Social-review

Social Review : 10 วันผ่านไป ทีวีไทยกับสึนามิ
.
Prologue
จากเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยเมื่อช่วงสายของวันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2547 ถึงวันนี้ 5 มกราคม 2548 ก็ผ่านไปแล้ว 10 วัน นอกเหนือจากการส่งความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ แล้ว ประเด็นหนึ่งที่เป็น Talk of the Town ก็คือเรื่องของสถานีโทรทัศน์บางช่อง โดยในบทความนี้ ผมเลือก 2 สถานีที่จะพูดถึงในบทความนี้เป็นหลัก นั่นก็คือ myTV ทีวีเคยเสรี กับ ช่องเจ็บสี ทีวีเพื่อใคร
.
ทุกกิจการในโลกล้วนก่อตั้งขึ้นมา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ย่อมมีเป้าหมายอยู่อย่างหนึ่งที่พึงกระทำก็คือ การอยู่รอด เพราะคงไม่มีใครตั้งบริษัทขึ้นมาแล้วบอกว่า "อยากให้ล้มละลายจังเลย" เป็นแน่ ดังนั้นทุกกิจการจึงต้องมีการดำเนินการด้านธุรกิจควบคู่ไปด้วย ประเด็นนี้จึงเป็นเรื่องหนักใจของ "สื่อสารมวลชน" ที่ต้องทำเพื่อสังคมและเพื่อปากท้องของตนเองไปพร้อมๆ กัน
.
What's Up ?
ภัยธรรมชาติที่รุนแรงติดอันดับแห่งศตวรรษที่ 21 ที่บ้านเราเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบ แต่หน้าแปลกใจที่วันแรก คนไทยเป็นจำนวนมากกลับรู้เรื่องโศกนาฎกรรมดังกล่าวจาก BBC บ้าง CNN บ้าง อะไรต่อมิอะไรบ้าง เกิดอะไรขึ้นกับทีวีไทย ? เหตุการณ์ที่สำนักข่าวต่างประเทศเล่นเป็นสกู๊ปยักษ์ใหญ่ แต่ชั่วโมงแรกของบ้านเรา มีเพียงภาพจากช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์
.
myTV ทีวีเคยเสรี (นามสมมุติ - ปัจจุบันเปลี่ยนสโลแกนเป็น myTV ไม่ดูก็ได้) เป็นช่องแรกที่ถอดรายการปรกติออกจากผังตั้งแต่ 13.00 น. และเสียบรายงานสถานการณ์ภาคใต้เข้ามาแทน จนกระทั่ง 18.00 น. ก็เป็นการรายงานข่าวภาคใต้ 100% (มีสป็อตโฆษณาคั่นเพียงเบรกละ 1 ชิ้น) ตามติดๆ มาด้วย ช่องกร้าว (นามสมมุติ) ที่ทรมานพิธีกรชายท่านหนึ่งเสียงแห้งอยู่หลายวัน
.
ส่วน ช่องเจ็บสี ทีวีเพื่อใคร (นามสมมุติ - ปัจจุบันได้รับนามใหม่ว่า ช่องเจ็บสี ทีวีเพื่อสปอนเซอร์) โดนวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการนำเสนอข่าวเป็นอย่างมาก ตามมาติดๆ ด้วย ช่องสยาม (นามสมมุติอีกเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันเจ้าของบทความถูกฟ้องหมิ่นประมาท :P) แต่ทั้งนี้ก็ยังมีเสียงเชียร์จากผู้ชมกลุ่มหนึ่งให้เหตุผลว่า จะให้ดูแต่ภาพเหตุการณ์หดหู่อย่างเดียวทั้งวันหรืออย่างไร
.
ดังที่ได้เกริ่นนำไว้ข้างต้น สถานีโทรทัศน์ เป็นกิจการเพื่อ "สังคม" (เพราะคงไม่มีใครสร้างสถานีไหนมาให้แมวน้ำดู) แต่ในขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์เองก็ต้องทำ "ธุรกิจ" เพื่อให้ตัวเองอยู่รอดในสังคมด้วยเช่นกัน ทว่า เหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยในครั้งนี้ ทำให้ประชาชนในบ้านเราได้เห็นกันอย่างชัดเจนแล้วว่า สถานีโทรทัศน์ช่องใด เลือก "สังคม" มาก่อน หรือเลือก "ธุรกิจ" มาก่อนบ้าง
.
ด้วยเหตุนี้ การกระทำของ ช่องเจ็บ จึงไม่สามารถตัดสินได้ว่าถูกหรือผิดแต่อย่างใด อย่างมากก็โดนค่อนแคะในเรื่องกาลเทศะ ขณะที่ myTV พลิกวิกฤติเป็นโอกาส (หลังปีก่อนโดนถล่มเละจากเรื่องผังรายการใหม่) เพราะแสดงให้เห็นว่า แม้จำต้องเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างเพื่อความอยู่รอด แต่เมื่อถึงคราจำเป็นก็เป็นที่พึ่งของสังคมได้ ทำให้ได้ใจ (และเรตติ้ง) จากคนดูเยอะทีเดียว
.
Epilogue
เงินบริจาคของช่องเจ็บหลายสิบล้านก็มิสามารถล้างภาพพจน์ที่ว่า โทรทัศน์ช่องนี้เลือกเอา "ธุรกิจ" มาก่อน "สังคม" ได้หรอกครับ ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือคำถามที่ว่า ถ้าปีหน้าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก และพ่อแม่พี่น้องของผู้ที่กำลังอ่าน Blog หายสาบสูญไป ท่านจะไปติดต่อสื่อช่องไหนก่อนครับ ? แน่นอนว่า ช่องเจ็บสี เป็นคำตอบที่พวกเราทุกคนนึกถึงเป็นช่องท้ายๆ กันอย่างแน่นอน
.
ยกเว้นเสียแต่ จะไปขอลายเซ็นของดาราทั้งหลายในสังกัดช่องเจ็บสี ที่เผอิญรอดชีวิตมาได้จากเหตุการณ์ดังกล่าว เท่านี้เองครับ

TAM 2005 (Part 1) : งานวัดอิเล็กทรอนิกส์
.
Prologue
TAM หรือ Thailand Animation and Multimedia คำโปรยในใบแนะนำงานคือ "จากความสำเร็จของครั้งที่แล้ว ผู้ชมกว่าแสนคนที่เข้ามาตื่นตาตื่นใจกับความหลากหลายในแวดวงแอนิเมชั่นและมัลติมีเดีย ซึ่งปีนี้เราได้มีการจัดให้มีการต่อยอด การแลกเปลี่ยนความต้องการทางธุรกิจให้สะพัดมากขึ้นพร้อมกับกิจกรรมหลากหลายแห่งโลกแอนิเมชั่นและมัลติมีเดีย เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและการผลิตผลงานแอนิเมชั่นและมัลติมีเดียแห่งเอเชีย" โอ้ว ฟังดูยิ่งใหญ่มากเลยครับ
.
โต้โผหลักในการจัดงาน TAM 2005 คือ 1. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT เจ้าเก่า มิตรรักนักเล่นเกมออนไลน์นั่นเอง :P) และ 2. สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (SIPA) งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 9 มกราคม 2548 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สัญลักษณ์ของงานในปีนี้คือไก่ชนสวมนวมต้อนรับปีระกา (ปีที่แล้วมาสคอตเป็นหนุมานให้รับกับปีวอก) เราลองมาดูกันว่า ไก่ชนตัวนี้จะแรงฤทธิ์โกอินเตอร์หรือว่าจะติดเชื้อไข้หวัดนกจนต้องเอาไปฝังทั้งเป็นก่อนกันแน่

.
.

What's Up ?
TAM 2005 มีอะไรบ้าง ? TAM 2005 ประกอบไปด้วยรูปแบบการจัดการ 8 ส่วนหลัก ประกอบด้วย 1. Exhibition / 2. TAM Partnership Program / 3. Technology Showcase / 4. Job Fair / 5. Animation and Multimedia Contest / 6. Conference การประชุมสัมมนาทางวิชาการ / 7. Children Activities / 8. TAFF : Thailand Animation Film Festival / + 1 ส่วนแสดงสินค้า e-Expo @ TAM ...ดูเยอะดีนะครับ แต่ก็มีบาง Event ที่มีระยะเวลาเพียงสั้นๆ และได้พื้นที่จัดแสดงไม่มากนัก...
.
ดังนั้น จะพูดถึงงาน TAM 2005 จากมุมมองคนคนธรรมดาๆ สำหรับคนธรรมดาๆ เมื่อเข้าไปในศูนย์สิริกิติ์แล้ว จะสัมผัสได้ถึงพื้นที่จัดงาน 3 ส่วนหลักๆ คือ Plenary Hall / C1 และ C2 นอกนั้นเป็นห้องสัมมนาหรือพื้นที่กิจกรรมเฉพาะกลุ่ม โดยโซน B Plenary Hall นั้นจัดแสดง Technology Showcase + Animation & Multimedia Exhibition, โซน C1 มี 4D Animation Theatre กับ Game Online Zone, โซน C2 มี e-Expo @ TAM กับ Animation Live Contest ส่วนกิจกรรมอื่นที่ไม่ได้พูดถึงนั้น หมายความว่าถูกแยกย้ายไปจัด (หรือหลบมุม) ตาม โซน A, Plaza D, ห้อง Ball Room และ Meeting Room 1 ถึง 4
.
Plenary Hall มีอะไรบ้าง ?
Technology Showcase กับ Animation & Multimedia Exhibition แต่เมื่อเข้าไปดูแล้ว ผมเกิดความรู้สึก 2 อย่าง คือ ครึ่งหนึ่งเป็นการแสดงศักยภาพของบริษัทในบ้านเรา (...ทุกอย่างย่อมมีก้าวแรก...ท่องเอาไว้) อีกครึ่งหนึ่งเป็นการแสดงศักยภาพ...ไม่สิ...ประชาสัมพันธ์เกมออนไลน์จากต่างประเทศที่เตรียมยกทัพเข้ามาทำตลาดในบ้านเราเสียมากกว่า สรุปว่าโซน Technology Showcase + Animation & Multimedia Exhibition ในสายตาคนธรรมดาก็คือ เกม เกม และก็เกมให้เด็กไปไถตังค์พ่อแม่นั่นเอง ถึงแม้ผมจะพยายามทำใจเอาไว้แล้วว่า เกม เป็นหนึ่งใน Media ที่สื่อถึงศักยภาพเและเข้าหามวลชนได้ง่ายที่สุดชนิดหนึ่งก็ตาม...
.
โซน C1, C2 มีอะไรบ้าง ?
โซน C1 แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ โซนกิจกรรมในพื้นที่ 4D Animation Theatre + Game Online Zone, โซนนิตยสาร ทั้ง Comics, Game และ IT Magazine, สุดท้ายคือโซนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแอนิเมชั่น + การแสดงผลงานแอนิเมชั่นของสถาบันต่างๆ ซึ่งโซนนี้ในสายตาคนธรรมดาก็คือ ซื้อหนังสือและเกมนั่นเอง ในขณะบูธที่ให้ความรู้ทั้งหลาย แม้จะตั้งดักอยู่ตรงทางเข้า C1 แต่ก็มีผู้ให้ความสนใจน้อยกว่าส่วนอื่นๆ ในโซนเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด (ยกเว้นตอนเปิดเกมโชว์ล่อสายตาคนเดินผ่านไปมา) สำหรับโซน C2 ที่เรียกว่า e-Expo @ TAM น่ะเหรอ ? ก็โซนขายของ IT แบบห้างทั่วๆ ไปน่ะเซ่ ! งานมันตั้งชื่อหรูไปอย่างนั้นแหละ
.
สำหรับกิจกรรมอื่นๆ ที่ไม่ได้กล่าวถึง แต่มีความน่าสนใจมากๆ ก็ดันจัดในพื้นที่ลับหูลับตาหรือพื้นที่เล็กๆ และบ้างก็จัดเพียง 2 วันจากจำนวนงานทั้งหมด 4 วัน ซึ่งก็พอกล้อมแกล้มฟังคำอธิบายว่าเป็นงานที่จัดขึ้นในวันธรรมดาสำหรับกลุ่มนักธุรกิจหรือคนทำงานในวงการนี้ แต่ก็นั่นแหละแหละครับ การเอายอดคนที่เข้าชมงานในวันหยุด (แถมเป็นวันเด็กที่เด็กๆ ลากเอาผู้ปกครองมาด้วย) ซึ่งเป็นวันที่มีแต่อะไรกิจกรรมก็ไม่รู้ มารวมวันธรรมดาที่มีกิจกรรมฟังแล้วเลิศหรูหลังการ (เหมาะแก่การประชาสัมพันธ์สร้างภาพพจน์) มาก ก็เป็นอะไรที่ขัดใจหลายคนไม่น้อย
.
Epilogue
งาน TAM 2005 ยังไม่สามารถพูดว่าประสบความความสำเร็จได้อย่างเต็มปากเต็มคำนัก จนกว่าผู้รับผิดชอบจะกล้าจัดงานในวันหยุดวันอื่นที่ไม่ใช่วันเด็ก มิเช่นนั้น งาน TAM ก็เป็นได้แค่งานวัดอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเด็กเมืองหลวงที่เล่นของ IT เท่านั้นเอง
.
Rating
ไก่ชนตัวนี้ รูปร่างท่าทางไม่เลวเลยครับ มีน้ำมีนวลแถมได้โด๊ปจากเจ้าของอย่างไม่อั้น เสียอย่างเดียว เอาไปตีนอกถิ่นไม่ได้ ต้องประคบประหงมให้ปีกกล้าขาแข็งมากกว่านี้เสียก่อน ส่วนตอนนี้ว่างๆ ก็เอาไปตีเล่นกับลูกเจี๊ยบในหมู่บ้านไปพลางๆ ก็แล้วกัน

edit @ 9 Oct 2007 17:37:11 by chubby

TAM 2005 (Part 2) : ครบรอบ 1 ปี ที่ผมเลิกเล่นเกมออนไลน์
.
Prologue
บทความก่อนได้พูดถึงส่วนหลักๆ ของงาน TAM 2005 (Thailand Animation and Multimedia หรือ งานหลอกเด็กให้ติดเกมเพื่อให้ผู้ปกครองควักกระเป๋าประจำปี 2005) ไปแล้ว อย่างที่หลายท่านได้เห็นกับตาที่ศูนย์สิริกิติ์นั่นแหละครับ หลายความเห็นพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน่าจะเปลี่ยนชื่องานเป็น Game World Fair ให้รู้แล้วรู้รอดเลยดีกว่า แต่บทความนี้จะพักเรื่องเก่าไว้ก่อน
.
เกมออนไลน์แบบเต็มรูปแบบเกมแรกที่ผมเล่น สำหรับคนไทยที่ไม่ค่อยมีทรัพยากรไปเล่นต่างประเทศ ย่อมหนีไม่พ้นเกม Lagนรก (นามสมมุติ - ไม่นับพวกเกมกระดานพื้นๆ หรือ Counter Strike ที่เล่นผ่านระบบ Lan) ช่วงปลายปี 2544 (หลังงาน VBK 2) ในช่วงปลาย Close Beta จนถึงมกราคม 2547 ก็ถูกมือดี (ดีสำหรับมัน) Hack หมดตัว รวมระยะเวลาติดบ่วงเกมออนไลน์ 2 ปี
.
What's Up ?
นับถึงวันที่เขียนบทความนี้ ก็ครบรอบ 1 ปี ที่ผมเลิกเล่นเกมออนไลน์หัวปักหัวปำ เนื่องจากบริการอันสุดแสนประทับใจของเจ้าหน้าที่ Asia Suck (นามสมมุติ) จนผมขออวยพรให้บริษัทต้นสังกัดเจริญฮวบๆ ไป 7 ชั่วโครต วีรกรรมทั้งหลายแหล่จำนวนมาก ผมคงไม่ต้องสาธยายต่อให้โดนฟ้องหมิ่นประมาท ลองถามไถ่ตามเว็บที่มีกระดานข่าวเกม Lagนรก (นามสมมุติ) ให้บริการเอาเองก็แล้วกันนะครับว่าการให้บริการ ทั้งในส่วนของ Game Master, เจ้าหน้าที่นอกเกม และกฎกติกานั้น มันยอดเยี่ยมขนาดไหน
.
หลายคนอาจพูดขึ้นมาว่า "ไหนบอกว่าเล่นเกมเพื่อผ่อนคลายยามว่างไงล่ะ แล้วทำไมต้องไปเครียดล่ะ" ก็อยากให้ดูดีๆ ว่า ไอ้ตอนเล่นเกมน่ะ ไม่เครียดเลยครับ เล่นสบายๆ ไม่รีบร้อน จะ Lag ตายจนเสียเปอร์เซ็นต์ก็ช่างมัน แต่ไอ้ที่เครียดน่ะคือเหตุการณ์ที่โดน Hack ต่างหาก มันก็เหมือนกับการคุณนอนเล่นอยู่ที่บ้านดีๆ แล้วมีโจรขึ้นมายกเค้านั่นแหละครับ เราไม่ได้เครียดเพราะตัวบ้านสักหน่อย เราเครียดกับการถูกยกเค้าจากไอ้คุณโจรนั่นต่างหาก และหลังการถูกยกเค้านี่เองทำให้หลายคนตาสว่างขึ้นมากเลยครับ
.
บ่นมา 2 วรรค หลายคนเริ่มสงสัยแล้วสิว่ามันเกี่ยวกับงาน TAM ตรงไหนนี่ ก็บูธเกม Seal Online ที่ผมเคยคิดว่าจะไม่มีหวังเข้ามาให้บริการในประเทศไทยแล้วน่ะสิครับ ด้วยความที่เป็นเกมชั้นดี ขยันอัพเดต และมีค่าลิขสิทธิ์แพงระยับเมื่อเทียบกับเกมที่เกิดในยุคเดียวกัน จนบ้านเรายุคแรกๆ มีปัญญานำเข้าแต่เกมออนไลน์ขยะ และพอผมเห็นสารพัดเกมออนไลน์ในงาน TAM 2005 เลยเกิดอาการอยากเขียนเรื่องเกี่ยวกับเกมออนไลน์ขึ้นมา ยิ่งตอนนี้รัฐเข้ามาด้อมๆ มองๆ พฤติกรรมของผู้เล่นหลายกลุ่มอีกด้วย
.
ตัวอย่างภาพโฆษณาจากเกม Seal Online

.
Seal Online เป็นเกมที่ผมและชาว L อีกเป็นจำนวนมาก เล็งมานานแล้วล่ะครับ :D ด้วยความน่ารักสดใสของการออกแบบเกมจริงๆ ไม่ใช่เป็นแค่คำโฆษณาแบบหลายเกม รวมทั้งคำยืนยันจากผู้ที่เคยเล่นในเซิร์ฟเวอร์เกาหลีมาก่อน ดีเกินไปจนผมกลัวว่ามันจะมาเน่าในบ้านเรา สำหรับผู้ที่หลงเข้ามาอ่าน Blog นี้และไม่เคยเล่นเกมออนไลน์มาก่อน ก็อยากบอกว่า ชื่อเสีย(ง)ของคนไทยในเกมออนไลน์นั้น เน่ากระฉ่อนไปทั่วโลกครับ ไม่ต้องรอให้หมอเลี๊ยบมาปิดพอร์ต เขาก็หาทางบล็อคผู้เล่นจากประเทศไทยอยู่แล้ว
.
ตัวอย่างพัดที่แจกจากบูธ Seal Online (ผมไปงาน TAM 2005 ก็เพื่อเอาเจ้าพัดนี้แหละครับ :P ขอขอบคุณ Chakri หลายๆ เด้อ)

.
กระต่ายจิตตบตัวนี้ ถูกปั้นให้เป็นมาสคอตของเกมนี้ เหมือน โปรุ่งริ่ง (นามสมมุติ) มอนสเตอร์ชื่อดังของเกม Lagนรก นั่นละครับ

.
เกมเมอร์หลายคนแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นว่า ใคร อยู่เบื้องหลังการนำเข้าเกมออนไลน์หลายเกม การแตกบริษัทลูกออกมาแบบมีลับลมคมในนั้นไม่สามารถปิดบังเบื้องหลังได้ กลับยิ่งทำให้เกมเมอร์รุ่นแรกรู้สึกเข็ดเขี้ยวหนักขึ้นไปอีกว่า "มันจะจริงใจหรือเปล่าวะ" แต่ที่ทำเป็นมองข้ามก็เพราะความเป็นไปภายในเกมนั้น ขึ้นอยู่กับระดับผู้ปฎิบัติงานต่างหาก ซึ่งก็ได้แต่หวังว่า Seal Online จะได้ทีมงานที่ดี ไม่ประสบชะตากรรมแบบเกม LineAids 2 (นามสมมุติ) ที่พึ่งเข้ามาไม่ทันไรก็เจอเชื้อเอดส์จนงอมพระรามแล้ว

.
ไม่ว่าเกมออนไลน์หรือเว็บบอร์ด ระดับผู้ปฎิบัติงานไม่ว่า GM หรือ Staff ล้วนมีอิทธิพลในการกำหนดบรรยากาศของสถานที่นั้นๆ ถ้าผู้มีอำนาจไม่ตระหนักถึงสิ่งนี้แล้ว สถานที่นั้นๆ ก็จะถึงจุดจบในแง่ของสังคม ซึ่งเบื้องบนอาจไม่สนใจ ตราบเท่าที่ผู้เล่นยังคงจ่ายค่าแอร์ไทม์ จะใช้โปรแกรมช่วยเล่นหรือจะไปฆ่ากันตายที่ไหนก็เชิญตามสบาย ข้าขอเปิดเซิร์ฟเวอร์แยะๆ โกยเงินไว้ก่อนล่ะ แต่ถ้า Seal Online ในฝันของเกมเมอร์ต้องมีอันเป็นไปอีก ไม่ว่ามันจะเปิดบริษัทลูกอีกเท่าไหร่ ก็อย่าหวังว่าจะได้รับโอกาสอีกเลย
.
Epilogue
.
สุดท้าย Trend การตัดสินใจว่าจะเล่นเกมออนไลน์เกมไหน "ด้วยตนเอง" นั้น ขึ้นอยู่กับผู้ดูแลเกมเป็นหลัก เกมไหนที่ได้รับเสียงบ่นจากเกมเมอร์ชั้นสวะว่า "แม่ง โกงไม่ได้เลย" หรือ "เหี้ย เข้มงวดฉิบหาย" ฯลฯ โปรดภูมิใจเถิดครับว่าท่านได้ใจจากเกมเมอร์ชั้นดีที่พร้อมมอบความจงรักภักดีต่อแบรนด์ของเกมนั้นๆ ไปอีกนาน จนกว่าบริษัทล้มละลายหรือผู้เล่นตายกันไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว
.
ทีนี้ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการเกมออนไลน์แล้วล่ะครับ ว่าจะให้ท้ายผู้เล่นชั้นสวะที่กระเป๋าเบาแต่จ่ายหนัก เพราะเป็นเงินที่ไถมา ไม่ได้หาด้วยตัวเอง สร้างความเดือดร้อนแก่สังคมจนถูกรัฐบาลจัดระเบียบ (แล้วทำเป็นออกมาโวยวายพร้อมกับคนอื่นที่เขาเล่นกันดีๆ) หรือจะยืนเคียงข้างผู้เล่นชั้นดีที่กระเป๋าหนักแต่จ่ายเบา เพราะเป็นเงินที่หาได้จากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ไม่สร้างปัญหาแก่สังคม
.
จำบทความก่อนหน้านี้ได้ไหมครับ ในหัวข้อ "10 วันผ่านไป ทีวีไทยกับสึนามิ" ที่สถานีโทรทัศน์เป็นกิจการเพื่อสังคม แต่ขณะเดียวกันพวกเขาเองก็ต้องทำธุรกิจเพื่อให้ตนเองอยู่รอดโดยไม่มีข้อยกเว้น ทว่า สิ่งที่ทำให้แต่ละกิจการต่างกันก็คือ เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติขึ้น กิจการนั้นๆ จะเลือกสังคมก่อนหรือเลือกธุรกิจของตัวเองก่อน ...คำถามวันนี้คือ... ตอนนี้ เราวิกฤติพอแล้วหรือยังครับ ?
.
The Choice is Your. Not Me.

edit @ 9 Oct 2007 17:37:05 by chubby