Utilities-Review


.
เครือข่ายสังคมออนไลน์ยุคเก่า
.
Usenet
Usenet
ระบบรับส่งข้อความไปยังกลุ่มข่าว (Newsgroup) ที่คิดค้นขึ้นโดย ทอม ทรัสคอตต์ กับ จิม เอลลิส สมัยเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยเมื่อปี พ.ศ. 2522 ทั้งนี้ Usenet จะไม่มีเซิร์ฟเวอร์กลางหรือผู้ดูแลระบบโดยเฉพาะแบบ BBS หรือกระดานข่าว โดยถือเป็นบรรพบุรุษของ RSS ที่ใช้ตามการอัพเดตข้อมูลล่าสุดของบล็อกหรือเว็บไซต์ต่างๆ ที่เราให้ความสนใจโดยเฉพาะ
.
Skynet
Skynet
ระบบเครือข่ายของกองทัพที่สร้างขึ้นโดย ไซเบอร์ไดน์ซิสเต็มส์ โดยเริ่มทำการติดตั้งลงบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของกองทัพในปี พ.ศ. 2540 ต่อมาภายหลังระบบปัญญาประดิษฐ์ของ Skynet พัฒนาตัวเองเข้าควบคุมคอมพิวเตอร์ทั่วโลกและทำลายล้างมนุษย์จนแทบสิ้น โดยความหวังของมนุษยชาติทั้งมวลนั้นรวมอยู่ที่ จอห์น คอนเนอร์...อ้าว ขออภัย มาผิดเรื่องครับ
.
BBS
BBS
ระบบกระดานข่าว (Bulletin Board System) เกิดขึ้นในช่วงปลายยุค 2510's และถึงแม้ในยุคแรกๆ จะสามารถเชื่อมต่อผ่านโมเด็มล็อกอินเข้ามาใช้งาน BBS ได้เพียงครั้งละคน ก็นับว่าเป็นระบบแรกที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น โดยถือเป็นบรรพบุรุษของ Internet Forum หรือ Message Board ที่เราใช้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกลุ่มคนหลายๆ กลุ่ม
.
IRC
IRC
การคุยผ่านอินเทอร์เน็ต (Internet Relay Chat) หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อของโปรแกรมแชต ถูกพัฒนาขึ้นใน ปี พ.ศ. 2531 สำหรับการพูดคุยและแบ่งปันไฟล์ข้อมูลต่างๆ ระหว่างบุคคลต่อบุคคล โดยถือเป็นบรรพบุรุษของโปรแกรม Instant Messaging (IM) ยุคหลัง เช่น mIRC (2538) ICQ (2539) PIRCH (2541) MSN Messenger (2542) ที่เราใช้แชตกระหน่ำมาก่อน
.

.
เครือข่ายสังคมออนไลน์ยุคใหม่
.
หลังจาก BBS และ IRC ปักหลักฐานมั่นคงแล้ว สื่อผสม (Multimedia) ก็ถาโถมเข้ามาพร้อมความเร็วอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น จนระบบแบบเดิมๆ มาถึงขีดจำกัด ยกตัวอย่างเช่น ถึงแม้ BBS จะมีจุดแข็งในด้านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกลุ่มต่างๆ อีกทั้งยังสามารถแก้ไขโค้ดให้รองรับ Multimedia ใหม่ๆ ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหา "มากคนก็มากความ" ได้ ไม่ว่าผู้ดูแลจะนำมาตรการไหนมาใช้ก็ตาม หรืออย่าง IRC แม้จะมีจุดแข็งด้านความเป็นส่วนตัวในการสนทนา แต่ก็มีจุดอ่อนในการรองรับ Multimedia รูปแบบใหม่ๆ และก็ยังหนีไม่พ้นปัญหา "อาการอยากโชว์" อะไรๆ หลายอย่างจากบุคคลภายในออกไปให้บุคคลภายนอกเห็น
.
ช่วงกลางยุค 2540's เกิดเว็บไซต์ผู้ให้บริการพื้นที่เก็บข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต (Web Hosting) รองรับกระแสการสร้างเว็บไซต์ส่วนตัวจำนวนมาก ทว่า เว็บโฮสติ้งจำนวนไม่น้อยมีข้อจำกัดเรื่องการรองรับข้อมูล Multimedia แถมพกด้วยปัญหา Direct Linking หรือ Hotlinking หรือการถูกขโมย url address ของไฟล์ต่างๆ ไปจนเจ้าของเว็บไซต์ประสบปัญหาแบนด์วิธหมด ผู้บริโภคจึงหันไปหาผู้ให้บริการพื้นที่เก็บข้อมูลรูปภาพหรือวีดีโอโดยตรง เช่น Photobucket (2546) Flickr (2547) YouTube (2548) แล้วค่อยนำมาแบ่งปันกันบนเว็บไซต์ยุคใหม่ เช่น Hi5 (2546) Multiply (2546) Myspace (2546) Facebook (2547) Exteen (2547) เป็นต้น
.
เว็บไซต์ยุคใหม่เหล่านี้มีจุดร่วมตรงที่ ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับการเขียนโค้ด ขอเพียงมีคอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ก็สามารถมีพื้นที่ส่วนตัวบนโลกไซเบอร์ได้แล้ว (แต่ทั้งนี้ก็มีบางเว็บเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานที่มีความรู้เรื่องการเขียนโค้ด สามารถเข้าไปปรับแต่งพื้นที่ส่วนตัวของตนเองได้อยู่เหมือนกัน) โดยเว็บที่อยู่ในกระแสมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้น Facebook ที่มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลกจน Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook ได้รับรางวัลบุคคลแห่งปี (Person of the Year 2010) จากนิตยสาร Time โดยในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Facebook มีสมาชิกลงทะเบียนใช้งานแล้วมากกว่า 500 ล้านคน
.

.
ดราม่าในเครือข่ายสังคมออนไลน์
.
นับแต่อินเทอร์เน็ตคาเฟ่บูมในประเทศไทยเมื่อ 10 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน ปัญหาพื้นฐานที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ล้วนวนเวียนอยู่ในรูปแบบเดิมๆ เพียงแต่ยุคนั้นจำนวนผู้เข้าถึงเทคโนโลยีมีจำกัด ปัญหาต่างๆ จึงเป็นที่รับรู้กันอยู่ในวงแคบๆ และเหยียบให้เรื่องเงียบหายไปโดยง่าย แตกต่างจากปัจจุบันที่ระบบกระดานข่าวมีเครื่องมือพื้นฐานมากมายให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถ "จับผิด" ผู้ก่อปัญหาได้โดยง่าย ซึ่งผมเคยคิดว่า 10 ปีผ่านไป น่าจะเหลือแต่ดราม่าชั้นสูงที่ต้องอาศัยการเก็บข้อมูลหลักฐานอันสลับซับซ้อน แต่กลายเป็นว่าผมคิดผิดถนัด เพราะยังมีผู้ก่อปัญหาที่ถูกจับได้ด้วยเครื่องมือพื้นฐานของระบบกระดานข่าวทั่วไปให้เห็นอยู่ตลอดเวลา
.
สำหรับประเทศไทย มีเว็บ Drama Addict (2552) เปรียนเสมือนสมุดจดบันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ไว้เป็นหลักฐาน จึงสร้างความไม่พอใจแก่ผู้เกี่ยวในเหตุการณ์ที่อยากให้เรื่องราวดังกล่าวหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยมากพอสมควร แต่สำหรับบุคคลทั่วไป (รวมถึงสื่อมวลชนที่แอบด้อมๆ มองๆ หาข้อมูล) เว็บดังกล่าวเป็นแแหล่งอ้างอิงชั้นดีถึงหลายเหตุการณ์ซึ่งน่าตกใจว่าแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อทศวรรษก่อนเลย (แถมหลายกรณี ผู้ก่อดราม่าก็กล่าวหาว่าไทยมุงเป็นฝ่ายผิดเสียอย่างนั้น) ด้วยเหตุนี้ เราลองมาไล่เรียงดูว่า คุณสมบัติของผู้คนที่เคยก่อดราม่าจากหลากหลายวงการที่เคยผ่านมา มีอะไรเด่นๆ บ้าง
.
- Multi-Account
คือการที่บุคคลๆ หนึ่งสร้างบัญชีผู้ใช้งานขึ้นมาหลายบัญชี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนตนเองและดิสเครดิตผู้อื่น โดยเฉพาะกรณีที่หัวข้อการสนทนาของผู้ก่อดราม่ากำลังอยู่ในสภาพเสียเปรียบ ผู้ก่อดราม่าอาจพร่ำเพ้อถึงจำนวนผู้สนับสนุน ก่อนปล่อยร่างแยกออกมาเพื่อทำให้บุคคลทั่วไปรู้สึกคล้อยตามความคิดเห็นของตนได้ง่ายขึ้นตามทฤษฎีการก่อม็อบ
.
- Harassment
คือการที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลคุกคามฝ่ายที่มีความคิดไม่ตรงกันอย่างรุนแรง ก่อนความจริงจะถูกเปิดเผยในภายหลังชนิดสถานการณ์พลิกกลับ 180 องศา แต่เรื่องมันดราม่าเมื่อฝ่ายคุกคามเรียกร้องให้ฝ่ายที่ถูกคุกคามยึดหลักอโหสิกรรม ยกโทษให้ดื้อๆ และถ้าต่อความยาวสาวความยืดก็จะถูกด่าต่ออีกว่าเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น สรุปสั้นๆ คือ คนถูกด่า ผิดทั้งขึ้นทั้งล่อง
.
- Steal
คือการที่บุคคลนำเอาสิ่งของหรือผลงานที่ไม่ใช่ของตนเอง เช่น รูปภาพ รูปวาด รูปถ่าย งานเขียน งานฝีมือ ฯลฯ มาใช้หาประโยชน์ให้แก่ตนเอง และเมื่อถูกจับได้ว่าเป็นสิ่งของหรือผลงานของผู้อื่น ก็จะหาข้ออ้างต่างๆ นานา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ้างถึงเรื่องลิขสิทธิ์แบบผิดๆ หรือการกล่าวอ้างว่าผู้อื่นก็ไม่ได้ใช้ของที่ถูกต้องทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อเบี่ยงเบนความผิดของตน
.
- Bluff
คือการหลอกลวงหรือการแอบอ้างว่าได้กระทำการสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไปเพื่อหวังประโยชน์หรือสถานภาพที่ดีกว่า โดยทั่วไปจะบลัฟกันในประเด็นที่ตรงกับความคิดของคนทั่วไป เพื่อจะได้ไม่ทำให้กลุ่มเป้าหมายเอะใจ ทั้งนี้ ดราม่าจะเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีใครสักคนตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า ไม่ได้มีการกระทำการใดๆ ตามที่กล่าวอ้าง ทำให้สถานการณ์พลิกผันทันทีทันควัน
.
- Drift
คือการที่บุคคลๆ หนึ่งเปลี่ยนแปลงหัวข้อการสนทนาไปเรื่อยๆ (Drift) จนประเด็นการสนทนาห่างไกลจากต้นเรื่องจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม (ออกทะเล) ผลลัพธ์มี 2 อย่าง คือ สร้างความหงุดหงิดแก่ชาวดราม่า และสร้างความรื่นเริงแก่ชาวดราม่า ขึ้นอยู่กับระดับ (Level) ของผู้ก่อดราม่าว่าสั่งสมประสบการณ์ดริฟต์มามากน้อยเพียงใด และมีประวัติก่อดราม่ามามากแค่ไหน
.

Born to Create Drama
.

.
ของแถมท้ายรีวิว
.
The Social Network : เครือข่ายสังคมออนไลน์
.
ย้อนกลับไปเมื่อ 7 ปีก่อน มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาวาร์ดถูกเพื่อนหญิงหักอก คืนนั้นเอง เขาก็แฮคข้อมูลรูปนักศึกษาหญิงทั้งมหาวิทยาลัยมาลงในเว็บ FaceMash เพื่อให้เหล่านักศึกษาหนุ่มๆ เข้าไปโหวตว่าใครแจ๋วกว่ากันจนระบบเครือข่ายของฮาวาร์ดล่มเนื่องจากมีผู้เข้าไปใช้งานมากเกินไปภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง มาร์คถูกทำทัณฑ์บน แถมเป็นที่เกลียดชังจากนักศึกษาหญิงทั้งมหาวิทยาลัย แต่มาร์คคิดว่ามหาวิทยาลัยเป็นหนี้บุญคุณที่เขาช่วยทำให้เห็นช่องโหว่ของระบบรักษาความปลอดภัยเสียมากกว่า อย่างไรก็ดี FaceMash ไปเตะตาฝาแฝด วิงเคิลวอสส์ นักกีฬาพายเรือซึ่งเป็นกลุ่มนักศึกษาชั้นสูงของมหาวิทยาลัยที่ต้องการให้มาร์คเข้ามาร่วมทีมช่วยทำเว็บ Harvard Connection ต่อจากโปรแกรมเมอร์คนก่อน สิ่งนี้ช่วยจุดประกายให้มาร์คคิดทำสิ่งที่แหล่มกว่า Havard Connection ขึ้นมาเป็นของตัวเอง สิ่งที่จะตอบสนองความต้องการที่แอบซ่อนอยู่ในใจของมนุษย์ นั่นคือ Thefacebook
.
<<< Start Spoil
.
เอดูอาร์โด เพื่อนของมาร์คทำหน้าที่ระดมทุนและหาสปอนเซอร์ให้ Thefacebook เนื่องจากมาร์คมัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการเขียนโค้ดให้ดียิ่งๆ ขึ้นโดยไม่สนใจด้านการตลาดเลย (แทบจะไม่สนใจด้วยซ้ำไปว่า Thefacebook จะเปิดให้บริการได้หรือไม่และอย่างไร) และไม่ช้านาน Thefacebook ก็เป็นที่นิยมอย่างสูงในหมู่นักศึกษาฮาวาร์ด และต่อมาก็ขยายการให้บริการแก่มหาวิทยาลัยทั่วฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ก่อนลามข้ามไปถึงอังกฤษเลยทีเดียว วันหนึ่ง ฌอน ปาร์คเกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง แนปสเตอร์ (ที่เคยโด่งดังจากบริการแชร์เพลงบนอินเทอร์เน็ตแบบ P2P) ก็เห็นเว็บไซต์ Thefacebook เข้าและสนใจนัดพบพูดคุยกับมาร์คและเอดูอาร์โดเพื่อให้ตระหนักถึงศักยภาพที่แท้จริงของสิ่งที่ทั้งสองทำอยู่ หลังนั่งโม้อยู่นาน ฌอนก็ทิ้งท้ายก่อนกลับว่า "ตัด The ออกไปให้เหลือแต่คำว่า Facebook" ในที่สุด Facebook ก็ก้าวข้ามจากงานอดิเรกสู่ธุรกิจ และสิ่งใดที่หลุดพ้นจากงานอดิเรก ปัญหาก็จะไหลมาเทมาประดุจน้ำป่า
.
เริ่มจากพี่น้องวิงเคิลวอสส์ที่ฟ้องร้องมาร์คกรณีละทิ้งการทำเว็บ Havard Connection แถมขโมยแนวความคิดไปใช้ทำ Facebook เป็นของตัวเองอีกต่างหาก มาร์คแก้ต่างในทำนองว่า "ก็เว็บที่กรูคิดใหม่ทำใหม่เจ๋งกว่าอะ" แต่สุดท้ายก็ต้องจ่ายค่ายอมความให้พี่น้องวิงเคิลวอสส์เป็นเงินมากโขอยู่ ส่วนอีกกรณีเป็นของเอดูอาร์โดที่ตอนแรกมีหุ้นอยู่ใน Facebook ประมาณ 1 ใน 3 แต่กลับมีเพียงหุ้นในส่วนของเขาเท่านั้นที่ถูกลดสัดส่วนลงเมื่อเข้าสู่ตลาดจนเหลืออยู่เพียง 0.0X เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการวางยาของฌอนตอนก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ ขณะที่เอดูอาร์โดกำลังวุ่นๆ อยู่และไว้วางใจเพื่อนมากเกินไปจนไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น มาร์คเงียบกริบไม่พูดอะไรสำหรับกรณีนี้ แต่สุดท้ายก็ต้องนำชื่อเอดูอาร์โดกลับเข้ามาอีกครั้งในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook หลังจบทุกคดี มาร์คก็เปิด Facebook เพื่อขอแอดเอริก้าเป็นเพื่อน หลังจากนั้นก็นั่งกด refresh หน้าเว็บไปเรื่อยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
.
<<< End Spoil
.

.
ส่วนที่ชอบ
- นำเสนอภาพคนที่มีทักษะทางวิชาการสูง แต่มีทักษะการเข้าสังคมต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างชัดเจน
สารพัดมุขเนิร์ดที่คนที่เล่นเน็ตน่าจะเข้าใจความหมายมันเป็นอย่างดีและรื่นเริงโดนใจมิใช่น้อย
- ดัดแปลงเสริมแต่งประวัติความเป็นมาของ Facebook ให้เป็นภาพยนตร์ได้น่าติดตามมากขึ้น
นำเสนอภาพอิทธิพลของ Facebook ที่ทำให้ผู้คนภายในสังคมจำนวนมากเสพติดอย่างรุนแรง
.
ส่วนที่ไม่ชอบ
- พฤติกรรมเนิร์ดในหนังหลายครั้งทำให้นึกถึงสิ่งที่พบเจอในโลกแห่งความเป็นจริงจนหงุดหงิด
สารพัดมุขเนิร์ดที่คนที่ไม่ได้เล่นเน็ตน่าจะไม่เข้าใจและไม่รู้สึกว่ามันสนุกหรือน่าขำแต่อย่างใด
.
ประเด็นเก็บตก
- ภาพยนตร์มีการต่อเติมเสริมแต่งเพื่อความบันเทิง รายละเอียดหลายส่วนจึงไม่ใช่ข้อเท็จจริง
- หา? ว่าไงนะครับ? ผมเขียนรีวิวกับของแถมสลับที่กันหรือครับ? เรื่องเล็กน้อยอย่าคิดมากน่า
.

.
20101229
IMDb : 8.2/10
Metacritic : 95/100
Rotten Tomatoes : 97%
.

.
ของแถมท้ายของแถม
.
"You Don't Get to 14 Million ฿ Without Making a Few Enemies"
.

.
.
ความเดิมจากตอนที่ 1 ได้กล่าวถึงแนวความคิดในการสร้าง OS-tan จากระบบปฏิบัติการต่างๆ
และในตอนที่ 2 จะกล่าวถึงรายละเอียดของ OS-tan ที่ปรากฏอยู่ใน doujinshi หรือ 4-koma
แบ่งเป็น doujinshi เกี่ยวกับ OS Girls ในยุคคลาสสิกที่มี ME-tan เป็นแกนนำบุกกระชับพื้นที่
และ 4-koma เกี่ยวกับ OS Girls ในยุคถัดมาที่มี Homeo เป็นแกนนำของฝ่ายถูกกระชับพื้นที่
แต่ก่อนอื่น ขอนำเสนอ OS Girls จากระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟต์ ที่ค้างเอาไว้ก่อนครับ
โดยจะเป็น OS-tan ที่เกิดขึ้นในยุคหลังจากเกิดกรณีพิพาทระหว่างกลุ่มผู้สร้างสรรค์ fanwork
.

.
1. Vis-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Windows Vista ซึ่งกินหน่วยความจำยิ่งกว่า XP
ภาพลักษณ์ของ Vis-tan จะแตกต่างหลากหลายไปตามกลุ่มผู้สร้างสรรค์แต่แบบที่ผมชอบคือ
นินจาสาวน้อย วิสบุโอะ "Visbuo" ที่ภาพลักษณ์ออกมาอาจดูแก่นแก้ว ทอมบอยไปสักหน่อย
และ สาวผมยาวชุดนักเรียนคอปกกะลาสี วิสทาเกะ "Vistake" ซึ่งภาพลักษณ์ดูเป็นผู้ใหญ่กว่า
.
Vis-tan, Visbuo
 
Vis-tan, Vistake

.
2. 7-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Windows 7 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการล่าสุดตอนนี้
และเป็นระบบปฏิบัติการแรกที่ผู้พัฒนาเข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบและโปรโมท OS Girls
ชื่อ Nanami Madobe เป็นหนึ่งในธีมของ Windows 7 ญี่ปุ่น ซึ่งได้ Nana Mizuki พากย์เสียง
โดย Nanami นำมาจาก Nanatsu 七つ หมายถึง 7 และ Madobe 窓辺 หมายถึง ที่หน้าต่าง
.
7-tan, Nanami Madobe
 
7-tan, Nanami Madobe

.

.
Doujinshi OS-tan
.
โดจิน OS-tan ยุคแรกนั้น ME-tan มักจะได้รับบทเด่นจากความด้อยประสิทธิภาพของเธอเอง
สร้างสถานการณ์เปรียบเทียบเหล่าพี่ๆ ของเธอ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการทำงานดีกว่าหลายขุม
(โดจินในส่วนนี้ จะตามอัพเดตภายหลังครับ เนื่องจากเจ้าของบล็อกติดภารกิจทอดน่องเพียบ)
.

.
4-koma OS-tan
.
.
การ์ตูน 4 ช่องจบในเอนทรีนี้จะเน้นไปที่หนุ่มน้อยอายุ 10 ขวบนาม Homeo (XP Home-kun)
ซึ่งมักจะได้รับบทเด่นๆ จากพฤติกรรมของ Homeko พี่สาวของเขาซึ่งเป็นนักวาดการ์ตูน Yaoi
ชีวิตโฮเมโอะจะเป็นอย่างไร เขาต้องเจออะไรจากความชอบของพี่สาวบ้าง ติดตามได้เลยครับ
.
กดที่รูปเพื่อดูภาพขยาย, อ่านจากขวาไปซ้ายแบบญี่ปุ่น
.
.
ท่านใดที่เคยอ่านมาก่อนแล้วรู้สึกเหมือนกับว่ามีการ์ตูนบางช่องหายไป ก็ไม่ต้องแปลกใจครับ
เพราะวัตถุดิบที่ได้มานั้นหลายชิ้นเปล่งออร่าสีม่วงอย่างรุนแรงแถมติดเรต NC-17 อีกต่างหาก
.

.
ของแถมท้ายรีวิว
.
OS-tan, Thailand Only
.
4-koma OS-tan "Thailand Only" version

.
.
ผมเคยเขียนเอนทรีเกี่ยวกับ OS-tan ไปเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2549 ซึ่งมันก็นานมากแล้วครับ
เอนทรีดั้งเดิมนั้น Link รูปภาพใช้ไม่ได้แล้ว เพราะเปลี่ยน Account ที่เก็บรูปแล้วไม่ได้แก้ตาม
จึงตัดสินใจขุดของเก่าขึ้นมาปัดฝุ่น อัพเกรดใหม่ให้เข้ากับรูปแบบของบล็อกในปัจจุบันมากขึ้น
โดยเนื้อหาเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ย้ายไปไว้ในเอนทรี Copyright, License, Fanwork แทนแล้วครับ
.
OS-tan คืออะไร ?
.
OS-tan
.
OS-tan หรือ OS Girls คือตัวละครที่สื่อถึงระบบปฏิบัติการ (Operation System : OS) ต่างๆ
โดยหยิบยกเอาชื่อ ประวัติหรือลักษณะเด่นของ OS นั้นๆ มาเป็นแนวความคิดในการออกแบบ
ในยุคแรก OS Girls เกือบทั้งหมด นำมาจากระบบปฏิบัติการรุ่นต่างๆ ของบริษัทไมโครซอฟต์
ปรากฏว่า OS Girls ชุดนั้นได้รับความนิยมสูงเกินคาด จนมี OS Girls ค่ายอื่นตามมาเป็นพรวน
แต่ความนิยมที่มากขึ้นกลับทำให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมา เข้าทำนองมากคนก็มากความ
เกิดการแย่งชิงความเป็นเจ้าของลักษณะ OS Girls ที่ถูกต้อง ตามแนวคิดของแต่ละกลุ่มผู้วาด
ทำให้ OS Girls ในยุคหลังๆ มีลักษณะจับฉ่าย ไม่ชัดเจน ไม่เกิดเอกภาพที่ทำให้โดนใจเท่าไร
ดังนั้น เนื้อหาเวอร์ชั่นนี้จะตัด OS Girls ยุคหลังอย่าง Longhorn, Vista และ 7 ออกไปนะครับ
.

.
1. ME-tan
เป็น OS Girls ตัวแรกที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Windows Me เฉลิมฉลองสหัสวรรษใหม่
แต่ผู้ที่เคยใช้งาน Windows Me มาก่อน คงจะซาบซึ้งถึงบั๊กและความไม่เสถียรทั้งหลายแหล่
ME-tan จึงมีสัญลักษณ์ ! ที่ใช้แสดงข้อผิดพลาดใน Windows Me พร้อมอาการเอ๋อบ่อยครั้ง
.
ME-tan

.
2. XP-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Windows XP ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้ใช้งานแพร่หลาย
ด้วยเหตุที่ Windows XP เป็นระบบปฏิบัติการซึ่งกินพื้นที่หน่วยความจำมากที่สุดในยุคสมัยนั้น
ทำให้ภาพลักษณ์ของ XP-tan เป็นสาวทรงโตซึ่งมักปรากฏตัวพร้อมกับฉากรับประทานอาหาร
โดย XP-tan รูปแบบนี้มีชื่อว่า ซาเซโกะ "Saseko" จาก Windows XP Professional Edition
และ XP-tan อีกรูปแบบหนึ่ง มีชื่อว่า โฮเมโกะ "Homeko" จาก Windows XP Home Edition

ส่วน XP-tan ที่สร้างขึ้นจาก Windows XP Media Center Edition นั้น ไม่ค่อยเด่นมากเท่าไร
.
Saseko, XP-tan
 
Homeko, XP-tan

.
3. 2K-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Windows 2000 ซึ่งใช้งานมากในธุรกิจ, องค์กร
เมื่อเปรียบเทียบกับ Windows Me แล้วจะพบว่า Windows 2000 มีความเสถียรมากกว่าเยอะ
2K-tan จึงรับบทเป็นพี่สาว(แว่น)ที่น่าพึ่งพาได้ ทำหน้าที่ดูแล Me-tan ที่มักก่อปัญหาบ่อยครั้ง
บทบาทที่พบเห็นบ่อยๆ ใน doujinshi ของ 2K-tan คือผู้จัดการตารางงานต่างๆ ให้เป็นระเบียบ
.
2K-tan

.
4. 95-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Windows 95, ซึ่งเป็น OS ยุคใหม่ที่เก่าแก่ที่สุด
ภาพลักษณ์ของ 95-tan จึงเป็นสาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโน มีกิจวัติประจำวันเหมือนคนสมัยโบราณ
.
95-tan

.
5. 98-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Windows 98 + Windows 98 Second Edition
ภาพลักษณ์ของ 95-tan จะดูคล้ายกับเด็กประถมปลาย-มัธยมต้นในชุดนักเรียนคอปกกะลาสี
โดย 98-tan มีชื่อว่า ฮัจจัง "Hacchan" มาจากคำว่า Hachi หรือแปด ในชื่อ Windows 98
และ 98se-tan มีชื่อว่า เซ็จจัง "Secchan" ที่ดัดแปลงจากตัวอักษรย่อ SE : Second Edition

.
Hacchan, 98-tan
.
Secchan, 98se-tan

.
6. NT-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Windows NT, เป็นรากฐานของสารพัดวินโดวส์
ภาพลักษณ์ของ NT-tan ในยุคแรกๆ จะออกแนวคุณแม่ผู้ใจดีของสารพัด OS Girls ทั้งหลาย
แต่ภาพลักษณ์ภายหลังเปลี่ยนแปลงไป แทนที่ด้วยสาวน้อยหูสุนัขตามสมัยนิยมแทบสมบูรณ์
โดยคนญี่ปุ่นอ่านออกเสียง NT ว่า Enu Ti ซึ่ง Enu ออกเสียงคล้ายกับ inu ที่แปลว่า สุนัข
.
NT-tan

.
7. CE-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Windows CE, สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา
ภาพลักษณ์ของ CE-tan จึงดูคล้ายภูตตัวเล็กๆ มีปีกซึ่งเป็น OS Girls ตัวเดียวที่สามารถบินได้
.
CE-tan

.
8. Saba-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Windows 2003 Server ที่หลายท่านอาจจะงงๆ
โดยคนญี่ปุ่นอ่านออกเสียง Server ว่า Saaba ซึ่งออกเสียงคล้ายกับ Sabaที่เป็นชื่อปลา
ภาพลักษณ์ของ Saba-tan จึงกลายเป็น OS Girls ที่มีครีบหางเป็นปลาซาบะด้วยประการฉะนี้
เราจึงมักพบเห็น Saba-tan ถูกแมววิ่งไล่งับหรือกำลังโดนจับทำอาหารใน doujinshi บ่อยครั้ง
.
Saba-tan

.
9. 3.1-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Windows 3.1 ซึ่งมีพัฒนาการอยู่ 2 รูปแบบ คือ
แบบแรกเป็นกล่องสี่เหลี่ยมเขียนเลข 3.1 ไว้ด้านหน้า มีกล่องเล็กๆ อยู่บนหัวเขียนคำว่า DOS
ต่อมาพัฒนาเป็นเด็กน้อยน่ารักในชุดกระโปรงจีบระบาย กับแมวหนึ่งตัว เป็นตัวแทนของ DOS
ส่วนกล่องสี่เหลี่ยมแบบดั้งเดิมนั้น ถูกนำไปใช้ในการออกแบบและวาดภาพคู่กับ 98-tan แทน
.
3.1-tan

.
10. DOS-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Microsoft Disk Operating System: MS-DOS
แรกเริ่มเดิมที DOS-tan เป็นแค่กล่องเล็กๆ วางอยู่บนกล่องสี่เหลี่ยมของ 3.1-tan แบบดั้งเดิม
เมื่อ 3.1-tan พัฒนาเป็นเด็กน้อยน่ารัก จะให้ DOS-tan เป็นแค่แมวตัวประกอบ มันก็กระไรอยู่
จากการที่ DOS ถูกลดระดับ เหลือเพียงชุดคำสั่งที่ซ่อนอยู่ใต้ระบบปฏิบัติการ Windows อีกที
ภาพลักษณ์ของ DOS-tan จึงกลายเป็นเด็กน้อยขาดความมั่นใจ และมักซ่อนตัวอยู่หลังมุมตึก
ส่วนอีกแบบหนึ่งเป็นการนำแมว DOS ที่ 3.1-tan อุ้มอยู่ มาพัฒนาเป็นสาวน้อยพยาบาลหูแมว
.
DOS-tan

.

.
เหล่านี้คือ OS-tan ยุคคลาสสิกจากระบบปฏิบัติการณ์ของค่ายไมโครซอฟต์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี
และ OS-tan หลายตัวซึ่งเป็นที่นิยม ก็จะมีเรื่องราวปลีกย่อยเพิ่มเติมอีกมากมายใน doujinshi
OS-kun เป็นตัวละครเพศชายที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อขยายของเขตเรื่องราวปลีกย่อยแก่ OS-tan
แต่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันสักเท่าไร เพราะมีอยู่น้อยทั้งจำนวนระบบปฏิบัติการและจำนวนชิ้นงาน
.
1. 95-kun
ภาพลักษณ์ของ 95-kun จะเป็นหนุ่มใหญ่ในชุดซามูไรญี่ปุ่นโบราณ เข้ากันกับชุดของ 95-tan
ชอบนั่งร่ำสุราเงียบๆ คนเดียว แม้จะไม่ค่อยสุงสิงกับใครแต่สาวๆ ในบ้าน OS ก็ให้ความเคารพ
.
95-kun

.
2. 2K-kun
ภาพลักษณ์ของ 2K-kun จะเป็นชายหนุ่มในชุดสูทนักธุรกิจ โฉบเฉี่ยวทันสมัยเข้าคู่กับ 2K-tan
ดูเป็นคนเจ้าระเบียบ เอาจริงเอาจังในหน้าที่การงานสมกันดี ทว่าบางครั้งก็มีเก๊กหลุดเหมือนกัน
.
2K-kun

.
3. XP-kun
ภาพลักษณ์ของ XP-kun จะเป็นหนุ่มกล้ามโต ดูทางกายภาพแล้วก็นับว่าเหมาะสมกับ XP-tan
แม้จะเหมือนกับไปฝึกวิทยายุทธ์อะไรมาจนน่ากลัว แต่ก็สนิทกับน้องๆ ในบ้าน OS เป็นอย่างดี
.
XP-kun

.
4. ME-kun
ภาพลักษณ์ของ ME-kun จะเป็นเด็กนักเรียนอายุไล่เลี่ยกับ ME-tan แต่ดูน่าพึ่งพาได้มากกว่า
มี 2K-kun เป็นเป้าหมายและตั้งใจคุ้มครอง ME-tan ถึงแม้บางครั้งตัวเองจะเอ๋อๆ ไปบ้างก็ตาม
.
ME-kun

.
5. XP Home-kun "Homeo"
และแล้ว ก็มาถึง OS-kun ที่ปรากฏตัวใน doujinshi และมีเรื่องราวให้เล่าขานมากที่สุดล่ะครับ
"โฮเมโอะ" มีฐานะเป็นน้องชายของ "โฮเมโกะ" โดยพี่สาวของเขานั้นเป็นนักวาดการ์ตูน Yaoi
เขาได้รับผลจากรสนิยมและพลังจินตนาการของพี่สาวเข้าอย่างจังจนเริ่มจะเกิดความเบี่ยงเบน
นอกจากนี้ ดูเหมือน ฮัจจัง (OS-tan จาก Windows 98) จะแอบชอบโฮเมโอะอยู่เช่นเดียวกัน
โฮเมโอะอาจไม่ได้คิดอะไรเพราะยังเด็ก แต่โฮเมโกะช่วยคิดไปไกลกว่านั้นเรียบร้อยแล้วครับ
แถมภาพลักษณ์หนุ่มน้อยหน้าหวาน ทำให้เขาต้องพบเหตุการณ์ต่างๆ ที่ซับซ้อนเกินวัยไปมาก
.
Homeo, XP-kun

.

.
หลังจาก OS-tan ยุคคลาสสิกจากระบบปฏิบัติการของไมโครซอฟต์ ฮอตฮิตติดลมบนไปแล้ว
ก็มี OS-tan ที่มีแนวคิดจากระบบปฏิบัติการหรือโปรแกรมของค่ายอื่นตามมาอีกเป็นพรวนครับ
.
1. Mac OS-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการ Mac ของบริษัทแอปเปิล ที่นิยมกันมีอยู่ 2 กลุ่ม
คือ Mac OS 9-tan โค้ดเนมที่พบ : Sonata (Minuet, Fortissimo), Moonlight (Limelight)
และ Mac OS X-tan โค้ดเนมที่พบ : Cheetah, Puma, Jaguar, Panther, Tiger, Leopard

ภาพลักษณ์ของ Mac OS 9-tan จึงออกมาในแนวของสาวทันสมัยที่เต็มไปด้วยอารมณ์ศิลปิน
ส่วนภาพลักษณ์ของ Mac OS X-tan จะออกมาในแนวของสาวหูแมว (ตระกูลแมวป่าทั้งหมด)
.
Mac OS-tan

.
2. Linux-tan
เป็น OS Girls ที่สร้างขึ้นจากระบบปฏิบัติการแบบโอเพนซอร์ซที่ใครๆ หยิบไปพัฒนาต่อได้ฟรี
ระบบปฏิบัติการแบบโอเพนซอร์ซที่ขึ้นชื่อ เริ่มจาก Linux ซึ่งมีสัญลักษณ์เป็นเพนกวินชื่อ Tux
ภาพลักษณ์ของ Linux-tan จึงเป็นสาวน้อยในชุดเกราะเพนกวิน สวมตีนกบ ถือหอกอีก 1 เล่ม
ต่อด้วย OS ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานของ Linux เช่น Debian, Fedora, Red Hat, Suse, Ubuntu
Linux-tan เหล่านี้จะเปลี่ยนเครื่องแบบไปตามรูปโลโก้แต่ทุกๆ ตัวยังคงถือหอกเหมือนกันหมด
.
Linux-tan

.
3. Firefox-tan
เป็น Browser Girls ที่สร้างขึ้นจากเบราเซอร์ Mozilla Firefox มีโลโก้รูปสุนัขจิ้งจอกกอดโลก
ภาพลักษณ์ของ Firefox-tan จึงเป็นมนุษย์จิ้งจอกสาว สวมใส่ชุดโทนสีส้มแดงตามแบบโลโก้
ส่วนเบราเซอร์อื่นๆ เช่น Internet Explorer, Google Chrome, Opera ไม่ค่อยปรากฏมากนัก
.
Firefox-tan

.
4. NDS-tan
เป็น Game System Girls ที่สร้างขึ้นจากเครื่องเล่นเกมพกพา Nintendo DS ที่นิยมอย่างมาก
แท่งที่ NDS-tan ถืออยู่คือ ปากกาสไตลัส สำหรับเล่นเกมบนเครื่อง Nintendo DS โดยเฉพาะ
ส่วนเครื่องเล่นเกมรุ่นอื่นๆ นั้นไม่ค่อยถูกใจเจ้าของบล็อกเท่าไร จึงไม่นำมาลงในเอนทรีนี้ครับ
.
NDS-tan

.
5. Norton-kun
เป็น Program Boys ที่สร้างขึ้นจากโปรแกรม Norton AntiVirus ชื่อดังของบริษัท Symantec
ภาพลักษณ์ของ Norton-kun มาจากการทำงานของโปรแกรมที่สั่งสแกนเครื่องในสภาวะปกติ
เป็นที่มาของด็อกเตอร์นอร์ตันโรคจิต ที่มักมีข้ออ้างต่างๆ ในการเปลื้องผ้าเหล่าสาวๆ OS Girls
.
Norton-kun

.

.
ของแถมท้ายเอนทรี
.
Xbox-tan Parody
.
Xbox-tan...or...kun ?
.
.
.

อ้างอิง
.

Favourites