Utilities-review


.
ลิขสิทธิ์
พรบ.ลิขสิทธิ์ 2521 หมายถึง สิทธิแด่ผู้เดียวที่จะกระทำการใดๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ทำขึ้น
ผู้สร้างสรรค์
พรบ.ลิขสิทธิ์ 2521 หมายถึง ผู้ทำหรือก่อให้เกิดงานโดยความริเริ่มของตนเอง
.
ที่มาของปัญหา
.
คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ที่วาด Fanart ขึ้นมาแล้วถูกใครก็ไม่รู้นำไปโพสที่อื่น แถมแอบอ้างว่าเป็นของตนเอง
คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ที่ถูกฉก link ของตัวเองไปโพสที่อื่นๆ จนแบนด์วิธหมดเกลี้ยง ไม่สามารถทำอะไรได้
คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ที่วาดรูป "แรงๆ" อยู่ใน Circle หรือพื้นที่ส่วนตัวของคุณเองอย่างมีความสุขมานาน
แล้ววันดีคืนดีก็มีคนเข้ามาด่าคุณเรื่องรูป "แรงๆ" ทั้งที่คุณอุตส่าห์เขียนเอาไว้แล้วว่า "ห้ามนำไปโพสที่อื่น"
คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ที่เวลาติดต่อกลับไปยังคนที่ขโมยงาน คุณได้รับคำตอบว่า "ช่วยเผยแพร่ผลงานให้"
คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ที่เวลาติดต่อกลับไปยังคนที่ขโมยงาน คุณได้รับคำทวงว่า "สำนึกบุญคุณของฉันสิ"
.
ก่อนที่คุณจะปรี๊ดแตกว่า เราไปอ้อนวอนขอให้มันเอาผลงานที่เราทำหลังขดหลังแข็งไปเผยแพร่ตอนไหนวะ ?
เรามาดูข้อเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง "สิทธิบัตร" กับ "ลิขสิทธิ์" เพื่อรุกกลับอย่างมั่นใจก่อนดีกว่า
.
.

ภาพ : ความแตกต่างระหว่างสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์
.
Counter Attack !
นานๆ ครั้งเราจะเจอกับโจรขโมยงานชาวบ้านที่มีสำนวนโวหารการเขียนตอบโต้เป็นกิจลักษณะ แลดูน่าเชื่อถือ
สร้างความถูกต้องชอบธรรมให้กับการกระทำของตัวเอง จนบรรดาลิ่วล้อของหัวหน้าโจรได้ฟังแล้วเคลิ้มไปเลย
พวกเราเหล่า Creator ก็ลองดูว่าข้อความที่หัวหน้าโจรเขียนมานั้น มันเป็นเรื่องลิขสิทธิ์หรือสิทธิบัตรกันแน่
เพราะเคยมีกรณีเหล่ามิจฉาชีพ นำเอาเรื่องของสิทธิบัตรมาทำเป็นเนียนพูดแทนเรื่องของลิขสิทธิ์เสียอย่างนั้น
ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก พวกเราเหล่า Creator ทั้งหลายเอาตารางข้างบนฟาดกลับให้หน้าหงายเลยครับ
.
พรบ.ลิขสิทธิ์ 2537
.
มาตรา 6
งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่ งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม
ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใดใน
แผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะของผู้สร้างสรรค์ ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออก
โดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด การคุ้มครองลิขสิทธิ์ไม่คลุมถึงความคิด หรือขั้นตอน กรรมวิธี หรือระบบ
หรือวิธีใช้หรือทำงาน หรือแนวความคิด หลักการ การค้นพบ หรือทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
.
Counter Attack !
ทุกท่านสามารถใช้มาตรานี้ตอกหน้าพวกขโมยที่ชอบพูดว่า "เราไม่ได้ใช้โปรแกรมมีลิขสิทธิ์ในการทำงาน"
เพราะการคุ้มครองลิขสิทธิ์ อยู่ที่ตัวของผลงาน ไม่ใช่ระบบหรือเครื่องมือที่ใช้ในการทำงานนั้นแต่อย่างใด
แถมพวกเราเหล่า Creator ยังมีทางออกอื่นด้วยการใช้ "ฟรีแวร์" ซึ่งมีให้โหลดอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ขณะโจรขโมยงานชาวบ้าน ก็ยังคงเป็นโจรขโมยงานชาวบ้านอยู่วันยังค่ำนั่นล่ะครับ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
.
มาตรา 27
การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต
ตามมาตรา 15 (5) ให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(1) ทำซ้ำหรือดัดแปลง
(2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน *
.
มาตรา 31
ผู้ใดรู้อยู่แล้วหรือมีเหตุอันควรรู้ว่างานใดได้ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น กระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง
แก่งานนั้นเพื่อหากำไร ให้ถือว่าผู้นั้นกระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
(1) ขาย มีไว้เพื่อขาย เสนอขาย ให้เช่า เสนอให้เช่า ให้เช่าซื้อ หรือเสนอให้เช่าซื้อ
(2) เผยแพร่ต่อสาธารณชน *
(3) แจกจ่ายในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์
(4) นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักร
.
Counter Attack !
จากมาตรา 27(1) และ 31(2) ข้ออ้างใดๆ ก็ฟังไม่ขึ้นครับ ถ้าคุณขโมยงานของคนอื่นโดยไม่แจ้งเจ้าของทราบ
ข้ออ้างยอดฮิตคือ "ไม่ทราบชื่อผู้วาด" แต่ผู้ดีคงไม่ขับรถฝ่าไฟแดงโดยอ้างว่าไม่เห็นตำรวจจราจรใช่ไหมครับ
.
ข้อยกเว้นการละเมิดลิขสิทธิ์
.
มาตรา 32
- การกระทำแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ของบุคคลอื่นตามพระราชบัญญัตินี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาผลประโยชน์
จากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของ
เจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
- ภายใต้บังคับบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งแก่งานอันมีลิขสิทธิ์ตามวรรคหนึ่ง
มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ถ้าได้กระทำดังต่อไปนี้
.
1. วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร *
2. ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและบุคคลอื่นในครอบครัวหรือญาติสนิท *
3. ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงาน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น *
4. เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น *
5. ทำซ้ำ ดัดแปลง นำแสดงออก หรือทำให้ปรากฎเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาลหรือเจ้าพนักงาน
....ซึ่งมีอำนาจตามกฏหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว
6. ทำซ้ำ ดัดแปลง นำแสดงออก หรือทำให้ปรากฎโดยผู้สอน เพื่อประโยชน์ในการสอนของตน อันมิใช่การ
....กระทำเพื่อหากำไร
7. ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงาน หรือตัดทอน หรือทำบทสรุปโดยผู้สอนหรือสถาบันศึกษา เพื่อแจกจ่าย
....หรือจำหน่ายแก่ผู้เรีนในชั้นเรียนหรือในสถาบันศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการกระทำเพื่อหากำไร
8. นำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ
.
มาตรา 33
การกล่าว คัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควรจากงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
ถ้าได้ปฎิบัติตามมาตรา 32 วรรคหนึ่ง
.
Counter Attack !
มาตรา 32, 33 เอาไว้ใช้ตบหน้าพวกที่พูดว่าภาพ Fanart ไปละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของต้นฉบับโดยเฉพาะ
เหล่า Creator ที่วาด Fanart ไม่มีใครตู่ว่าตัวเองเป็นเจ้าของ Original Charactor ที่ใช้ฝึกวาดรูปกัน
การวาด Fanart โดยไม่หวังผลกำไร ตามมาตรา 32(1) และใช้ฝึกฝนทักษะของตนเอง ตามมาตรา 32(2)
และนำมาแสดงในเว็บบอร์ดให้ผู้อื่นติชม วิจารณ์ ตามมาตรา 32(3) แล้วนำ Fanart ดังกล่าวเข้าประกวด
ในงานที่จัดขึ้นอย่างถูกต้อง และนำเสนอข่าวเป็นทางการ ตามมาตรา 32(4) จึงไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
.
การที่เรานำเอา [ตัวละครดั้งเดิม] จากเกม การ์ตูน หรืออะนิเม มาเป็นต้นแบบในการ [วาดรูปขึ้นมาใหม่] นั้น
แตกต่างจากพวก Copier ที่คัดลอก [รูปของเรา] ไป [ทุก pixel หรือทุก byte] แบบดิจิตอล อย่างสิ้นเชิง
ดังเช่น กรณีที่มีผู้ทำการ Copy & Paste ภาพ Fanart เกม Ragnarok จากเว็บชื่อดังส่งเข้าประกวด
ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อหวังผลกำไรจากรางวัลล่อใจและคัดลอกไปโดยที่ไม่บอกกล่าวให้เจ้าของทราบแน่นอน
กรณีดังกล่าวผิดจากเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในมาตรา 32(1) 32(2) 32(3) และ 32(4) แบบเรียงหน้ากระดาน
.
มาตรา 11
งานใดที่มีลักษณะการดัดแปลงงานอันเป็นลิขสิทธิ์ตาม พรบ.นี้ โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์
ให้ผู้ที่ได้ดัดแปลงนั้นมีลิขสิทธิ์ในงานที่ได้ดัดแปลงตามพระราชบัญญัตินี้ แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบกระเทือน
สิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ที่มีอยู่ในงานของผู้สร้างสรรค์เดิมที่ถูกดัดแปลง
.
มีคนพยายามบอกว่า Fanart เป็นงานไม่มีลิขสิทธิ์อยู่ดี เพราะเราไม่ได้ไปขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์ตัวจริง
ดูเผินๆ เหมือนเขาจะพูดถูกนะครับ แต่ดูให้ดีๆ แล้ว มาตรา 11 หมวด 2 นี้มันชื่อว่า [การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์]
ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับ มาตรา 6 หมวด 1 [งานอันมีลิขสิทธิ์] จึงจำต้องอธิบายขยายความเพิ่มเติมอีกนิด
.
ตัวอย่างสมมุติ
1. Squall เป็น Original Charactor ของ Square
2. เราวาดภาพ Fanart ซึ่งมีตัวละคร Squall อยู่ในนั้น
.
คงไม่มีนักวาด Fanart คนไหนตู่ว่าตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ Squall ใช่ไหมครับ (มีก็หน้าด้านเกินไปแล้ว)
ซึ่งก็ถูกต้องตามสามัญสำนึก, เรา ไม่ได้เป็นเจ้าของ Squall ตามมาตรา 11 ว่าด้วย [การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์]
แต่ Fanart ที่สร้างสรรค์ขึ้นตามมาตรา 4 นั้นมีลิขสิทธิ์ในตัวเองตามมาตรา 6 ว่าด้วย [งานอันมีลิขสิทธิ์]
.
เราไม่มีลิขสิทธิใน [Original Charactor ของคนอื่นๆ]
แต่เรามีลิขสิทธิ์ใน [Fanart ที่เราวาดเอง] ต่างหากครับ
ตราบที่พวกเรายังวาด Fanart ภายใต้เงื่อนไขมาตรา 32
.
.
.

สุดท้าย
.
คุณเหนื่อยใจไหมครับ เวลาต้องไปเจอกับนักกฎหมายหัวหมอ ที่ตีความแม้กระทั่งเรื่องของจริยธรรมพื้นฐาน !
ยกเอามาตรานั้นมาตรานี้ขึ้นมาพูดวนๆ จนคุณหัวหมุนติ้ว แต่โดยสรุปคือ มันมีเจตนาต้องการบอกพวกเราว่า
"Fanart ของพวกมึง มันไม่มีลิขสิทธิ์อยู่ดีแหละโว้ย"
.
Counter Attack !
"พวกเราเรียกร้องสิทธิในสิ่งที่พวกเราทำขึ้นมากับมือโว้ย" (ลิขสิทธิ์เป็นสิ่งที่ตามมาหลังจากทำงานเสร็จสิ้น)
น่าแปลก ประเทศผู้ผลิต Fanart รายใหญ่ในอินเตอร์เน็ตก้าวไปถึงขั้นออกมาตรการปกป้องผลงานพวกเขา
แต่บ้านเรากลับมีนักกฎหมายหัวหมอบอกว่า พวกเราไม่สิทธิห่าเหวอะไรทั้งสิ้นในงานที่เราทำขึ้นมากับมือแท้ๆ
นักกฎหมายพวกนี้คงนึกว่า Fanart ออกมาจากกระบอกไม้ไผ่หรือเอา Original ให้ดูแล้วใครๆ ก็วาดได้มั้ง

เก็บตก Fanfic, Fanart : การรักษาผลประโยชน์เบื้องต้นของ Creator จากเหล่า Copier
กรณี Fanart

1. เก็บภาพต้นฉบับที่เป็นไฟล์ .psd เอาไว้ (กรณีทำงานด้วยโปรแกรม Photoshop)
ไฟล์ .psd เป็นไฟล์ที่แยกขั้นตอนการทำงานหลายๆ ส่วนออกจากกัน ซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของผลงานในการกลับมาตกแต่งแก้ไขรูปภาพ ดังนั้น Creator จึงไม่ควรใจเร็วลบไฟล์ .psd ทิ้งไปเสียก่อน โดยเฉพาะงานสำคัญๆ ที่ส่งประกวด หรืองานที่ภาคภูมิใจอย่างยิ่งยวด, เพราะสำหรับเหล่า Copier ไร้ความสามารถ ที่ทำเป็นแต่ Copy งานจากหน้าเว็บนั้น จะไม่มีไฟล์ .psd อยู่กับตัวเด็ดขาด, แม้ทางปฎิบัติ จะสามารถสร้าง Layer ย้อนกลับขึ้นมาเองก็ได้ ซึ่งต้องใช้ความ แต่ต้องใช้ความสามารถสูง ทว่า อย่างที่กล่าวไว้ในวรรคก่อนครับ, Copier พวกนี้ "ไร้ความสามารถ" สันหลังยาว ไม่ลุกขึ้นมาทำ Layer ใหม่ด้วยตัวเองแน่
.
2. ระบุวันที่ลงในผลงาน และบันทึกวัน เวลา สถานที่ ที่เราแสดงผลงานครั้งแรก
บางท่านเกรงว่าการเขียนชื่อหรือวันที่ลงไป อาจทำให้รูปหมดสวย แต่ถ้าอยากให้พวก Copier ลำบากอีกนิดก็ควรทำครับ (อย่างน้อยเราก็มีต้นฉบับที่สวยสะอาดเป็นไฟล์ .psd ในข้อ 1 อยู่แล้ว) โดยวันที่ที่จะแทรกในรูปนั้น ควรตรงกับวันที่เรานำ Fanart ออกแสดงตามเว็บบอร์ด เพื่อเป็นหลักประกันเวลาเราต้องสู้กับขโมยหัวหมอที่แอบอ้างว่าเป็นผู้ทำ Fanart นั้นๆ, ตราบเท่าที่การ Copy Fanart ใดๆ ในโลก ต้องกระทำหลังจากเจ้าของแสดงผลงานในอินเตอร์เน็ต, ต่อให้พวกหัวขโมยอ้างว่าลงรูปก่อนหน้านั้น ก็เป็นเพียงคำพูดลอยๆ ที่ไม่สามารถหาหลักฐานยืนยันได้ (เพราะมันไม่มีน่ะสิ) ต่างกับเรา ที่มีพยานหลักฐานครบ (รูป + กระทู้) ครับ
.
รวมไปถึงวิธีการอื่นๆ เช่น การทำกรอบ, การใช้โปรแกรมลงลายน้ำ, ฯลฯ แม้วิธีการเหล่านี้ไม่สามารถป้องกันได้ 100% ก็ยังดีกว่าปล่อยให้พวก Copier บันทึกภาพเอาไปจากหน้าจอง่ายๆ อย่างเดียวครับ (โดยเฉพาะ Windows XP ที่บันทึกภาพเก็บง่ายมาก)
.
กรณี Fanfic (รวมถึงงานเขียนบทความทุกประเภท)
1. ใส่มุขเฉพาะที่ลงไป
ผู้ที่อยู่ในเว็บบอร์ดใดเว็บบอร์ดหนึ่งนานๆ เข้า ก็จะจับลักษณะพิเศษหรือเหตุการณ์เด่นๆ ที่เกิดขึ้นเป็นการภายในได้ และนำเอามาใส่ไว้ในบทความที่เราเขียน แต่วิธีนี้ต้องอาศัยความสามารถของ Creator สูง โดยเฉพาะงานเขียนที่มีความเป็นวิชาการมากๆ แต่ถ้าเป็นงานเขียนฮาๆ เอามันส์ ก็จะแทรกมุขเฉพาะที่เข้าไปได้ง่ายกว่า วิธีนี้จะทำให้งานมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เข้ากับสถานที่นั้นๆ เหมาะกับงานที่ไม่ต้องการเผยแพร่ในวงกว้าง เพราะมุขเฉพาะที่นั้น มักแป๊กหรือฝืด เมื่อเอาไปแสดงในสถานที่อื่นๆ ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกัน และปรกติ Copier นั้นไม่มีหัว Create พอที่จะสร้างมุขใหม่ขึ้นมาทดแทนเสียด้วยสิ (มีแต่ Copy ไงล่ะคร้าบ)
.
2. เจตนาใส่คำผิดลงไปเพื่อเป็นจุดสังเกต
งานเขียนที่เน้นสาระ ซึ่งมีศัพท์เฉพาะในเรื่องนั้นๆ เป็นจำนวนมาก เป็นการยากที่ Copier จะค้นหาคำบางคำที่ถูกเปลี่ยนแปลงแบบยกชุด (ทั้งนี้ Creator เองพึงหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงคำที่มีผลกระทบต่อการนำไปตีความหมายต่อเนื่อง) ยกตัวอย่างเช่น งานชิ้นหนึ่ง ผมใช้คำว่า Windhill แทน Winhill แบบยกชุด เพราะถ้ามองผ่านๆ จะไม่เห็นความผิดปรกติ, ซึ่ง Copier ส่วนใหญ่ไม่มีความละเอียดละออเท่ากับ Creator หรอกครับเพราะมันเคยทำอะไรเองเสียเมื่อไร ดังนั้น เราจึงใส่อะไรดักไว้ได้เยอะมากครับ
.
Fanfic มักตรวจพบการถูกขโมยได้ช้ากว่า Fanart เพราะ Fanart นั้นมองปุ๊บก็เห็นปั๊บ ขณะที่ Fanfic ต้องอาศัยเวลาในการอ่าน และบางครั้งอาจเจอ Copier มือเซียนที่ตัดต่อสำนวนใหม่จนจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ถ้าเจ้าของผลงานที่แท้จริงไม่ใส่ Keyword เอาไว้
.
อย่าแปลกใจว่าทำไมคำพูดที่ผมใช้ในบทความนี้ ค่อนข้างจะดูถูก Copier เหลือเกิน นั่นสิครับ งั้นใครก็ได้ช่วยยกความดีของ Copier ในวงการ Fanfic / Fanart มาให้ฟังหน่อยสิครับ มันไม่เหมือน Copier ญี่ปุ่นหรือจีนในกรณี "ผลิต" สินค้าลอกเลียนแบบแน่ๆ รายนั้น Copy ให้คุณภาพสูงกว่าเดิมหรือต้นทุนต่ำกว่าเดิม, แล้ว Copier ในวงการ Fanfic / Fanart ทำอะไรให้เกิดมรรคผลขึ้นมาบ้างครับ ? ถ้าไม่นับข้ออ้างพื้นๆ ว่า ช่วยเผยแพร่ผลงาน (ที่เจ้าของผลงานไม่ได้ต้องการให้เอาไปเผยแพร่โว้ย) น่ะ ?

เว็บบอร์ดกับเกรี๊ยนเกรียน เมื่อปิดภาคเรียนมาถึง
.
AF Glossary : Webboard
.
Webboard หรือ Internet Forum เป็นฟังก์ชั่นหนึ่งของโลกไซเบอร์ที่เอาไว้เก็บข้อความสนทนาต่างๆ พัฒนามาจาก Newsgroups หรือ Bulletin Boards ในโลกไซเบอร์ยุคแรกๆ (ช่วง 1980s - 1990s) ปัจจุบันมีชื่อเรียกหลายแบบ เช่น Web Forums, Message Boards, Discussion Boards, Discussion Forums, Discussion Groups ฯลฯ แต่ไม่ว่าจะเรียกแบบไหนมันก็คือสถานี่ที่มีผู้คนจำนวนมากรวมตัวกัน ตั้งหรือตอบหัวข้อกระทู้สนทนา และมีโอกาสพัฒนาตัวจนกลายเป็นสังคมเสมือน (Virtual Community) ได้
.
สังคมใดไม่มีกฎระเบียบในการใช้ชีวิต สังคมนั้นๆ ก็จะมีแต่ความวุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้น
เสรีภาพในโลกอินเตอร์เน็ต คืออิสระใน "การใช้ Function" ของ "World Wide Web"
หาใช่อิสรภาพใน "การกระทำ" ภายใน "Community" อย่างที่หลายคนคิดแบบนี้จริงๆ
เพราะสิ่งที่อยู่ใน "Community" คือมนุษย์, ไม่ใช่ Function เครื่องมือที่ไม่มีชีวิตจิตใจ
.
เว็บบอร์ดในการใช้งานของบุคคลทั่วไป
- สถานที่ส่วนตัวที่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาใช้งาน ตามกฎระเบียบที่วางเอาไว้
เว็บบอร์ดในการใช้งานของเกรี๊ยนเกรียน
- สถานที่ที่กูจะเข้ามาทำอะไรก็ได้ตามใจกู อย่าเสือก กฎระเบียบห่าอะไร ไม่เคยอ่านว่ะ
.
สรุป
ปัญหาที่เกิดขึ้นตามกระดานข่าวอิเล็กทรอนิกส์ในแต่ละสังคมเสมือน (Virtual Community) เกิดขึ้นจากความไม่เข้าใจในวิถีประชา (Norm) ของสังคมเสมือนนั้นๆ เหมือนกับการเข้าหากลุ่มเพื่อนในโลกแห่งความเป็นจริง ที่แต่ละกลุ่มก็จะมีวิถีปฎิบัติแตกต่างกันไป โดยทั่วไป มนุษย์ก็มักจะคบค้าสมาคมกับกลุ่มที่มีอะไรบางอย่างคล้ายกับตัวเองอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานหรือว่างานอดิเรก
.
ปัญหาพื้นฐานที่พบ ไม่ว่าจะในสังคมเสมือนหรือสังคมแห่งความเป็นจริง คือพฤติกรรมความเคยชินของแต่ละบุคคลในแต่ละสังคม ซึ่งสังคมหนึ่งอาจยอมรับได้ แต่อีกสังคมหนึ่งอาจไม่ยอมรับ, การเข้าสังคม ไม่ว่าจะในสังคมเสมือนหรือสังคมแห่งความเป็นจริง สิ่งที่ต้องกระทำก็คือการเรียนรู้ Norm ของแต่ละสังคม ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าขวานผ่าซาก ประพฤติตัวตามความเคยชินโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ
.
อนึ่ง มีปัญหาอยู่ปัญหาหนึ่งที่ผู้ดูแลบอร์ดต้องเจอ และมีความเกี่ยวข้องกับ "ช่วงเวลาปิดภาคเรียน" อย่างมีนัยสำคัญ ถ้าจะอธิบายก็คงยืดยาว ขอเรียกสั้นๆ ว่า "ปัญหาเกรี๊ยนเกรียน" จาก "กระทู้เกรี๊ยนเกรียน" แบบนี้คิดว่าผู้อ่านคงเห็นภาพลอยขึ้นมาในหัวเลยนะครับ เราต่างก็รู้อยู่กันอยู่แล้วว่า พวกเกรียนไม่เคยฟังคำอธิบายหรือเหตุผลใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น ผู้ดูแลบอร์ดทั้งหลาย อย่ามัวเสียเวลาเลยครับ
.
จัดการไปตามกฎ กติกา มารยาท (ที่พวกเกรียนไม่เคยสนใจศึกษา) ดีกว่า
นี่ก็คือสาเหตุที่ผู้ดูแลบอร์ดไม่ค่อยชอบใจช่วงเวลาปิดภาคเรียนเท่าไหร่นัก
เพราะต้องรับมือพวกเกรี๊ยนเกรียนที่ไม่รู้จะตั้งกระทู้เกรี๊ยนเกรียนกันวันไหน