Anti-Hazing Law : กฎหมายต่อต้านการรับน้อง
.
Hazing คืออะไร ?
Hazing คือการกลั่นแกล้ง, ความพยายามที่จะทำให้อาย, น่าขบขัน ในกรณีนี้หมายถึงการรับน้องของสถาบันอุดมศึกษาในอเมริกา
ซึ่งมีกระบวนการรับน้องผ่านทางกลุ่มองค์กร แยกหญิงชาย ผ่านทางชมรมต่างๆ (ไม่ใช่ไปรับน้องเรื่อยเปื่อย ซ้ำซ้อนถึงตัวสาขาวิชา)
.
สถานภาพการใช้ Anti-Hazing Law ในปัจจุบัน
44 ใน 50 รัฐของอเมริกามีการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้และ 7 ใน 44 รัฐถือว่านี่เป็นความผิดอาญา (มูลความผิดที่ยอมความไม่ได้)
ข้อดีของกฎหมายฉบับนี้คือ ไม่ว่ารุ่นพี่จะแอบหลบผู้บริหารสถานศึกษาไปทำกิจกรรมรับน้องที่ไหน มันก็ถือเป็นคดีอาญาอยู่วันยังค่ำ
ข้อดีอีกประการหนึ่งคือ เวลามีใครตาย (ที่อเมริกามีผู้เสียชีวิตตลอดระหว่างปี 2513 - 2547) ก็จะมีผู้รับผิดชอบในความผิดชัดเจน
ไม่ใช่ออกมาบอกว่า เห็นแก่อนาคตรุ่นพี่บ้าง, เป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดบ้าง, ออกมาขอขมาแล้วก็จบๆ กันแบบบางประเทศ
แล้วอีตอนก่อนรับน้อง ทำไมมันไม่คิดกันมั่งว้า ?
.
เหตุผลของการออก Anti-Hazing Law
เพราะสถาบันการศึกษาในบ้านเขายอมรับว่า เขาไม่สามารถควบคุมสถานการณ์รับน้องที่มันเกินเหตุได้ ไม่หน้าบางแบบบางประเทศ
ครั้นบ้านเรา พอมีอาจารย์สักคนออกมาลุกขึ้นสวนกระแส ก็ถูกรุ่นพี่กรีดยางรถและข่มขู่ถึงที่พัก (ใครกล้าบอกว่ามันไม่เคยเกิดบ้าง ?)
Anti-Hazing Law จึงเกิดขึ้นเพื่อจัดการกับพฤติกรรมของนักศึกษาที่ไร้วุฒิภาวะของบ้านเขา ซึ่งจะประทศไหนๆ ก็เหมือนๆ กันทั้งนั้น
ถ้าคิดว่าแรงไป งั้นก็ช่วยบอกหน่อย นักศึกษาบ้านเรามีวุฒิภาวะขนาดไหน จากพฤติกรรม, กิจกรรม, การกระทำที่เห็นกันทุกวันนี้ !!??
อะไรก็ได้ครับ ไม่จำกัดแค่กิจกรรมรับน้องหรอก (แต่ไอ้ประเภทออกค่ายอาสาโดยมีหน่วยกิตมาล่อนี่ขอทีเถอะ เอาไปให้ไกลๆ เท้าเลย)
ยกตัวอย่างได้ก็เหลือคำถามสุดท้าย พฤติกรรมการกระทำที่แสดงถึงความมีวุฒิภาวะ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของนักศึกษาทั้งหมดครับ ?
.
การยืนหยัดของระบบรับน้อง
ไม่ว่าอเมริกาหรือไทย รุ่นพี่จะมีรูปแบบ (Pattern) ของคำพูดเหมือนกันเป๊ะ คือ 1) คุณไม่เคยรับน้อง 2) ต้องรับน้องเสร็จก่อนถึงจะรู้
พร้อมหยิบแผนงานขึ้นมาอธิบายถึงวิธีการที่พวกเขาใช้ (ว่าแต่คุณคิดว่านักศึกษา ป.ตรี บ้านเรา เขียนโครงการกันเป็นแล้วจริงๆ รึ ?)
ระบบ ไม่สามารถยกเลิกได้ง่ายๆ โดยความสมัครใจ เพราะความทรงจำด้านลบ (ในบางกิจกรรม) มันฝังแน่นลงไปในความรู้สึกแล้ว
กลไกการปกป้องตนเองทางจิตวิทยาอย่างหนึ่งคือ การยอมรับกิจกรรมนั้นๆ (เป็นทฤษฎีที่สุดแสนจะเบสิคของสาขาจิตวิทยาทั่วโลก)
ถ้ากิจกรรม "บางอย่าง" ถูกล้มเลิก ก็เท่ากับว่าหลักที่คนพวกนี้เคยเกาะอยู่ถูกทำลายไป สิ่งที่พวกเขาเคยโดนมาจะไร้ความหมายทันที
เมื่อวิธีการเลิกโดยสมัครใจไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกฎหมายขึ้นมาบังคับใช้นั่นเอง หลักการมันก็ง่ายๆ
.
ถ้าคุณทำคนตาย คุณก็ต้องรับผิดชอบ (ไม่ใช่ขอโทษแล้วก็จบ เฮ้อ ผมก็ไม่อยากจะพูดมาก แต่บ้านเราชีวิตมนุษย์มันมีราคาถูกจริงๆ)
ถ้าคุณคิดว่ากฎระเบียบของโรงเรียนมัธยมงี่เง่าไร้สาระ คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้สักกระผีกเดียวที่จะไปบังคับใครเข้าเข้าร่วมกิจกรรมของคุณ
ถ้าคุณยังบังคับให้รุ่นน้องทำตามกฎของคุณอย่างเผด็จการ คุณก็ไม่มีสิทธิ์แม้สักกระผีกเดียวที่จะไปด่ารัฐบาลที่กระทำตัวเหมือนคุณ
.
ส่งท้าย
ตราบเท่าที่คำว่า "ร่วมกิจกรรมโดยสมัครใจ" เป็นแค่ตัวหมึกที่เปื้อนบนกระดาษ แต่ทางปฎิบัติจริงมีการแอนตี้,บอยคอต, ตัดรุ่น ฯลฯ
ตราบเท่าที่ทุกกิจกรรม ทุกเพลงเชียร์ "ส่วนใหญ่" ล้วนมีแต่เนื้อหา "เพื่อตัวเอง", "เพื่อหมู่คณะ", ไม่มีเพื่อวิชาการ ความรู้ ชุมชน สังคม
ผมเองไม่คิดว่าบ้านเราจะเจริญก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้หรอกครับ มันเดินทางมาจนถึงขีดสุดของการพัฒนาแล้ว (ยกเว้นเปลือกนอก)
ถึงแม้ว่าบ้านเราชอบรับอะไรต่อมิอะไรมาจากต่างประเทศ แม้กระทั่งกิจกรรมรับน้องก็ไม่เว้น
แต่ผมว่า ไม่มีทางที่คนพวกนี้จะรับเอา Anti-Hazing Law เข้ามาหรอกครับ เสียหน้าจะตาย
และฟันธงได้เลย ผมโดนด่าทั้งต่อหน้าและลับหลังจากพวกที่สนับสนุนการรับน้อง ชัวร์ป๊าบ
.
.
.
เรียบเรียงจาก มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2548
รูปแบบหลัก จากบทความของ ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์
ความรู้สึก จากบทความของ ธเนศวร์ เจริญเมือง, นิธิ เอียวศรีวงศ์, วาณิช จรุงกิจอนันท์ ฯลฯ
หนึ่งในโครงการบล็อก "น้ำเชี่ยว อย่าพึ่งเอาเรือเข้าไปขวาง รอให้มันสงบก่อน"
ต่อต้านเพลงชาติของแกรมมี่ : การกระทำที่รักชาติจริงหรือ ?
.
ประเด็นในครั้งนี้ เป็นเรื่องเพลงชาติ 6 เวอร์ชั่นของแกรมมี่
ยังไม่ทันลองฟังแท้ๆ ก็เจอกระแสสับสับสับจนเละเป็นโจ๊ก
ซึ่งสมกับเป็นประเทศไทยดีครับ ชอบพิพากษาไปก่อนทุกที
หลังจากที่ผมลองฟังของจริงแล้ว บางเวอร์ชั่นผมชอบมาก
ไม่เห็นแตกต่างจากการที่พวกเราร้องเพลงชาติตรงไหนเลย
ที่ร้อยคนร้อง ก็ออกมาร้อยสำเนียง เพี้ยนยิ่งกว่าแกรมมี่ก็มี
ประเด็นหลักตอนนี้เหลืออยู่เพียง 3 ประการเท่านั้นเอง คือ
.
1. ผู้ที่เห็นว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องเข้าไปเปลี่ยนแปลง
ผมก็ขอยกตัวอย่าง เพลงสรรเสริญพระบารมี ซึ่งเป็นเพลงที่เราเทิดทูนเบื้องสูง เช่นเดียวกัน
อย่าว่างั้นว่างี้เลย ผมดูหนังในโรงมาก็หลายปี เจอเพลงสรรเสริญพระบารมีมาไม่รู้กี่เวอร์ชั่น
หลายเวอร์ชั่นในโรงหนังผมเองชอบมากด้วย เพราะการรักในหลวงคงไม่ใช่แค่การร้องเพลง
ลูกเล่น ทำนองร้อง ดนตรีแบบพิสดารพันลึกยิ่งกว่าแกรมมี่ ก็มีนับไม่ถ้วนมานานมากๆ แล้ว
และผมไม่เห็นว่าจะเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์ตรงไหน ฟังเวอร์ชั่นไหนๆ ก็ซึ้งทุกที
.
สถาบันกษัตริย์ที่เราเทิดทูนมีเพียงหนึ่งเดียว คงไม่ต่างไปจากสถาบันชาติที่มีเพียงหนึ่งเดียว
แต่พอหันกลับมาดูกรณีเพลงชาติ กลับเกิดอะไรขึ้น ? เกิดกระแส ให้ใช้เพลงชาติแบบเดิมๆ
ขอโทษทีครับ คุณแน่ใจหรือว่าเพลงชาติที่เราร้องกัน ตอน 8 โมงเช้าและ 6 โมงเย็นทุกวันนี้
เป็นของดั้งเดิมจริงๆ ล่ะหรือ ? มีเนื้อร้องทำนองแบบเดียวอยู่แล้วจริงๆ ล่ะหรือ ? แน่ใจนะ ?
ถ้าแน่ใจ ผมก็ไม่ว่าอะไร ขอให้เคารพเพลงชาติกันจริงๆ ไม่ใช่ทำเฉพาะตอนเป็นเด็กนักเรียน
.
2. อคติที่มีต่อแกรมมี่ สืบเนื่องจากเหตุผล (?) ในข้อที่ 1
งานนี้แกรมมี่ซวยครับ เหมือนกรณี MV D2B ของอีกค่ายหนึ่งที่นักร้องเป็นฝ่ายโดนถล่มเละ
ทั้งที่ฝ่าย Producer ซึ่งเป็นผู้นำเอา CG เกม Final Fantasy มาใช้ สมควรโดนตำหนิแท้ๆ
แต่เพราะอคติของ "คน" ทำให้นักร้องไม่รู้อิโหน่อิเหน่ โดนด่าสาดเสียเทเสีย ไม่ได้ผุดได้เกิด
พอมาเป็นเพลงชาติ อะโห เลือดบางระจันพุ่งเลยครับ ทั้งที่สมัยบางระจันยังไม่มีเพลงชาติ
สงสัย อนาคต คงมีกฎระเบียบ ห้ามค่ายเพลงมายุ่งอะไรกับเพลงชาติสุดที่รักของชั้นแหงๆ
.
สำหรับงานนี้ แกรมมี่รับจากกระทรวงกลาโหม และส่งต่อให้กระทรวงวัฒนธรรมตรวจสอบ
เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนทุกประการ มิได้แต่งเพลงเองโดยพลการ หรือกล่าวอ้างลิขสิทธิ์
ถ้ากระทรวงวัฒนธรรมตรวจสอบแล้ว ไม่เห็นสมควร เพลงก็จะไม่ถูกนำมาใช้ ทุกอย่างก็จบ
น่าเศร้า ถ้ากรรมการตัดสินจากกระแสสังคมที่ไม่เคยฟังเพลง มากกว่าจะตัดสินที่ตัวเพลง
ทำไมผมถึงพูดแบบนี้ ? ผลโหวตในรายการถึงลูกถึงคนมันฟ้องอยู่ทนโท่ เห็นอยู่ตำตาครับ
รักชาติไว้ก่อน เพลงเป็นยังไงไม่สน ทำอะไรที่ปากบอกว่ารักชาติ ก็ทำไปเถอะ ถูกต้องเสมอ
.
จบเห่ครับ ตั้งทัศนคติแบบนี้ก็เลิกเสวนาด้วยสติปัญญา เอาเหตุผลโยนลงถังขยะไปได้เลย
.
3. ขั้นตอนการจัดจ้าง ระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน
นี่คงเป็นเหตุผลที่สามารถหยิบยกขึ้นมาเล่นงานได้ง่ายที่สุดแล้วล่ะครับ เพราะมันโหว่จริง
ในขณะที่เหตุผลข้ออื่น เป็นเรื่องของความรู้สึก ความรัก ความชอบ อคติ ศรัทธา บลาๆๆ
แต่หลังจากสำรวจตามเว็บบอร์ดต่างๆ แทบหาคนพูดถึงประเด็นอื่นที่ไม่ใช่ข้อ 1, 2 ไม่เจอ
.
สรุป
ผมก็ได้แต่บ่นๆ กับ "ความรักชาติแบบไทยๆ ไฟไหม้ฟาง" ซึ่งมีมาตลอดทุกยุคทุกสมัยครับ
น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง เพราะจะเจอกับกระแสอคติอันเชี่ยวกรากพัดจนเรือล่มได้ง่ายๆ
แต่นานๆ ที ผมขอแสดงความคิดเห็นตอนที่มันเกิดเรื่องขึ้นใหม่ๆ บ้างสิ ก็อยากรู้เหมือนกัน
Social Review : สงกรานต์ วันไหน ทำอะไร
.
อดีต - วันรดน้ำ ถ้อยที่ถ้อยอาศัย ไม่ละลาบละล้วงเกินเลย ไม่ฉวยโอกาส
.
วันที่ 13 เมษายน "วันสังขารล่อง" (สังขานต์ล่อง)
- วันเริ่มต้นปีใหม่ เป็นวันทำความสะอาดชำระล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ให้หมดไป พร้อมต้อนรับสิ่งที่เป็นมงคลเข้ามาในชีวิต
- มีการสรงน้ำพระพุทธรูปในบ้านและอธิษฐานกล่าวไล่สิ่งไม่ดีให้ตกไป ใช้น้ำขมิ้นส้มป่อยลูบศีรษะตัวเองและคนในบ้าน
วันที่ 14 เมษายน "วันเนา" หรือ "วันเน่า"
- เป็นวันที่ห้ามทำสิ่งอัปมงคล ไม่ใช้คำพูดหยาบคาย ไม่ด่าทอ ทะเลาะวิวาท มิเช่นนั้นชีวิตจะมีแต่สิ่งอัปมงคลไปตลอดปี
- ช่วงบ่ายขนทรายเข้าวัด ถือเป็นการนำทรายทดทดแทนส่วนที่ติดเท้าเราออกจากวัดไปตลอดปี ประดับเจดีย์ด้วยตุงไส้หมู
วันที่ 15 เมษายน "วันพญาวัน" (พระญาวัน) หรือ "วันเถลิงศก"
- ตอนเช้าทำบุตรตักบาตร "ตานขันข้าว" อุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ตอนบ่ายเริ่มการดำหัว ขอขมาลาโทษต่อญาติผู้ใหญ่
.
ปัจจุบัน - วันสาดน้ำ เอาให้ตายกันไปข้าง ล้วงได้เป็นล้วง ควักได้เป็นควัก
.
วันที่ 13 เมษายน "วันสังขารลอยล่อง" (ล่องกันทุกวัน - เฮียร่วมกตัญญูกับป่อเต็กตึ้งจะได้มีงานทำไง)
- วันเริ่มต้นปีใหม่ คนที่ทำดีก็รับสิ่งที่เป้นมงคลเข้ามาในชีวิต คนที่เลวก็รับสิ่งที่เป็นอัปมงคลเข้ามาในชีวิต เลือกเอาตามใจ
- วันหยุดราชการอย่างเป็นทางการวันแรก ไม่เมาไม่กลับ ไม่เมาไม่ขับ กินกันสุดเหวี่ยง ไม่แตกต่างไปจากวันทำงานตรงไหน
- สังขารอาจลอยล่องออกจากรถได้ ถ้าเมาแล้วขับ ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำให้การตัดสินใจช้าลง 40%
วันที่ 14 เมษายน "วันเน่าเฟะ" (เฟะกันทุกวัน - ก็มันสนุกนี่)
- พบเห็นความอัปมงคลทางวจีกรรมได้ตามห้องสนทนาภายในเกมออนไลน์ เกือบทุกเกม ที่ให้บริการในประเทศไทยแห่งนี้
- ช่วงบ่ายไปเดินเที่ยวห้าง ถือเป็นการใช้จ่ายทดแทนความเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศ ประดับตัวด้วยสายเดี่ยวไข่ดาว
- ไม่ว่าจะเป็นวันไหน การธำรงไว้ซึ่งเผ่าพันธุ์ระหว่าง "สายเดี่ยว ไข่ดาว" กับ "เด็กแนว เหมือนกันหมด" ก็ยังคงดำเนินต่อไป
วันที่ 15 เมษายน "วันพญาโศก" (โศกกันทุกวัน - แต่ไม่จำ)
- ตอนเช้าตื่นมาในโรงแรมม่านรูด กรณีไม่สมยอม ก็ได้แต่สวดส่งบรรพบุรุษไปพลางๆ ตอนบ่ายเดินทางไปแจ้งความที่ สน.
- ตอนเย็นเดินทางกลับบ้านใครบ้านมัน พลาดท่าท้องขึ้นมาก็ทำแท้งเหมือนกับอีก 3 แสนคนที่ทำกันในช่วงระยะเวลา 1 ปี
.
ขอให้ทุกท่าน จงมีความปลอดภัยในเทศกาลสาดน้ำนี้
ทำไมถึงอวยพรว่าเป็นความปลอดภัย ไม่ใช่ความสุข ?
ก็เพราะเทศกาลรดน้ำ มันตายไปหลายปีแล้วน่ะสิครับ
.
(ปล. บล็อกนี้เป็นตัวอย่างของการมองโลกแง่ร้าย, เด็กดีทุกท่าน อย่าเอาเยี่ยงอย่างนะครับ)