค่เรื่องขำๆ คนอื่นเขาหัวเราะกัน จะซีเรียสอะไรกันนักหนา"
กว่า "อารยะ" นั้นจะรู้ตัวตื่นขึ้นจาก "อวตาร" คงโดน "อนารยะ" อื่นรอบตัวแซงไปจนหมดแล้ว
- ดูภายนอก Avatar ก็เหมือนหนังแอ็คชั่นไซไฟทั่วไป แต่เนื้อในนั้น เป็นหนังสีเขียวสุดๆ ครับ
นอกจากตั้งคำถามถึงความหมายของ "อารยะ" แล้ว ทำให้เรารู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาตะหงิดๆ
ยังไม่ต้องมองไกลถึงอนาคตแบบ Avatar เลยครับ แค่ปัจจุบันนี้ปัญหาการแย่งชิงทรัพยาการ
จากคนกลุ่มหนึ่ง ไปให้คนอีกกลุ่มหนึ่งบริโภคอย่างไม่เป็นธรรม เรายังแก้ไขไม่สำเร็จเลยครับ
- "เนื่องจากภาพยนตร์มีความยาวมากกว่าปรกติ ทางเราจำเป็นต้องขอขึ้นราคาค่าตั๋ว บลาๆๆๆ"
แล้วภาพยนตร์ที่สั้นกว่าปรกติหรือว่าห่วยกว่าปรกติ จะมีโปรโมชั่นลดราคาบ้างหรือเปล่าครับ ?
.

.
21/12/2552
IMDb : 8.9/10
Metacritic : 83/100
Rotten Tomatoes : 83%
.

.
ของแถมท้ายรีวิว
.
.

I See You : Leona Lewis
.

Loading