.
หลังจากใช้ Firefox 2 มานานหลายปี เพราะติดใจระบบ Tab, Bookmark และสารพัด Add-ons
จน IE ตกกระป๋องไป (เหลือแต่เปิด Hotmail กับทำธุรกรรมทางการเงินบนเว็บเก่าๆ ที่สนับสนุนแต่ IE)
ถึงอย่างไรก็ตาม Firefox 2 ยังคงมีจุดอ่อนอยู่พอสมควร เช่น ต้องมานั่งตั้งค่าสำหรับการตัดคำภาษาไทย
การบริโภคแรมอย่างน่ากลัว โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่ติดตั้ง Extensions เป็นจำนวนมากหรือเปิดทิ้งไว้ทั้งวัน
เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2551 ทางผู้พัฒนาได้ปล่อย Firefox 3 ให้ผู้คนทั่วโลกดาวน์โหลดไปทดลองใช้ดู
ส่วนผมก็รออยู่ 2 วัน หลังจากไล่อ่านบล็อกที่สมาชิกเขียนถึง Firefox 3 แล้วก็ถึงคราวผมทดลองใช้ดูบ้าง
.
ความประทับใจแรกที่พบเลยก็คือ การบริโภคแรมที่ลดลงจากของเดิมเป็นอย่างมาก และบริโภคค่อนข้างคงที่
ช่วงปี 2550 ซึ่งผมเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ตลอดเวลาเพื่อทำการสูบบิท แถมติดพันอยู่กับเกม Travian
ทำให้ผมเปิดหน้าจอบราวเซอร์ทิ้งไว้ทั้งวัน อัตราการบริโภคแรมทะลุเกิน 1,000 M จนเป็นเรื่องปรกติครับ
หากไม่ได้กด Tab ดูรูปกระหน่ำ เจ้าหมาไฟ 2 ก็จะบริโภคหน่วยความจำอยู่ที่ประมาณ 400 - 600 M
เมื่อวันเสาร์ผมลองใช้หมาไฟ 3 กระหน่ำเปิดรูปอยู่ครึ่งวัน ปรากฎว่าหน่วยความจำถูกกินไปไม่เกิน 170 M
และในช่วงที่ไม่ได้ใช้งานหนักอยู่ที่ประมาณ 90 M นับว่า Firefox 3 แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ถูกใจผมมากๆ
.
การจดจำชื่อหรือรหัสผ่านที่ดูจะฉลาดขึ้น ไม่จดจำซ้ำซ้อนหรือให้พิมพ์ใหม่บ่อยๆ (ทดสอบจาก Travian)
การตัดคำภาษาไทย ซึ่งมีอยู่ในตัว Firefox 3 แล้ว โดยไม่ต้องหา Extension ตัดคำภาษาไทยมาลงอีก
Tab ต่างๆ ที่ดูลื่นไหลมากขึ้น จากเดิมที่พอเปิด Tab มากจนถึงระดับหนึ่ง จะเกิดอาการชะงักนิดหน่อย
การจัดการรายละเอียดต่างๆ ใน Bookmark สามารถดูแก้ไขรายละเอียดของ link ต่างๆ ได้สะดวกขึ้น
รองรับกับ Script หลายอย่างได้ดีขึ้น โดยไม่ต้องวิ่งโร่ไปหา Plugins มาลงให้วุ่นวายเหมือนแต่เก่าก่อน
เหลือแต่รอให้ Extension ที่ใช้งานประจำบางตัว ทำการ Update ให้ใช้งานกับ Firefox 3 ได้ครับ
.

ข้อเสียสำหรับผมคือระยะห่างในการกดเว้นวรรคของ Firefox 3 จะกว้างกว่า Firefox 2 นิดหน่อย
ทำให้บทความในบาง Entry ซึ่งผมพิมพ์ข้อความแต่ละบรรทัดให้กว้างพอดีกับในส่วนของ Content
เกิดอาการตกบรรทัดเล็กน้อยซึ่งจะทยอยแก้ไขไปเรื่อยๆ ครับ (เป็นโรคจิตเรื่องการจัดหน้ากระดาษ ^^')
.
.
.

Related Links

The Incredible Hulk : คนใจยักษ์

posted on 16 Jun 2008 15:09 by chubby  in Movie-review

.
จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ผิดพลาด ทำให้บรูซ แบนเนอร์ จำต้องควบคุมบุคลิกที่สองของเขาไว้ให้ได้
เมื่อใดก็ตามที่เขารู้สึกโกรธ ตื่นเต้นหรือเครียดจนอัตราการเต้นของหัวใจและความดันเพิ่มขึ้นจนถึงจุดๆ หนึ่ง
เขาจะกลายเป็น Hulk ยักษ์สีเขียวพละกำลังมหาศาลทนทานต่อกระสุน ฉีกรถถังเป็นชิ้นๆ เหมือนฉีกกระดาษ
ดูเหมือนจะมีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้ยักษ์สีเขียวที่กำลังคลั่งสงบได้ คือ รอส นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นแฟนของบรูซ
แต่ก็มีปัญหาต่อไปว่า พ่อของรอสเป็นถึงระดับท่านนายพลที่ดูแลโครงการทดลองวิทยาศาสตร์ทางการทหาร
ผู้อยู่เบื้องหลังอุบัติเหตุที่ทำให้แบนเนอร์กลายเป็นโปรตีนเสริม เอ้ย Hulk ทำให้รอสถูกลูกหลงบาดเจ็บสาหัส
ด้วยเหตุนี้ท่านนายพลจึงพาลเกลียดขี้หน้าบรูซอย่างแรงแถมออกไล่ล่าตัวเขาที่หลบๆ ซ่อนๆ อยู่นานเป็นแรมปี
เพื่อนำเอาเซลล์ไปสร้างอาวุธทางทหารขณะที่บรูซเองก็พยายามหาทางรักษาตัวเองให้หายขาดไปพร้อมๆ กัน
แต่ความถึกบึกล่ำ กล้ามเป็นมัดๆ ของบรูซในร่าง Hulk ดูเหมือนจะไปถูกใจทหารหน่วยรบพิเศษคนหนึ่งเข้า
ทำให้เขาต้องการความแข็งแกร่งแบบนั้นบ้าง เพื่อที่จะได้ออกปฏิบัติการณ์ได้อย่างสะใจโดยไม่พ่ายแพ้สังขาร
.
ชอบ
- ฉากกล้ามเนื้อบดเบียดกล้ามเนื้อระหว่างการต่อสู้ของสองยักษ์ใหญ่ ฉากที่ฮัล์คถล่มกองทหารราบจนกระเจิง
การแสดงออกถึงปฏิกิริยาและอารมณ์ของยักษ์ใหญ่ในหลายฉาก น่าเอาใจช่วยมากกว่ามนุษย์เดินดินธรรมดาๆ
- การดำเนินเรื่องรวดเร็วฉับไวมากพอดู ไม่เกริ่นนำให้มากความ ไม่เสียเวลาคนที่เคยดูภาคก่อนหน้านี้มาแล้ว
.
ไม่ชอบ
- เหมือนรายละเอียดบางอย่างคาใจนิดๆ คงต้องให้แฟนพันธุ์แท้ Marvel ช่วยเข้ามาตอบครับเพราะมันอาจ
ไปเชื่อมโยงกับตัวละครจากเรื่องอื่นๆ ของ Marvel (นอกเหนือจาก The Aventure) ที่ผมไม่ได้ติดตาม
- ฉากเล็กๆ บางฉากที่รู้สึกตะหงิดนิดๆ เหมือนได้อารมณ์ของโฆษณาแอบแฝงมากกว่าส่วนหนึ่งของเนื้อเรื่อง
.
สรุปส่วนตัว
Hulk พยายามที่จะปลีกวิเวกไม่สุงสิงกับใคร แต่ท่านนายพลกู้ชาติก็ตั้งแง่หาเรื่องตอแย Hulk อย่างไม่เลิกรา
ความวินาศสันตะโรที่เกิดขึ้นในหนังเกือบทั้งหมด เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับการยั่วยุจากม็อบ เอ้ย ทหาร
นำโดยตัวแสบไม่กี่คน ทำทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าผู้บริสุทธิ์จะตายหรือไม่
และเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งที่ตัวแสบบ้าคลั่งเกินกว่าที่ท่านนายพลจะควบคุม ท่านนายพลก็ต้องรีบตัดตอนก่อนถึงตัว
แต่สุดท้าย เมื่อเกินความสามารถเข้า ก็ต้องไปพึ่งพา Hulk ที่ตัวเองตามล่าแทบตายมาช่วยแก้ไขสถานการณ์
เมื่อเปรียบเทียบกับ Hulk ภาคก่อนที่กำกับโดยอั้ง ลี่ ภาคนี้ได้อารมณ์จริงจังมากขึ้นอย่างที่ Hulk ควรเป็น
.
.

.
IMDb : 8.2/10
Movies.com : B-
Rotten Tomatoes : 66%

.
Yesterday is history
Tomorrow is a mystery
But today is a gift.
That is why it is called the present.
.
โป ลูกชายเจ้าของร้านบะหมี่ ฝันอยากจะเป็นจอมยุทธ์ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเหล่านักสู้ผู้มีชื่อเสียงในดวงใจ
แต่ในความเป็นจริงนั้น เขาเป็นหมีแพนด้าจอมตะกละอ้วนตุ๊ต๊ะที่ดูห่างไกลจากภาพพจน์ของจอมยุทธ์เป็นที่สุด
วันหนึ่ง อาจารย์ฉีฟู่ให้ลูกศิษย์ทั้งห้าของเขาแสดงวิทยายุทธ์เพื่อให้เจ้าสำนักคัดเลือกผู้ที่จะมาเป็นนักรบมังกร
สืบทอดคัมภีร์ลับสู่การเป็นสุดยอดในยุทธภพ และกำจัดไถ่หลางจอมยุทธ์ผู้ตกอยู่ในวังวนของด้านมืดแห่งพลัง
จะด้วยเหตุบังเอิญสุดขีดหรือเจตจำนงของจักรวาลก็ตาม เจ้าสำนักตัดสินใจเลือก โป เป็นนักรบมังกรคนต่อไป
โดยไม่ฟังคำทัดทานของฉีฟู่ ฝ่ายจอมยุทธ์ทั้งห้าเองก็ดูไม่ค่อยเชื่อว่าหมีแพนด้าอ้วนตุ๊ต๊ะตัวนี้จะมีน้ำยาเท่าไร
.
ชอบ
- การต่อสู้ของกลุ่มจอมยุทธ์ทั้งห้า ซึ่งแต่ละตัวแสดงถึงความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ทั้งการต่อสู้เดี่ยวและกลุ่ม
ฉากที่แสดงถึงความเก่งกาจของไถ่หลางในช่วงแรกของเรื่อง, ฉากการฝึกฝนหมีแพนด้าด้วยวิธีการที่น่าสนใจ
- คิวบู๊ที่รวดเร็วฉับไว ฉากหลังได้รับผลกระทบจากการกระทำของตัวละครอย่างสวยงามและดูชัดเจนมากขึ้น
มุขตลกที่สอดแทรกอยู่เกือบตลอดเวลาทั้งฉากบู๊และไม่บู๊ คำคมของเจ้าสำนักที่ยิงสวนใส่ฉีฟู่กลับมาเป็นระยะๆ
.
ไม่ชอบ
- พล็อตเรื่องที่ไม่มีอะไรแปลกใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบ้านเรา ซึ่งดูหนังจีนกำลังภายในมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
(แต่กับฝรั่ง เขาอาจจะตื่นเต้นก็ได้ ดูจากตัวอย่างหนังบู๊ฝั่งเอเชียที่เข้าไปทำตลาดบ้านเขาช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้)
.
สรุปส่วนตัว
ถึงแม้จะไม่ใช่การ์ตูนที่เข้าขั้นคลาสสิกแบบ Ratatouille จากค่ายคู่แข่งก็ตาม แต่เรื่องนี้สามารถดูได้เพลินๆ
ด้วยการออกแบบตัวละครเป็นสัตว์น่ารักน่าชัง จึงช่วยลดทอนความรุนแรงให้เหลือแต่วิทยายุทธ์ที่น่าติดตามดู
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคิวบู๊ที่เรียกเลือดลมกระชุ่มกระชวย มันส์กว่าหนังแอ็คชั่นที่ใช้คนจริงแสดงบางเรื่องเสียอีก
ท่านใดเบื่อหนังการ์ตูนกังฟูตบแปะพื้นๆ ตามโทรทัศน์แล้วล่ะก็ Kung Fu Panda คือคำตอบสุดท้ายครับ
.
.

.
IMDb : 8.1/10
Movies.com : B+
Rotten Tomatoes : 87%