Utilities-review


.
.
.
26 มิถุนายน 2551 ที่ผ่านมา สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้ประกาศรายละเอียด
องค์ประกอบในการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยของรัฐในระบบ Admissions กลาง
ปีการศึกษา 2553 ซึ่งคราวนี้ได้ตัดองค์ประกอบที่ซ้ำซ้อนออกไป และเน้นสัดส่วนวิชาเฉพาะให้มากขึ้น
.
องค์ประกอบ Admissions 2553
.
1. GPAX .....6 ภาคเรียน (ม.4 - ม.6)...........20%
2. O-NET.....8 กลุ่มสาระ................................30%
3. ความถนัดทั่วไป (GAT)................................10 - 50%
4. ความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ (PAT)........0 - 40%
.
ยกเลิก GPA (คะแนนผลการเรียนรายกลุ่มสาระ) ใช้แต่ GPAX (ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม)
เพื่อลดข้อร้องเรียนกรณีโรงเรียนมัธยมวัดชิวชิวปล่อยเกรด ทำให้เด็กของโรงเรียนตึ๋งหนืดวิทยาเสียเปรียบ
ถึงแม้ผลการสอบ Admissions ที่ผ่านมาจะพบว่าค่า GPA สอดคล้องกับผลคะแนน O-NET ก็ตาม
ส่วน GPAX (ผลการเรียนเฉลี่ยสะสม) เฟ้อหรือไม่นั้น ยังมีความเห็นที่ต่างกันระหว่าง กพฐ. กับ สทศ.
.
ยกเลิก A-NET (การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติชั้นสูง)
เนื่องจากซ้ำซ้อนกับ O-NET
O-NET (5+3) ประกอบด้วยกลุ่มสาระ [ไทย/สังคม/อังกฤษ/คณิต/วิทย์] และ พละ/ศิลปะ/การงาน
คะแนนที่จะนำไปใช้ในคือ 5 กลุ่มสาระแรก เนื่องจาก 3 กลุ่มสาระหลังจัดอยู่ในประเภท "ทักษะติดตัว"
โดยคะแนน O-NET ถูกจำกัดสัดส่วนเอาไว้อยู่ที่ 30% เพื่อจะได้ไปวัดฝีมือกันที่วิชาเฉพาะอย่างแท้จริง
.
เพิ่มเติม
ศ.ดร.ศิริชัย กาญจนวาสี ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบและประเมินเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาและวิชาชีพ
คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้วิจัยเกี่ยวกับผลการเรียนเฉลี่ยสะสม (GPAX) 5 กลุ่มสาระ
ในโรงเรียนสังกัด สพฐ. พบว่าปล่อยเกรด 1,224 โรง ให้เกรดปรกติ 121 โรง กดเกรด 1,238 โรง
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาฯ สพฐ. กล่าวว่า โรงเรียนที่ปล่อยเกรด เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก
นอกจากนี้โรงเรียนที่อยู่ในกลุ่มปล่อยเกรดจำนวน 793 โรง ไม่มีนักเรียนไปสมัครสอบแอดมิสชั่นอย่างใด
.
.
.
GAT (General Aptitude Test) คืออะไร ?
.
GAT คือ การวัดศักยภาพในการเรียนมหาวิทยาลัยให้ประสบความสำเร็จ หรือ [ความถนัดทั่วไป]
ข้อสอบ GAT แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ
1. ความสามารถในการอ่าน เขียน คิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา.......50%
2. ความสามารถในการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษ..........................50%
.
เด็กคนไหนอ่านหนังสือปีละมากกว่า 8 บรรทัด, ไม่ใช้ภาษาวิบัติพร่ำเพรื่อจนไม่รู้ว่าคำที่ถูกต้องเขียนอย่างไร
รู้จักการทำรายงานที่มากกว่าการ copy&paste มาจากกูเกิ้ล, หัดฝึกฝนภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันบ้าง
ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมภาษาอังกฤษ, ดูหนังฟังเพลงภาษาอังกฤษ ฯลฯ หรืออะไรก็ได้, ขอให้ทำจริงเถอะน่า
แล้ว GAT จะกลายเป็นตัวแจกแต้มครับ ไม่ต้องไปดิ้นรนติวที่ไหนด้วย เพราะ GAT คือ "ทักษะติดตัว"
.
เด็กคนไหนเอาแต่เล่นเกมจนเมพขิงๆ ไม่สนใจติดตามข่าวสารบ้านเมือง ใช้แต่ภาษาวิบัติตลอด 24 ชั่วโมง
ภาษาแม่เฮงซวย ดังนั้นภาษาอังกฤษไม่ต้องพูดถึง, ขโมยงานจากอินเตอร์เน็ตเป็นนิจ คิดทำอะไรเองไม่เป็น
หรือติดตามข่าวสารโดยไม่พิจารณาว่ามันจริงหรือเปล่า, เชื่อถือ forward mail อย่างไม่ลืมหูลืมตา ฯลฯ
คงต้องเข้าคอร์สอบรมบ่มนิสัย ดัดสันดาน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมครับ เดี๋ยวคงมีเปิดติวแถวสยามแน่ๆ lol
.
.

.
PAT (Professional Aptitude Test) คืออะไร ?
.
PAT คือ ความถนัดทางวิชาการและวิชาชีพ หรือที่เรียกกันแต่ก่อนว่า [วิชาเฉพาะ]
ซึ่งเด็กวิศวะ, สถาปัตย์ ฯลฯ ฟาดฟันกันมานานแล้ว คราวนี้แบ่งหมวดหมู่ให้ชัดเจนกว่าเดิม ประกอบด้วย
.
PAT 1 - ความถนัดทางคณิตศาสตร์
PAT 2 - ความถนัดทางวิทยาศาสตร์
PAT 3 - ความถนัดทางวิศวกรรมศาสตร์
PAT 4 - ความถนัดทางสถาปัตยกรรมศาสตร์
PAT 5 - ความถนัดทางครู
PAT 6 - ความถนัดทางศิลปะ
PAT 7 - ความถนัดในการเรียนภาษาต่างประเทศ
.
PAT เป็นของใหม่หรือเปล่า ?
.
คำตอบคือ ไม่ใช่เลยครับ เพราะว่า PAT 3, 4, 6, 7 มีมาตั้งแต่การสอบเอนทรานซ์ในยุคโบราณแล้ว
ที่แยกออกมาใหม่ถอดด้ามหน่อยคือ PAT 1, 2 ซึ่งชื่อบอกยี่ห้อแล้วว่าสำหรับคณะวิทยาศาสตร์โดยตรง
เหตุผลที่เพิ่ม PAT 1, 2 เข้ามานั้น ถามอาจารย์คณะวิทย์หรือดูจำนวนเด็กที่ซ่อมวิชาแคลคูลัสก็ได้ครับ
.
PAT 3, 4, 6 เด็กวิศวะ, สถาปัตย์ ฯลฯ ต่างคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว ไม่ว่าระบบการสอบจะเปลี่ยนอย่างไร
PAT 5 ซึ่งเปิดสอบมาพักใหญ่ๆ แล้วนั้น มีการปรับปรุงสำหรับคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์โดยตรง
PAT 7 มีให้เลือก 6 ภาษา คือ ฝรั่งเศส, เยอรมัน, ญี่ปุ่น, จีน, บาลี, อาหรับ ไม่ต่างจากของเดิมนัก
.
รูปแบบการสอบ GAT และ PAT
.
สอบได้ถึงปีละ 3 ครั้ง !!! ช่วงประมาณเดือนมกราคม, พฤษภาคม, ธันวาคม (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
เริ่มสอบได้ตั้งแต่ชั้น ม.5 โดยนักเรียนจะสมัครสอบทุกครั้งก็ได้ถ้าอึดพอ (ค่าสมัครวิชาละ 100 บาท)
คะแนนสอบแต่ละครั้งมีอายุ 2 ปีนับตั้งแต่วันสอบ ให้เลือกครั้งที่คะแนนดีที่สุดในการ Admissions
ขณะนี้ยังไม่มีคณะใดใช้ PAT เกินสองวิชา แต่ถ้านักเรียนอยากลองของ จะลงสอบมากกว่านี้ก็ได้ครับ
.
สัดส่วนการสอบ GAT และ PAT
.
.

.
ประกาศ
.

ทาง สทศ. จะทำการจัดสอบ GAT และ PAT (เฉพาะ PAT 1, PAT 2, PAT 3)
ให้แก่นักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.5 ขึ้นไปเป็นครั้งแรกในช่วงกลางเดือนมกราคม 2552 นี้
นักเรียนที่สนใจ ให้ติดตามรายละเอียด และกำหนดการสอบเพิ่มเติมได้ที่ www.niets.or.th
.

.
สรุป
.
ข้อสอบ GAT เป็นสิ่งที่เตรียมตัวยากกว่า เพราะไม่ผูกติดกับความรู้ในวิชา แต่เป็นสิ่งที่ฝึกมาตั้งแต่เด็ก
ข้อสอบ PAT เป็นสิ่งที่เตรียมตัวง่ายกว่า โดยการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม หรือว่าทบทวนในห้องเรียน

มีความเห็นเพิ่มเติมว่า PAT 2 ควรแยกฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ออกจากกัน เพื่อคัดเลือกเด็กให้ตรงกับสาขา
มีความเห็นเพิ่มเติมว่า ควรเพิ่ม PAT ด้านวิชาสังคม สำหรับเด็กที่สอบคณะนิติศาสตร์/สังคมศาสตร์

.
ความเห็นส่วนตัว
.
การลดอัตราส่วน O-NET ทำให้เก็งกันได้เลยว่าตลาดกวดวิชาจะเปิดหลักสูตร GAT, PAT มากขึ้น
แต่ติดตรงที่สาขาวิชาหลักมากกว่าครึ่งใช้ข้อสอบ GAT ซึ่งทำตำรากวดวิชายาก เพราะเป็นทักษะติดตัว
อีกทั้งข้อสอบ PAT หลายตัวนั้นเป็นภาคปฏิบัติ ซึ่งใช้ติวเตอร์คนละกลุ่มกับโรงเรียนกวดวิชาตามปรกติ
สำหรับเด็กสถาปัตย์ที่เสียเปรียบมาหลายปี ระบบใหม่เปิดโอกาสให้สอบ PAT 4 ได้อย่างน้อย 2 ครั้ง
นักเรียนจะรู้ตัวเร็วกว่าเดิม 1 ปีว่า มีความสามารถเพียงพอและเหมาะสมที่จะเดินมายังทางสายนี้หรือไม่
จากเดิมที่มีโอกาสสอบเพียงครั้งเดียว และถ้าพลาด หรือพบว่าตัวเองไม่ถนัด ก็ต้องรอ'ซิ่วไปอีก 1 ปีเลย
.
Edit เพิ่มเติม
อ่านรายละเอียดตัวอย่าง GAT ของประเทศออสเตรเลียที่ความเห็น 23 ครับ หลายอย่างน่าสนใจมาก
ถ้า GAT ของเราสามารถค้นหาเด็กที่มีศักยภาพ (นอกเหนือจากการท่องจำ-ทำเกรด) ได้แบบนี้ล่ะก็เจ๋ง

.
.
ของแถม
.
จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างผู้ปกครองในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลจำนวน 509 คน
พบว่า 71.9% ส่งเด็กไปเรียนเสริม/เรียนพิเศษ โดยวิชาที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ
ภาษาอังกฤษ 69%, คณิต 56.9%, ฟิสิกส์ 33.6%, ไทย 33%, เคมี 32.4%
.
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือน (บาท)
.
39.6%.........1,001 - 3,000
20.7%.........3,001 - 5,000
...9.9%.........5,001 - 7,000
...7.0%.......>9,000
18.6%........<1,000
.
.
.
ของแถมที่ไม่เกี่ยวข้องกับเอนทรี่นี้
.
ข่าวช็อคสำหรับ(บาง)คนในวงการเกม เมื่อ Final Fantasy XIII ประกาศลงเครื่อง XBOX 360
ทำให้ FF หลุดจากการเป็นเกม Exclusive หรือเกมที่สร้างขึ้นเพื่อลงเครื่องใดเครื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
สำหรับคนเล่นเกม หลายคนรู้สึกยินดี เพราะจะได้มีทางเลือกในการเล่นเกมที่ตนให้ความสนใจสะดวกขึ้น
รวมทั้งผู้ที่เล่นอย่างเดียว (โดยไม่สนใจว่าเกมโปรดของตนจะลงเครื่องไหน) ก็ไม่ได้ผลกระทบอะไรมาก
การที่ผู้บริโภค (แผ่นแท้ในต่างประเทศ) มีทางเลือกเพิ่ม ราคาหุ้นของบริษัทผู้ผลิตเกมก็เพิ่มขึ้นในทันที
.
สำหรับคนเล่นเครื่อง บางคนรู้สึกเสียหน้า เพราะอวดอ้างสรรพคุณและถือหางเครื่องของตนเอาไว้ก็มาก
เลยเถิดถึงการแช่งชักหักกระดูกผู้ผลิตเกมหน้าตาเฉย แล้วเปลี่ยนไปพูดถึงเรื่องของคุณค่าทางจิตใจแทน
(จากรูปธรรมสู่นามธรรมเพียงชั่วข้ามคืน นับว่าข่าวนี้มีผลกระทบต่อ "บางคน" รุนแรงจริงๆ นะครับ)
ไม่ว่าฮาร์ดแวร์เจ๋งขนาดไหน สุดท้ายก็เห็นกันแล้วว่าสิ่งที่ทำให้เราดื่มด่ำกับการใช้งานนั้นอยู่ที่ซอฟต์แวร์
ส่งผลให้ราคาหุ้นในส่วนแผนกผู้ผลิตเครื่องเกมเทพเจ้า เป็นไปในทิศทางตรงกันข้ามด้วยประการฉะนี้~
.
สำหรับผู้ที่ไม่ได้เล่นเกม ไม่ได้เล่นเครื่อง ไม่ได้เล่นหุ้น ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ก็ไม่เดือดร้อนอะไรกับข่าวนี้

.
Entry ก่อน ได้กล่าวถึง Rapid Transit System หรือระบบขนส่งด่วนทางรางตามเมืองใหญ่ทั่วโลก
ซึ่งประเทศที่มีทั้งจำนวนและปริมาณผู้ใช้บริการ RTS ที่โดดเด่นเป็นอันดับหนึ่งของโลกย่อมหนีไม่พ้นญี่ปุ่น
นอกจาก RTS ในเมืองแล้ว ญี่ปุ่นยังมี Heavy Rail เชื่อมโยงเมืองต่างๆ ตั้งแต่เหนือจรดใต้เข้าด้วยกัน
ที่หลายคนได้ยินผ่านหูบ่อยได้แก่ รถชินคันเซ็น (Shinkansen) ซึ่งวิ่งอยู่ใน JR Group หลายเส้นทาง
ซึ่ง JR ได้ฉีดยาโด๊ปอัดสเตียรอยด์ใส่ Heavy Rail แบบชินคันเซ็นจน RTS บางแห่งยังต้องอายม้วน
.
.

ภาพ : รถด่วนชินคันเซ็นกับภูเขาไฟฟูจิยอดนิยม
.
.
JR Group คืออะไร ?
.
องค์การรถไฟญี่ปุ่นผ่านการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงและปฏิรูปมานานจนลงตัวที่ Japan Railways Group
(JR Group) ซึ่งมี 7 บริษัทย่อย JR Central, JR East, JR West, JR ฮอกไกโด, JR ชิโกกุ
JR คิวชู แบ่งตามลักษณะภูมิประเทศ และสุดท้าย JR Freight ที่รับผิดชอบการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ
3 ใน 7 บริษัทของ JR อยู่ในตลาดหุ้นและบริษัทที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ JR Central นี่เอง
เนื้อหาใน Entry นี้จะกล่าวถึง เส้นทางรถไฟความเร็วสูงในเขตพื้นที่บริษัท JR Central เป็นหลักนะครับ
.
JR Central มีพื้นที่รับผิดชอบ 23.7% ของกลุ่ม JR แต่ว่าครอบคลุมประชากรถึง 59% ของประเทศ
เนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยที่สำคัญทางตอนกลางของประเทศตั้งแต่โตเกียวจนถึงโอซาก้า (ประมาณ 75 ล้านคน)
31 มีนาคม 2550, JR Central มีรายได้ก่อนหักค่าใช้จ่าย 360,000 ล้านบาท 86% มาจากรถไฟสาย
โทไกโด ชินคันเซ็น (Tokaido Shinkansen) เป็นทางรถไฟสายหลัก ยาว 553 กิโลเมตร 10 สถานี
นอกจากโทไกโด ชินคันเซ็นแล้ว ยังมีเส้นทางสายย่อยอีก 12 สาย ความยาว 1,418 กิโลเมตร 393 สถานี
.
.

ภาพ : เขตพื้นที่รับผิดชอบของ JR Central
.
เพิ่มเติม : พื้นที่ส่วนใหญ่ของโตเกียวอยู่ในเขต JR East ครับ เพียงแต่มีสายโทไกโดแหย่เข้าไปหน่อย
.
.

ภาพ : เส้นทางสายย่อยในพื้นที่ JR Central
.
.
รถชินคันเซ็นเจ๋งขนาดไหน ?
.
- ไม่เคยมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจากการใช้รถไฟตลอดระยะเวลาที่ให้บริการ 43 ปี
- ขบวนรถชินคันเซ็นเสียเวลาเฉลี่ย 0.3 นาทีต่อขบวน
- ความเร็วในการใช้งานจริง 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ใช้เวลาในการเดินทางระหว่างโตเกียว - โอซาก้า ระยะทาง 553 กิโลเมตร : 2 ชั่วโมง 25 นาที
- จำนวนรถ 122 ขบวน, ความถี่สูงสุด 12 ขบวนต่อชั่วโมง (ทุกๆ 5 นาที) รวม 301 เที่ยวต่อวัน
- ความจุผู้โดยสาร 1,323 ที่นั่ง รองรับผู้โดยสาร 400,000 คนต่อวันระหว่างโตเกียว - โอซาก้า
- ขบวนรถรุ่นใหม่ล่าสุดซีรีส์ N700 ออกแบบเพื่อประหยัดพลังงานและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
- (31 มีนาคม 2550) JR Central ได้กำไร 38,600 ล้านบาท
.
.

ภาพ : รถชินคันเซ็น N700
.
.

ภาพ : JR Central Tower
.
.
แล้วรถไฟไทยเจ๋งขนาดไหน ?
.
- รถไฟไทยสามารถตกรางได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นทางตรง ทางโค้ง ที่ราบ ภูเขา
- รถไฟไทยเสียเวลาเฉลี่ย...zzzZZzzzZzzzZZzzz...
- ความเร็วในการใช้งานจริง <90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
- ใช้เวลาในการเดินทางระหว่างกรุงเทพ - เด่นชัย ระยะทาง 534 กิโลเมตร : 7 ชั่วโมง 20 นาที
- BTS รองรับผู้โดยสารได้ 400,000 คนต่อวันเช่นกัน แต่ถึงแค่หมอชิตนะ ที่เหลือต่อรถเอาเอง
- รางรถไฟ เหลืองอร่าม ดั่งทองคำ.....มีฝนพรำ สองสามหยด น่าฉงน
ตกกลางคืน แมลงสาบ บินเวียนวน.......เกิดเป็นคน ไทยควรหมั่น ซื้อรถเอย
- การรถไฟไทย ปี พ.ศ. 2549 ขาดทุน 6,570 ล้านบาท
.........................ปี พ.ศ. 2550 ขาดทุน 7,825 ล้านบาท
.........................ปี พ.ศ. 2551 มีภาระหนี้ ....5 หมื่นล้านบาท
.........................ยอดขาดทุนสะสมทั้งหมด 5 แสนล้านบาท
.
.

ภาพ : ที่ทำการรถไฟไทย
.
หมายเหตุ : อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราส่วนที่ 1 ใช้ข้อมูลวันที่ 31 มีนาคม 2550 จากเว็บไซต์กรมศุลกากร
.
.
.
การฉีดยาโด๊ปอัดสเตียรอยด์ของ JR ทำให้ชินคันเซ็นกำหนดคำนิยามใหม่เป็น Region RTS ได้สบาย
ด้วยความสามารถในการขนส่งผู้โดยสารถี่ยิบและเร็วไม่แพ้ Local RTS ระยะสั้นในเขตเมืองแต่อย่างใด
เป็นตัวอย่างหนึ่งของการแปรรูปองค์กรซึ่งประสบความเร็จเนื่องจากคนในองค์กรมีคุณภาพและเป็นมืออาชีพ
.
.
.
edit เพิ่มเติม ส่วนที่ 2
.
เปรียบเทียบค่าโดยสารระหว่าง โตเกียว - โอซาก้า
.
เครื่องบิน : ..ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 15 นาที
............................(รวมเช็คอิน 2 ชั่วโมง 30 นาที)
- ANA ชั้นประหยัด..............ราคา 22,600 เยน ..(6,800 บาท)
รถไฟความเร็วสูง : ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 25 นาที
- ชินคันเซ็น แบบจองที่...........ราคา 14,050 เยน ..(4,200 บาท)
.
อัตราส่วนผู้โดยสารระหว่างโตเกียว - โอซาก้า ที่ใช้บริการชินคันเซ็น : เครื่องบิน อัตราส่วนอยู่ที่ 80:20
เนื่องจาก เมื่อรวมเวลาการเช็คอินของเครื่องบินแล้ว แทบไม่ต่างจากชินคันเซ็นซึ่งมีค่าโดยสารถูกกว่า 30%
.
.
เปรียบเทียบค่าโดยสารระหว่าง กรุงเทพ - เชียงใหม่
.
เครื่องบิน : ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 10 นาที
..........................(รวมเช็คอิน 2 ชั่วโมง 30 นาที)
- การบินไทย ชั้นประหยัด............ราคา 2,190 บาท ...(รวมภาษีและค่าธรรมเนียม)
- นกแอร์ ชั้นประหยัดกว่า.............ราคา 2,090 บาท ...(รวมภาษีและค่าธรรมเนียม)
รถไฟความเร็วสูง : ทำได้ 5 ชั่วโมง ก็เจ๋งแล้วครับ
- ใช้อัตราส่วนเดียวกับญี่ปุ่น...........ราคา 1,350 บาท
รถไฟไทย : ใช้เวลาเดินทาง 14 ชั่วโมง
- ชั้น 2 ปรับอากาศเตียงล่าง.........ราคา 881 บาท
- ชั้น 1 ปรับอากาศเตียงล่าง.........ราคา 1,453 บาท
.
.
ถ้าบ้านเรามีรถไฟความเร็วสูงที่สามารถเดินทางจากเชียงใหม่ไปถึงกรุงเทพฯ ได้ภายในระยะเวลา 5 ชั่วโมง
โดยเพิ่มเงินค่าโดยสารรถไฟในปัจจุบันอีก 500 บาท แลกกับการไม่ต้องเสียเวลา 14 ชั่วโมงอย่างที่เป็นอยู่
ใช้เวลาเดินทางนานกว่าเครื่องบิน ไม่เกิน 3 ชั่วโมง แลกกับการที่ค่าโดยสารถูกกว่าเครื่องบินอีก 700 บาท
สำหรับคนที่ไม่ถูกโรคกับเครื่องบินอย่างผมแล้วนับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากครับ แต่คงตายก่อนได้เห็นแน่ๆ
.
หมายเหตุ : อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราส่วนที่ 2 ใช้ข้อมูลวันที่ 30 พฤษภาคม 2551
.
.
.

Related Links

.
Rapid Transit System คือระบบขนส่งที่มีเส้นทางเป็นของตัวเอง ไม่ใช้ทางร่วมกับยานพาหนะอื่นๆ
สามารถขนส่งผู้โดยสารจากสถานที่หนึ่งไปสถานที่หนึ่งได้พร้อมกันครั้งละมากๆ ด้วยความถี่ในการขนส่งสูง
ส่วนใหญ่จะเป็น การขนส่งทางราง จากคำจำกัดความนี้ ทำให้รถเมล์ด่วน (BRT) ซึ่งใช้พื้นที่ร่วมบนถนน
รถไฟรางเดี่ยว (Monorail) ในพื้นที่ส่วนตัว รวมทั้งระบบรถไฟแบบเก่าที่มีรางอยู่ในระดับเดียวกับพื้นถนน
จุดตัดกับถนนมาก ความถี่ในการขนส่งต่ำ มีเวลารอนาน จึงไม่นับรวมว่าเป็น Rapid Transit System
.
ขบวนรถไฟสายรังสิต - ยมราช - หัวตะเข้ ซึ่งมีเพียงวันละ 2 เที่ยว จึงไม่เป็น RTS ด้วยประการฉะนี้
.
Rapid Transit System ใกล้เคียงคำว่าระบบขนส่งด่วนทางราง หรือเรียกภาษาชาวบ้านว่า รถไฟฟ้า
ไม่ว่าใต้ดิน บนดิน ลอยฟ้า หรือผสม มีเส้นทางเป็นของตนเอง ตัดขาดจากระบบอื่น ยกเว้นจุดเปลี่ยนขบวน
ไม่ต้องเจอรถร่วมฯ ที่ชอบขึ้นราคาแต่บริการเหมือนเดิมหรือรถของพวกขับไปโทรไป ฯลฯ กีดขวางเส้นทาง
ในต่างประเทศเองมีคำเรียก RTS ต่างกันไป ที่ได้ยินบ่อยๆ เช่น Metro, Subway, Underground
เดี๋ยวเราลองมาดูกันว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว เขามีระบบขนส่งด่วนทางรางหรือรถไฟฟ้าอยู่ในระดับใดกันบ้าง
.
.
- ประชากร หมายถึง ประชากรในพื้นที่ใจกลางเมือง / จังหวัด / เขตการปกครองนั้นๆ
- ผู้โดยสาร หมายถึง ผู้โดยสารระบบ RTS จากประชากรทั้งในและนอกพื้นที่ RTS
- นับเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จสิ้นแล้ว ไม่ใช่ขายฝัน 7 ชั่วโครตแล้วยังไม่มีแม้แต่ตอ
.
.
.
ทวีปเอเชีย
.
ญี่ปุ่น
โตเกียว : ประชากร 13 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 7.8 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 2 ราย คือ Tokyo Metro (1927) และ Toei Subway (1960)
รวม 13 สาย, ระยะทาง 292 กิโลเมตร, 263 สถานี (ไม่รวม Tokyo Waterfront)
.

.
เกาหลีใต้
โซล : ประชากร 10 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 2.2 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 1 ราย คือ Seoul Subway (1974)
รวม 10 สาย, ระยะทาง 287 กิโลเมตร, 266 สถานี
.

.
จีน
เซี่ยงไฮ้ : ประชากร 18 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 2.2 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 1 ราย คือ Shanghai Metro (1995)
รวม 8 สาย, ระยะทาง 228 กิโลเมตร, 162 สถานี
.

.
จีน
ฮ่องกง : ประชากร 7 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 3.7 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 1 ราย คือ MTR (1979)
รวม 10 สาย, ระยะทาง 175 กิโลเมตร, 82 สถานี (ไม่รวม Light Rail)
.

.
จีน
ปักกิ่ง : ประชากร 18 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 3.5 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 1 ราย คือ Beijing Subway
รวม 5 สาย, ระยะทาง 142 กิโลเมตร, 83 สถานี
.

.
อันดับ 6 ญี่ปุ่น : โอซาก้า
อันดับ 7 จีน : กวางโจว
อันดับ 8 สิงคโปร์ : สิงคโปร์
อันดับ 9 เกาหลีใต้ : ปูซาน
อันดับ 10 ญี่ปุ่น : นาโกย่า
.
สุดยอด RTS ของเอเชียย่อมหนีไม่พ้นญี่ปุ่น ซึ่งผู้คนในประเทศเลือกใช้รถไฟเป็นพาหนะหลักในการเดินทาง
แค่สถานีชินจูกุเพียงสถานีเดียว มีผู้โดยสารต่อวันมากกว่าจำนวนผู้ใช้งานรถไฟฟ้าบ้านเราทั้งระบบร่วม 2 เท่า
ประกอบกับญี่ปุ่นมีพื้นที่จำกัด หลายพื้นที่กำหนดไว้เลยว่า คุณจะซื้อรถได้ก็ต่อเมื่อบ้านคุณมีที่ให้จอดรถเท่านั้น
ไม่ใช่เอามาจอดเกะกะข้างถนน จอดขวางทางเข้าออกบ้านคนอื่น จอดหน้าปากซอยให้เกิดอุบัติเหตุแบบบ้านเรา
ส่วนประเทศที่ RTS กำลังมาแรงในตอนนี้คือ จีน ซึ่งเตรียมพร้อมรับมืองานโอลิมปิกที่กำลังเริ่มขึ้นเร็วๆ นี้
นอกจากรถไฟความเร็วสูงเชื่อมระหว่างเมืองต่างๆ ก็ยังมีการก่อสร้าง RTS ให้บริการในเมืองเพิ่มขึ้นอีกมาก
.
.
.
ทวีปยุโรป
.
อังกฤษ
ลอนดอน : ประชากร 8 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 3 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 2 ราย คือ London Underground (1863) และ DLR (1987)
รวม 11 สาย, ระยะทาง 408 กิโลเมตร, 268 สถานี (ไม่รวม DLR)
.

.
สเปน*
มาดริด : ประชากร 3 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 1.8 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 1 ราย คือ Madrid Metro (1919)
รวม 13 สาย, ระยะทาง 283 กิโลเมตร, 231 สถานี (ไม่รวม Metro Ligero)*
.

.
รัสเซีย
มอสโคว์ : ประชากร 11 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 6.8 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 1 ราย คือ Moscow Metro (1935)
รวม 12 สาย, ระยะทาง 292 กิโลเมตร, 176 สถานี
.

.
ฝรั่งเศส
ปารีส : ประชากร 12 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 4.5 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 1 ราย คือ Paris Metro (1900)
รวม 16 สาย, ระยะทาง 213 กิโลเมตร, 298 สถานี (ไม่รวม CDGVAL, Orlyval และ RER)
.

.
เยอรมัน*
เบอร์ลิน : ประชากร 3 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 1 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 1 ราย คือ Berlin U-Bahn (1902)
รวม 9 สาย, ระยะทาง 152 กิโลเมตร, 170 สถานี (ไม่รวม S-Bahn)*
.

.
อันดับ 6 สเปน : บาเลนเซีย
อันดับ 7 สวีเดน : สตอคโฮล์ม
อันดับ 8 รัสเซีย : เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก
อันดับ 9 เยอรมัน : ฮัมบูร์ก
อันดับ 10 เยอรมัน : มิวนิก
.
หมายเหตุ*
- ถ้าหากนับรวม S-Bahn (Suburban Metro Railway Network) เข้ากับ U-Bahn
จะทำให้ เบอร์ลิน ของ เยอรมัน มี RTS ยาวเป็นอันดับ 1 ของโลก ที่ 477 กิโลเมตร
ต่อด้วย เวียนนา ของ ออสเตรีย มี RTS ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก ที่ 448 กิโลเมตร
- ทางมาดริดรายงานว่า ส่วนของ Metro Ligero (Light Rail) ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว
เมื่อรวมของเดิม ทำให้ มาดริด มี RTS ยาวเป็นอันดับ 5 ของโลก ที่ 322 กิโลเมตร
.
หลายประเทศที่เจริญกว่า แต่มี RTS น้อยกว่า ก็เพราะเขามีระบบขนส่งมวลชนอื่นที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว
หลายเมืองใหญ่สามารถถีบจักรยานในเมืองได้โดยไม่ต้องกลัวว่า ขสมก. จะบี้หัวเละหรือเจอรถเก๋งซิ่งเฉี่ยวชน
เอาแค่จัดทางเท้าไม่ให้มีคนขายของเกะกะ ตกฝาท่อระบายน้ำจนเป็นข่าว ก็ดูเหมือนว่าบ้านเราจะเต็มกลืนแล้ว
ทางจักรยานดีๆ เป็นได้แค่ฝันกลางวันแสกๆ และตอนนี้ที่เขียน Entry นี้ น้ำมันเบนซินพุ่งขึ้นไปลิตรละ 40
แต่ยอดขายรถยนต์กลับเพิ่มขึ้นกว่า 10% อย่างลักลั่นย้อนแย้ง...หรือจะเป็นทฤษฎีสมคบคิดกับบริษัทขายรถ?
.
.
.
ทวีปอเมริกา
.
สหรัฐอเมริกา
นิวยอร์คซิตี้ : ประชากร 8 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 5 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 2 ราย คือ New York City Subway (1904) และ PATH (1908)
รวม 26 สาย, ระยะทาง 368 กิโลเมตร, 468 สถานี (ไม่รวม PATH)
.

.
บราซิล*
เซาเปาโล : ประชากร 11 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 1.6 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 2 ราย คือ Sao Paulo Metro (1974) และ CPTM (1992)
รวม 10 สาย, ระยะทาง 339 กิโลเมตร, 142 สถานี
.

.
เม็กซิโก
เม็กซิโกซิตี้ : ประชากร 9 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 3.9 ล้านคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 1 ราย คือ Mexico City Metro (1969)
รวม 11 สาย, ระยะทาง 202 กิโลเมตร, 185 สถานี
.

.
สหรัฐอเมริกา
ชิคาโก : ประชากร 3 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 7 แสนคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 1 ราย คือ Chicago 'L' (1892)
รวม 8 สาย, ระยะทาง 171 กิโลเมตร, 144 สถานี
.

.
สหรัฐอเมริกา
วอชิงตันดีซี : ประชากร 6 แสนคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 7 แสนคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 1 ราย คือ Metrorail (1976)
รวม 5 สาย, ระยะทาง 170 กิโลเมตร, 86 สถานี
.

.
อันดับ 6 อเมริกา : ลอสแอนเจลิส
อันดับ 7 ชิลี : ซานติเอโก้
อันดับ 8 อเมริกา : แอตแลนต้า
อันดับ 9 อเมริกา : ดัลลัส
อันดับ 10 อเมริกา : บอสตัน
.
หมายเหตุ*
- ข้อมูลบางแห่งกล่าวว่า เซาเปาโล มี RTS ที่ตรงตามคำนิยามเพียง 106 กิโลเมตร
.
.
.
ไทย
กรุงเทพฯ : ประชากร 8 ล้านคน, ผู้โดยสารเฉลี่ย 4 แสนคนต่อวัน
มี RTS ให้บริการ 2 ราย คือ Bangkok Skytrain (BTS) และ Bangkok Metro (MRT)
รวม 3 สาย, ระยะทาง 44 กิโลเมตร, 41 สถานี (ไม่รวม Airport Link และส่วนต่อขยายที่ยังไม่เสร็จ)
.

เขียนเรื่องเกี่ยวกับระบบขนส่งมวลชนทีไร แล้วย้อนกลับมามองดูเชียงใหม่ ในยุคราคาน้ำมันแพงบ้าเลือดเช่นนี้
ถ้าใครบอกว่าเส้นทางรถเมล์ขาวดีแล้วหรือรถแดงเป็นระบบขนส่งมวลชนใกล้ๆ หูละก็ ผมกระโดดถีบปากแน่ๆ
บทความเก่าๆ เกี่ยวกับรถแดงและรถเมล์ที่เคยเขียน ก็ผ่านมาร่วมๆ 2 ปีแล้ว คงได้เวลายกเครื่องใหม่ล่ะครับ
ยิ่งเมื่อเร็วๆ นี้ผมได้ไปเห็นรถไฟฟ้าภายใน ม.นเรศวร และได้ใช้บริการรถเมล์ในตัวเมืองพิษณุโลกอยู่พักใหญ่
ผมก็ยิ่งแช่งชักหักกระดูก เผาพริกเผาเกลือ สาปแช่งไอ้พวกรถแดงเชียงใหม่ให้ตายหงส์ตายห่านมากขึ้นเรื่อยๆ